ข้อความบรรทัดเดียว จากหนังสือประวัติวัดชะโนด อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร...ลูกหลานบ่าวคำสิง แยกย้ายไปอยู่บ้านผักขะ “ที่นั้น เป็นบ้านร้าง พวกข้าสามแสนอยู่มาแต่ก่อน”สะดุดใจ คำ “ข้าสามแสน” ครับ นี่เป็นคำเก่า...คนอีสานคงคุ้นกัน แต่สำหรับผมเป็นคำใหม่คิดถึงคำกลอน...สุนทรภู่ ในนิราศภูเขาทอง ขึ้นมาทันที“ถึงสามเสนแจ้งความตามสำเหนียก เมื่อแรกเรียกสามแสนทั้งกรุงศรี ประชุมฉุดพุทธรูปในวารี ไม่เคลื่อนที่ชลธารบาดาลดิน จึงสาปนามสามแสนเป็นชื่อคุ้ง เออชาวกรุงกลับเรียกสามเสนสิ้น”ผมเขียนไว้ไปแล้วสั้นๆ...ริมเจ้าพระยาละแวกนั้น...ตั้งแต่ริมคลองบางลำพูเรื่อยมา เดิมเรียกว่าบ้านลาว อาชีพส่วนใหญ่ทำใบลานคัมภีร์เทศน์ ชื่อบางขุนพรหม มาเรียกกันตอนหลังสมัยที่เจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกไปตีเวียงจันทน์ เชิญพระแก้วมรกต พระบางมา ก็กวาดต้อนคนลาวมาเป็นจำนวนมาก แรงงานที่รัชกาลที่ 1 ใช้สร้างพระบรมมหาราชวัง และวัดพระแก้ว ก็เป็นคนลาวเป็นส่วนใหญ่ยึดแถวแนวริมเจ้าพระยาเป็นเกณฑ์ต่อไป ก็คงเป็นบ้านลาวพวกข้าสามแสน นี่ผมยึดเอาตามกลอนสุนทรภู่ “เมื่อแรกเรียกสามแสนทั้งกรุงศรี...”กลอนบทต่อ “ประชุมฉุดพุทธรูปในวารี”สุนทรภู่บอกว่า แถวๆนั้นเรียก “สามแสน”...ไม่มีคำบ่งว่า จำนวนคนสามแสน รวมกันฉุดพระพุทธรูป...แต่อ่านแล้วเข้าใจกันไปเองว่า คนจำนวนสามแสน ช่วยกันฉุดพระพุทธรูป ซึ่งเป็นจำนวนเกินจริงคนสามแสนเรียงริมแม่น้ำ จำเอาพื้นที่ตรงไหน มาให้ยืน... ผมถือโอกาสตีความ สุนทรภู่เขียนว่า คนบ้านสามแสน ไม่ใช่คนจำนวนสามแสนมาถึงกลอนบทต่อไป “จึงสาปนามสามแสนเป็นชื่อคุ้ง เออชาวกรุงกลับเรียกสามเสนสิ้น”เรื่องชื่อเก่าๆ เพี้ยนเปลี่ยนแปลง เป็นเรื่องธรรมดา ชื่อสามแสน เพี้ยนเป็นสามเสน ผมว่ายังดี ที่มีเค้าคำเดิมอยู่ย้อนมาถึงคำ “ข้าสามแสน” ถิ่นที่อยู่ข้าสามแสน ที่บ้านผักขะนั้น เป็นริมโขงฝั่งไทย...ประวัติอำเภอหว้านใหญ่ บ้านพี่ อำเภอมุกดาหาร บ้านน้อง เป็นถิ่นที่ลาวอพยพแยกย้ายกันมาอยู่ทั้งนั้นยึดเวลาฝั่งไทย ก็สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ยึดเวลาฝั่งลาว ก็หลังสมัยพระครูโพนเสม็ด อพยพจากเวียงจันทน์ ลงมาตั้งเมืองจำปาศักดิ์ (ลาวใต้)คำ “ข้าสามแสน” ผมหาจุดเชื่อมโยง พระนาม พระเจ้าสามแสนไท...กษัตริย์ลาว ไม่เจอคำว่า “ข้า” เป็นคำสามัญ ใช้กันทั่วไปในวิถีลาวข้าพระธาตุพนม หรือข้าพระ มีในวัดสำคัญทั่วไป คำ“ข้า”เพี้ยนเป็น “ข่า” เชื่อ พวกขมุคือข้าชนเผ่ากำมุ...ผมก็เดาเอาว่า ข้าสามแสน...เป็นชื่อเรียก ข้าพวกหนึ่งที่สืบเชื้อสายกันมา อาจมาจากสมัยพระเจ้าสามแสนไทก็ได้ผมชักแม่น้ำทั้งห้ามาเล่า เพื่อจะโน้มน้าวให้เชื่อว่า ชื่อตำบลชื่อถนนสามเสน...ที่ตั้งของรัฐสภา ที่คุณชวน หลีกภัย เป็นประธานฯ วันนี้ รากเหง้าจริงมาจาก “สามแสน” ชื่อคนลาวที่เรียกว่า “ข้าสามแสน” นี่แหละส่วนเรื่อง คนสามแสนคนช่วยกันฉุดพระพุทธรูป เค้าความจริงก็พอมี ช่วงต้นรัชกาลที่ 1 เป็นช่วงเวลาที่พระพุทธรูปสำคัญ เช่น พระศรีศากยมุนี ถูกนิมนต์จากสุโขทัย ขึ้นแพลอยมามาขึ้นฝั่งที่ท่าช้างวังหน้า...ผมขอจบด้วยกลอนสุนทรภู่ บทต่อจาก “แต่ชื่อดินเจียวยังกลายเป็นหลายคำ ขอใจนุชที่ฉันสุจริตรัก ให้แน่นหนักเหมือนพุทธรูปเลขาขำ ถึงแสนคนจะมาวอนชะอ้อนนำ สักแสนคำอย่าให้เคลื่อนจงเหมือนใจ”เอาว่าถึงเวลานี้ ผมพยายามทำใจช่วย พรรคประชาธิปัตย์ ที่น้องๆพี่ชวนกำลังฮึดสู้กันอยู่ก็แล้วกันขอให้คนสามเสน–คนสามแสนเดิม ที่ครั้งหนึ่งเคยสมัครรักใคร่เลือก กลับมาเลือกอีกสักที...หากเอาเกณฑ์ศีลธรรมคนวัดวัดคนพรรคนี้ไม่ได้ต่ำกว่ามาตรฐาน เหมือนพรรคใหญ่หลายพรรคที่กำลังขึ้นหม้อเลย.กิเลน ประลองเชิง