เมื่อราวๆ พ.ศ.2500 ที่ภาษาชาวบ้านเรียกว่า กึ่งพุทธกาล ชาวพุทธไทยมีเรื่องฮือฮา วิวาทะสองปราชญ์ ปราชญ์ทางธรรม อาจารย์พุทธทาส สอนทำจิตให้ว่าง ปราชญ์ทางโลก ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช แย้งว่าต้องคิดแต่เรื่องทำมาหากิน มัวแต่ทำจิตให้ว่าง ก็อดตายเรื่องธรรมะลึกๆ ระดับที่เรียกว่า โลกุตตระ หรือเหนือโลกนั้น สำหรับคนมีเงินระดับเจ้าสัว มักเป็นเรื่องแสลงเจ้าสัวมีเงินมาก อยากได้อะไร เงินก็ซื้อได้ ความทุกข์ ความขัดใจ คงมีบ้าง แต่ก็น้อยเต็มทีธรรมะของพระพุทธเจ้า ที่มีเป้าหมายในการดับทุกข์จึงไม่จำเป็นในสมัยพุทธกาล เรื่องทำนองเดียวกันนี้ มีขึ้นบ่อยครั้งครั้งหนึ่ง คนระดับเจ้าสัวใหญ่ ชื่อ ปัชชะทีฆขาณุโกฬิยบุตร ฟังธรรมะชุดสอนให้พระนั่งใต้โคนไม้ ทำจิตให้ว่าง ตั้งใจจะไปแต่นิพพาน ก็ทนฟังไม่ได้ จึงกราบทูลตรงๆ(ทุกถ้อยคำต่อไปนี้ ผมขอลอกมาจากหนังสือคดีธรรม คดีโลก เสถียร โพธินันทะ อาจารย์ในสภา มหามกุฏราชวิทยาลัย สำนักพิมพ์บรรณาการ พ.ศ.2509 เป็นผู้เขียน)ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ข้าพระองค์เป็นคฤหัสถ์ บริโภคกามคุณ ครอบครองเรือน นอนเบียดเสียดด้วยบุตรภรรยา ยังพรมกระแจะจันทน์อันมาแต่รัฐกาสี ยังทัดทรงระเบียบ และของหอมเครื่องสูบทาต่างๆยังยินดีในวัสดุเงินทองขอพระองค์แสดงธรรมที่เป็นประโยชน์สุขในภพนี้ภพหน้า โปรดข้าพระองค์เถิดพระศาสดาจึงแสดงหลักธรรม 4 ประการ ที่ผมขอเรียกว่า ธรรมะตำรับเจ้าสัว ดังต่อไปนี้1.อุฏฐานสัมปทา ถึงพร้อมด้วยความหมั่นในหน้าที่การงาน อาชีพที่ชอบธรรม2.อารักขสัมปทา ถึงพร้อมด้วยการรักษาทรัพย์สมบัติที่หามาได้ มิให้วิบัติไป3.กัลยาณมิตตตา มีมิตรสหายที่ดี4.สมชีวิตา เลี้ยงชีพพอสมควรแก่ฐานะ ไม่สุรุ่ยสุร่ายเกินไปอาจารย์เสถียร โพธินันทะ ตั้งข้อสังเกต คำสอนของพระพุทธเจ้า ให้ความสำคัญกับเรื่องสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะเพื่อน เพราะเพื่อนมีส่วนชักจูงให้ดีและเสียได้มากที่สุดผมอ่านแล้วจับความได้ พระพุทธเจ้าสอนให้เจ้าสัว รู้จักใช้ชีวิตแบบเจ้าสัว รู้จักหา รู้จักเก็บ รู้จักใช้ธรรมะความหมายหนึ่ง อาจารย์พุทธทาส สวนโมกข์ สอนว่า คือหน้าที่ ชาวนามีหน้าที่ไถนา กรรมกรมีหน้าที่กรรมกร เมียมีหน้าที่เมีย ผัวมีหน้าที่ผัว ลูกมีหน้าที่ลูก...ใครไม่มีงานในหน้าที่ ท่านว่า เป็นคนไม่มีธรรมะธรรมะจึงไม่ใช่คำสอนของพระ ของพระพุทธเจ้าเท่านั้น ธรรมะคือหน้าที่ มีอยู่ในทุกตัวคนที่ผมแปลกใจ ตามวัดวาดังๆต่างๆตอนนี้ บางวัดมีหลวงพ่อพระพุทธรูปดัง เรียกคนเข้าวัดไม่ขาด ยังหาเงินได้ไม่พอ ต้องเติมด้วยกิจกรรมที่พิเศษ เช่น ทำพิธีปลุกเสกผีอย่างตอนนี้ ขยันปั้นขยันปั๊ม ท้าวเวสสุวรรณออกขายแทนที่จะสอนให้ปฏิบัติธรรม คำสอนของพระพุทธเจ้า ไปตามหน้าที่พระ กลับไปทำเรื่องที่ไม่ใช่หน้าที่บ้านเมืองเราตอนนี้ ดูๆจะไขว้เขวไปกันใหญ่ นักการเมืองมีหน้าที่ออกกฎหมาย แต่กลับไม่เข้าสภา สภาล่มแล้วก็ล่มเล่านักการเมืองคงลืมอดีต เพราะลืมหน้าที่ ทหารเขารำคาญ อ้างเหตุไม่ชอบมาพากลยึดอำนาจ 19 ครั้งแล้วนักการเมืองนั่นแหละ ก็ต้องกลับมาเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ 20 ฉบับแล้ว ก็ยังจะเขียนกันอีก.กิเลน ประลองเชิง