“ยุบสภา” วันไหน ถึงตรงนี้นักเลือกตั้งอาชีพคงเลิกถามกันแล้ว ตามแนวโน้มคนมีอำนาจกดปุ่มอย่าง “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม เอง ก็น่าจะยัง “คิดไม่ตก” ว่าจะเลือกฤกษ์งามยามดี ถอนสมอกันเมื่อไหร่ ในสถานการณ์ที่ทีมหามแห่ค่ายรวมไทยสร้างชาติยังเพิ่งเริ่มก่อตัว ต้องใช้เวลา “ตั้งไข่” กันอีกพักใหญ่เอาเป็นว่า คนที่พูดเรื่องยุบสภาได้มีน้ำหนักมากสุดต้องยกให้ปรมาจารย์จอมเก๋าระดับนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่ประเมินตามประสบการณ์คาดว่าจะมีการยุบสภาในช่วงระยะเวลาใกล้ๆเลือกตั้งใหม่เพราะถ้ายุบสภาผู้ที่จะสมัครลงเลือกตั้งจะต้องเป็นสมาชิกพรรคการเมืองภายใน 30 วัน แต่ถ้ารัฐบาลอยู่ครบเทอม จะต้องเป็นสมาชิกพรรค 90 วัน นี่จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่คิดว่า การยุบสภาน่าจะยังไม่เกิดขึ้นเร็วๆนี้ แต่คงมีการยุบในช่วงปลายสมัย ก่อนสัปดาห์หนึ่งที่จะครบวาระสภาในวันที่ 23 มีนาคมหรืออาจจะยุบหลังปิดสมัยประชุมสภาสุดท้ายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2566เรียกว่า “อ่านไต๋ขาด” ปรมาจารย์ชวนเชื่อตามไฟต์บังคับ ทีมหามแห่ทั่นผู้นำเบิ้ลนายกฯรอบสามจะต้องใช้เวลาในการฉกชิงวิ่งราว ส.ส. รวบรวมไพร่พลเพื่อเป็นหลักประกันขั้นต่ำ 25 เสียงยังไงก็ไม่เสี่ยงพลิกคว่ำพลิกหงาย ทิ้งไพ่ตายใบสุดท้าย แต่ปัญหาคือทีม “รวมไทยสร้างตู่” จะไปไล่ตกปลาจากไหน ในสถานการณ์ที่สูบเลือดจากค่ายประชาธิปัตย์จนซูบซีด ในขณะที่ “บ่อพี่ใหญ่” ค่ายพลังประชารัฐ ก็เจอฤทธิ์ “น้องในไส้” ของ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ล้อมคอกตอกหมุดใช้ปาฏิหาริย์คดีปักชนักแก๊งก๊วน บ้านใหญ่ บ้านเล็ก ขยับกันไม่ออกยิ่ง “บิ๊กบราเธอร์” โชว์ความมั่นใจ ล็อกเป้าต้องกวาดที่นั่งเกินร้อยเพื่อเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลสถานการณ์ยิ่งเป็นงานยากของ “น้องเล็ก” ที่จะเจาะฐานบัญชาการค่าย พปชร.อย่างไรก็ตามด้วยยุทธปัจจัยที่เพียบพร้อมของ “บิ๊กตู่” ที่ได้เปรียบทั้งอำนาจรัฐ การบริหารจัดการงบประมาณ ไปยันกลุ่มทุนที่แทงเต็งเต็มหน้าตักการกวักมือเรียกนักเลือกตั้ง “อุดมกล้วย” ไม่ใช่เรื่องยากเกินกำลังเข้าเหลี่ยมนักเลือกตั้งอาชีพ แค่ดึงจังหวะปั่นตัวเลข ประมูลค่าตัวกันเท่านั้นค่าหัว ส.ส.แปรผันตามเดิมพัน “ทหารเฒ่า” ที่ต้องประกันความมั่นใจ รบแล้วต้องชนะ และไหนจะต้องประชันกับไดโว่ “พลังผีโม่แป้ง” ที่ไล่ล่างูเห่า กวาดต้อน ส.ส.เชลย หวังเร่งเครื่องแซงทหารเฒ่า 2 ป. หาม “เสี่ยหนู” นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.สาธารณสุข หัวหน้าค่ายเซราะกราว ภูมิใจไทย เข้าวิน นายกรัฐมนตรีคนที่ 30ขณะที่ไฟต์บังคับ ค่ายประชาธิปัตย์ภายใต้การนำของ “อู๊ดด้า” นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯและ รมว.พาณิชย์ ก็ต้องเพิ่มพลังอัดฉีดเต็มที่ อุดเลือดไหลออก รั้งคนใน-ดึงคนนอก เข้ามาแทนพวกถูกดูดวัดกัน ใครหน้าตักหนากว่าก็ชนะเกมแย่ง ส.ส.ยกแรก“กล้วย” เป็นยุทธปัจจัยในการ “ประมูลอำนาจ”ปรากฏการณ์แบบที่ปรมาจารย์ชวน ประจานออกอากาศ กระตุกผู้คนในสังคมให้ต่อต้าน “ธุรกิจการเมือง” ที่เป็น “สิ่งแปลกปลอม” ในกระบวนการพัฒนาประชาธิปไตยในสถานการณ์ที่ “อุดมกล้วย” กลบ “อุดมการณ์” ไปหมดแล้วขณะที่ความพยายามเปิดพรรคทางเลือกเพื่อทางรอดของประเทศ ต้องกลายเป็นโจทย์หินเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าในการฝ่าดงกล้วย สู้กับกระแสแลนด์สไลด์ การแท็กทีมของมวยใหญ่ระดับ “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” ประธานพรรคสร้างอนาคตไทย กับ “เจ๊หน่อย” คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทยถือว่าเข้าจังหวะกับเงื่อนไขสถานการณ์ ตอบโจทย์ได้ตรงกับการเลือกตั้งใหญ่ที่ผู้คนในสังคมต้องการความเปลี่ยนแปลงในเชิงบริหารเศรษฐกิจ หนีขั้วขัดแย้งไม่เลิกราการรวมทีม “ตระกูลสร้าง” เป็นการเสริมจุดเด่น อุดจุดด้อยของกันและกัน ตามฐานต้นทุน “เจ๊หน่อย” ได้เหลี่ยมเก๋าเกมการเมือง ส่วน “ดร.สมคิด” ได้ฟอร์มเชี่ยวเชิงบริหารด้านเศรษฐกิจ มีผลงานในอดีตการันตีทีมงานเศรษฐกิจดีที่สุด ถ้าเปรียบเทียบกับป้อมค่ายอื่นแต่โจทย์การบ้านสำคัญก็คือ โคตรเซียนการตลาดอย่าง “สมคิด” กับโคตรเซียนการเมืองอย่าง “เจ๊หน่อย” จะต้องโหมกระแสให้ยี่ห้อ “สร้างไทย” ติดลมบน ในห้วงเวลาที่เหลืออยู่ไม่กี่อึดใจภายใต้เงื่อนไขจำกัดไม่มีตัวช่วยทั้งกล้วย ทั้งอำนาจรัฐแถมยังต้องลุยสู้ฟัดกับกระแสแลนด์สไลด์ของ “นายห้างดูไบ”.ทีมข่าวการเมือง