ในหนังสือนิทานไทย สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ พิมพ์เผยแพร่ปี 2536 ผมอ่านเรื่องดาวลูกไก่ จบแล้วหลายเที่ยว อ่านเที่ยวนี้เพิ่งรู้ มีนิทานดาวจระเข้อยู่ติดๆกันพยายามคิด เอ! จระเข้ตัวนี้ เหมือนใครสักคน? นี่นา แต่ยังนึกไม่ได้ใครกันแน่กาลครั้งหนึ่ง มีเศรษฐีคนหนึ่ง มีทรัพย์สมบัติมากมายมหาศาล ระดับที่ไม่มีเศรษฐีใดในเมืองแถวนั้นสู้ได้ ปลูกบ้านอาศัยอยู่ริมน้ำแม่กลองเศรษฐีคนนี้ทำมาหากินเก่งมาก มีช่องทางค้ากำไรตรงไหน เป็นรี่เข้าใส่ คนที่เคยทำมาค้าขายด้วยรู้กัน แม้แกไม่เคยเอาเปรียบใคร แต่เรื่องเสียเปรียบใครชนิดสลึงเดียว บาทเดียว หัวเด็ดตีนขาดแกไม่ยอมและเรื่องที่รู้พอๆกัน แกไม่เคยใช้เงินทำบุญ หรือช่วยเหลือเจือจานใครแต่เมียเศรษฐีมีหัวใจตรงกันข้าม เธอพยายามทำบุญด้วยการช่วยเหลือเจือจานคนอื่น แต่ก็ทำได้ยาก เหลืออย่างเดียวคือใส่บาตรพระ ที่บิณฑบาตทางเรือทุกเช้าเศรษฐีขี้เหนียวขนาดนี้ แน่นอน นับวันเวลาที่ยิ่งแก่ตัว จำนวนทรัพย์สมบัติที่เป็นแก้วแหวนเงินทองก็ยิ่งเพิ่มๆขึ้น ปัญหาของเศรษฐีจึงอยู่ที่ วันๆแกก็ขลุกอยู่กับการนับแก้วแหวนเงินทองวันหนึ่งแกก็เกิดสมองแล่น ค่อยๆนำทรัพย์สมบัตินั้น แอบไปฝังไว้ใต้สะพานหน้าบ้านแต่โรคปู่โสมเฝ้าทรัพย์ โรคเก่าก็ยังกำเริบ เศรษฐีแม้มีธุระไปไหนไกลๆ แกจะไปได้ไม่นาน ความห่วงสมบัติแกก็กลับมา วนเวียนเฝ้าเช้าเย็นอยู่แถวสะพานแล้วก็ถึงวันนั้น วันที่เศรษฐีตาย ในพิธีรดน้ำศพ ชาวบ้านแอบนินทา เห็นแกแบมือว่างเปล่ารับน้ำ...ยืนยันว่าแกเอาทรัพย์สินมหาศาลไปไม่ได้ แม้แต่ชิ้นเดียวแต่แท้ที่จริง วิญญาณเศรษฐีไม่ได้ไปผุดไปเกิดในภพไหน จิตที่ผูกพันอยู่กับสมบัติ เศรษฐีไปเกิดเป็นจระเข้ ไม่ยอมไปหากินในถิ่นไหนๆ วนเวียนอยู่แถวหัวสะพานหน้าบ้านนับจากวันที่เศรษฐีตาย ก็ยังทำบุญตักบาตรไม่ขาดทุกเช้าปีนั้น เมียเศรษฐีคิดจะทอดกฐิน แต่นึกเสียใจขบวนกฐินของแกไม่ใหญ่โต ตอนกลางคืนแกหลับ เศรษฐีก็มาเข้าฝันบอก แก้วแหวนเงินทอง มหาศาล ฝังอยู่ใต้สะพานหน้าบ้าน ให้ไปขุดเอาขึ้นมาทำบุญให้หมดวิญญาณแกในร่างจระเข้ จะได้อานิสงส์ไปผุดไปเกิดเสียทีงานทอดกฐินของเมียเศรษฐีปีนั้น จึงเป็นงานใหญ่ มีชาวบ้านพายเรือตามมากมาย...พอเริ่มออกจากหัวสะพาน ชาวบ้านหลายคน ตกอกตกใจเมื่อเห็นจระเข้ตัวใหญ่ โผล่หัวว่ายขนานตามขบวนเรือเมียเศรษฐีไม่กลัว แกบอกจระเข้ว่า ธรรมเนียมไทย ห้ามสัตว์เดรัจฉานเข้าวัด ขอร้องให้เลิกว่ายตาม...จระเข้เศรษฐีต่อรอง ขอให้วาดรูปจระเข้ลงในผืนธง ประจำเรือขบวนกฐินถึงวัดก็ยกธงไปปักไว้หน้าวัดนับแต่นั้น ธงจระเข้ไม่เพียงบอกว่า เป็นงานบุญจากทรัพย์สินของเศรษฐี ยังเป็นสัญญาณบอกให้ขบวนเรือกฐิน ขบวนต่อๆมารู้ว่า วัดนี้ทอดกฐินแล้วอ่านตอนจบ เรื่องดาวจระเข้ ด้วยอานิสงส์ความใจบุญนั้นจระเข้ก็ตาย ไปเกิดเป็นดาวจระเข้ สว่างไสวอยู่บนท้องฟ้า ผมก็เริ่มจำได้ว่า จระเข้ตัวที่ว่า...หรือจะเป็นคนที่ คุณตู่ จตุพร แกนนำสำคัญคนเสื้อแดง เพิ่งเอามาพูดถึงคุณตู่ ตัดพ้อ คนเสื้อแดง บาดเจ็บ ล้มตาย ติดคุกไปนักต่อนัก แต่จระเข้กล้าพูดตัดรอนน้ำใจ พายเรือมาส่งถึงฝั่ง ขึ้นบกแล้ว ชาวเรือทั้งหลายก็น่าจะหมดหน้าที่ เรื่องนี้จะคล้าย เรื่องเศรษฐีขี้เหนียวหรือไม่... ผมไม่แน่ใจแต่ในทางการเมือง ทุกเรื่องที่ขัดใจกัน ก็มักอ้างอุดมการณ์ ที่ความจริงชาวบ้านรู้กัน เป็นปัญหาเรื่อง “กล้วย” จำนวนว่ากันเป็น “หวี” ก็แค่นี้เอง.กิเลน ประลองเชิง