“จุรินทร์” ฟันธงเปรี้ยงการเมืองอ่อนไหวมากขึ้น จากภายในรัฐบาล-สภา-ปัจจัยแวดล้อมภายนอก ชี้ยิ่งใกล้เลือกตั้งทุกประเด็น ล้วนละเอียดอ่อน ปลุกใจแฟนคลับ ปชป.เริ่มฟื้นไข้มั่นใจปักธงผู้แทน 3 จังหวัดชายแดนใต้ พปชร. ตามอ้อน “บิ๊กตู่” อยู่ช่วยพรรคดัน “บิ๊กป้อม” ขึ้นนายกฯ “วีระกร” ย้ำ “ประยุทธ์” ปิดประตูซบรวมไทยสร้างชาติ ส.ส.เศรษฐกิจไทยแบะท่ารอรับพี่ใหญ่ที่เมืองกล้วยไข่ นิด้าโพลชี้คนภาคตะวันออกเทใจเลือก “อุ๊งอิ๊ง” เป็นนายกฯ “โรม” เร่งชงเหตุการณ์สลายม็อบเข้าตรวจสอบใน กมธ. บี้ตำรวจหยุดใช้กฎหมายกลั่นแกล้งประชาชนกลับสู่โหมดการเมืองเทอมสุดท้ายของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่เริ่มร้อนฉ่าขึ้นทันที หลังปิดฉากประชุมสุดยอดผู้นำเศรษฐกิจความร่วมมือเขตเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปก) ครั้งที่ 29 โดยนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯและ รมว.พาณิชย์ ถึงขั้นชี้ว่าการเมืองมีความอ่อนไหวในทุกประเด็น ทั้งในปัจจัยภายในรัฐบาล สภาผู้แทนราษฎรและปัจจัยแวดล้อมภายนอก “จุรินทร์” ตีปี๊บเอเปกชู BCG โมเดลเมื่อวันที่ 20 พ.ย. เวลา 09.00 น. ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ กล่าวถึงความสำเร็จการประชุมสุดยอดผู้นำความร่วมมือเขตเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปก) ครั้งที่ 29 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพว่าภาพรวมถือว่าประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง อย่างน้อยประเทศไทยสามารถขับเคลื่อน เป้าหมายกรุงเทพฯ ว่าด้วยเศรษฐกิจ BCG หรือ “Bangkok goals on BCG Economy” เศรษฐกิจพื้นฐานที่ใช้ออร์แกนิก ใช้เกษตรเป็นฐานขับเคลื่อนให้ความสำคัญการผลิต การแปรรูปการตลาดที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม ทุกเขตเศรษฐกิจที่ให้ความเห็นพุ่งเป้าไปตรงนี้ เพื่อเดินหน้าไปสู่ความยั่งยืนของโลกการค้าเศรษฐกิจในยุคถัดจากนี้ไป จะเปลี่ยนไปจากเดิมที่เน้นเศรษฐกิจการค้าที่เอารัดเอาเปรียบกันสำหรับประเทศเล็กประเทศใหญ่รวมทั้งการกำหนดกติกาที่ฝ่ายหนึ่งได้เปรียบบ้างเสียเปรียบบ้าง จากนี้จะมุ่งเน้นการค้าแบบยั่งยืน ที่สำคัญประเทศไทยยังได้ประโยชน์ทางอ้อมที่มีมูลค่าและคุณค่ามหาศาล คือซอฟต์เพาเวอร์ของไทย อัตลักษณ์ ศิลปวัฒนธรรมนายกฯปลื้มผู้นำร่วมรับรอง BCGนายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายก รัฐมนตรีฝ่ายการเมืองปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ผู้นำความร่วมมือเขตเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปก) จากทุกเขตเศรษฐกิจได้ร่วมรับรองปฏิญญาผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปก 2022 รวมทั้งได้ร่วมรับรอง “เป้าหมายกรุงเทพฯว่าด้วยเศรษฐกิจ BCG” หรือ “Bangkok goals on BCG Economy” โดยบรรดาผู้นำเอเปกได้กล่าวชื่นชมความริเริ่มที่ประเทศไทยได้นำเสนอแนวคิดโมเดลเศรษฐกิจ BCG เชื่อมั่นว่าโมเดลเศรษฐกิจ BCG จะสร้างการเติบโตของประเทศไทยและตอบโจทย์เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของโลก รัฐบาลไทยเชื่อว่าโมเดลเศรษฐกิจ BCG ไม่ได้เหมาะสมต่อประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นรูปแบบที่ประเทศสมาชิกในเขตเศรษฐกิจเอเปกสามารถนำไปปรับใช้ พัฒนาต่อยอดให้เกิดประโยชน์ตามบริบทของประเทศตนเองและต่อโลกมั่นใจส่งผลบวกท่องเที่ยวไทยน.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกฯ มั่นใจผลจากที่ไทยเป็นเจ้าภาพจัดประชุมเอเปกที่เพิ่งสิ้นสุดลงไป นอกจากผลดีระยะยาวจากการผลักดันเศรษฐกิจ BCG ที่สร้างความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจดิจิทัล การพัฒนาธุรกิจ MSMEs และเชื่อมโยงการค้าผ่านเขตการค้าเสรีเอเปก (FTAAP) แล้ว ผลบวกที่เกิดขึ้นทันทีคือภาคการท่องเที่ยวจากที่ไทยได้นำเสนอกิจกรรมต่างๆ เพื่อโปรโมตแหล่งท่องเที่ยว อาหาร ศิลปะการต่อสู้ เช่น มวยไทย นายกฯมั่นใจว่ากิจกรรมต่างๆที่เกิดขึ้นจะเป็นแรงส่งต่อภาคการท่องเที่ยวในทันทีที่ตรงช่วงไฮซีซัน ส่วนมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวในระยะต่อไปนั้น ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) อยู่ระหว่างเตรียมมาตรการต่างๆเพื่อเสนอต่อที่ประชุมครม. ตามที่นายกฯได้เคยมอบหมายหน่วยงานเกี่ยวข้องให้หามาตรการ เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชนรอง ปธน.สหรัฐฯ นำทีมแวะ อ.ต.ก.เมื่อเวลาประมาณ 13.00 น. นางคามาลา แฮร์ริส รองประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา และนายดักลาส เอ็มฮอฟฟ์ สามี พร้อมด้วยคณะผู้ติดตาม คณะสื่อมวลชน ได้แวะเข้าไปยังตลาด อ.ต.ก. ถนนกำแพงเพชร ก่อนเดินทางออกจากประเทศไทย ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจการร่วมประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปก ปี 2565 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ รวมถึงการหารือทวิภาคีกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ที่ทำเนียบรัฐบาล ทั้งนี้ การเดินตลาด อ.ต.ก.ครั้งนี้เป็นกิจกรรมนอกตารางงานที่ไม่มีการแจ้งล่วงหน้า โดยนางแฮร์ริสได้เลือกซื้อของหลายอย่าง อาทิ พริกแกงแดง พริกแกงเขียวหวาน ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด ขณะเดียวกันมีบรรดาพ่อค้า แม่ค้า และผู้ที่จับจ่ายใช้สอยในตลาดดังกล่าว มามุงดูและถ่ายรูปรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ หลังจากเสร็จสิ้นการเดินตลาดดังกล่าวแล้ว นางแฮร์ริสและคณะเดินทางต่อไปยังท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง เพื่อโดยสารเครื่องบินสหรัฐเดินออกจากประเทศไทย ในเวลา 14.30 น. มุ่งหน้าไปยังประเทศฟิลิปปินส์ประชาชนเชื่อมั่นกระตุ้นเศรษฐกิจสำนักวิจัยซูเปอร์โพลเสนอผลสำรวจ เรื่องประเมินเอเปก กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ จำนวน 1,156 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 18-19 พ.ย. โดยเมื่อถามว่าประโยชน์ที่ประเทศไทยและประชาชนได้รับจากการจัดประชุมเอเปกในประเทศไทยต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ หลังวิกฤติโควิด พบว่า ร้อยละ 85.6 ระบุเกิดประโยชน์มากถึงมากที่สุด ร้อยละ 10.3 ระบุปานกลาง และร้อยละ 4.1 ระบุน้อยถึงไม่เกิดประโยชน์เลย ทั้งนี้ ร้อยละ 82.5 พอใจมากถึงมากที่สุดต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม มีผลงานจัดประชุมเอเปกร้อยละ 11.4 พอใจปานกลาง ดีต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจหลังวิกฤติโควิด และร้อยละ 6.1 พอใจน้อยถึงไม่พอใจเลย และร้อยละ 81.9 พอใจมากถึงมากที่สุดต่อนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ทำหน้าที่หารือกับประเทศต่างๆ เช่น จีน ญี่ปุ่น และอื่นๆในการค้า ระหว่างประเทศกับสินค้าไทย เช่น ข้าว กล้วยไม้ และอื่นๆ เมื่อสอบถามถึงความเชื่อมั่นของประชาชนในอีก 6 เดือนข้างหน้าต่อเศรษฐกิจไทยจะดีขึ้นกว่านี้ ที่เป็นผลพวงจากการประชุมเอเปก พบว่า ร้อยละ 65.8 เชื่อมั่นมากถึงมากที่สุด ร้อยละ 22.7 เชื่อมั่นปานกลาง และร้อยละ 11.5 เชื่อมั่นน้อยถึงไม่เชื่อมั่นเลย“บิ๊กเด่น” แถลงปิดฉาก กอร.รปภ.วันเดียวกัน พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและประธานกองอำนวยการร่วมรักษาความปลอดภัยและจราจรการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจพิเศษเอเปก 2022 (กอร.รปภ.จร.) มอบหมายให้ ผบ.ตร.และรอง ผอ.กอร. พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมฯและแถลงปิด กอร.วันที่ 14-20 พ.ย. ผลการปฏิบัติในภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและยังคงมีภารกิจที่ยังไม่แล้วเสร็จ คงเหลือเขตเศรษฐกิจเอเปก 4 เขตเศรษฐกิจพิเศษ (ปาปัวนิวกินี จีนไทเป สหรัฐ อเมริกา และฮ่องกง) จะเดินทางกลับประเทศตามกำหนดการทั้งหมดในวันที่ 20 พ.ย. ดังนั้น กองอำนวยการร่วมฯยังต้องคงความเข้มข้นในการปฏิบัติอย่างต่อเนื่องจนกว่าภารกิจจะเสร็จสิ้น ม็อบ 13 กลุ่มรวมพลังกดดันรัฐบาลพล.ต.อ.ดำรงศักดิ์กล่าวว่า ภาพรวมการปฏิบัติ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีเหตุการณ์ที่น่าสนใจ ดังนี้ การรับแจ้งเหตุ 1599 (22 สาย) 191 (34 สาย) รวมจำนวน 56 เรื่อง ตรวจสอบและดำเนินการเรียบร้อยทุกเรื่อง การยื่นข้อเรียกร้องผ่านกระทรวงการต่างประเทศ และสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐ มนตรี 4 เรื่อง บุคคลทิ้งสิ่งของ (ถังดับเพลิง) ลงไปยังพื้นผิวการจราจรวันที่ 14 พ.ย.65 จับกุมอาวุธมีด 4 ราย ปืนพก 1 ราย (18 พ.ย.65) และโดรนผิดกฎหมาย 1 ราย (17 พ.ย.65) ตรวจพบเหตุวัตถุต้องสงสัย 8 ราย (รถยนต์ 1 รถ จยย. 1 สิ่งของต้องสงสัย 6) ดำเนินคดีบุคคลบุกรุกเข้าไปในงานเลี้ยงรับรองฯ 4 ราย (หอประชุมกองทัพเรือ) ส่วนการชุมนุมสาธารณะในพื้นที่ กทม.มี 13 กลุ่ม จับกุมดำเนินคดีผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับการชุมนุม 25 ราย ผู้ชุมนุมบาดเจ็บ 10 กว่าราย เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บ 14 นาย ที่อยู่ระหว่างพักรักษาตัวโรงพยาบาล 1 ราย ทรัพย์สินของทางราชการเสียหายหลายรายการ อาทิ รถกระบะ 4 คัน อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนฯ ตำรวจเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ 1 ราย มีสาเหตุจากเป็นลม หัวใจหยุดเต้น“โรม” ชง กมธ.สอบสลายม็อบเมื่อเวลา 10.30 น. ที่อาคารอนาคตใหม่ นายรังสิมันต์ โรม โฆษกพรรคก้าวไกล แถลงถึงกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจสลายการชุมนุมกลุ่มราษฎรหยุด APEC ว่า การสลายการชุมนุมดังกล่าวได้เกิดขึ้นอย่างรุนแรงต่อผู้ชุมนุม จนนำไปสู่การจับกุมผู้ชุมนุมจำนวน 25 คน และมีบางส่วนที่ได้รับบาดเจ็บต้องเข้ารักษาที่โรงพยาบาล นายพายุ ดาวดิน ถูกยิงเข้าที่ดวงตา มีโอกาสน้อยมากที่จะกลับมามองเห็นปกติ การประทุษร้ายโดยเจ้าหน้าที่ต่อสื่อมวลชนที่เข้าไปทำข่าวในพื้นที่ ขอเรียกร้องให้ตำรวจสอบสวนเพื่อหาคนที่เกี่ยวข้องกับการทำร้ายประชาชน หยุดใช้กฎหมายเพื่อกลั่นแกล้งประชาชน ต้องยกเลิกข้อกล่าวหาที่กำลังดำเนินคดีต่อประชาชน เรียกร้องพนักงานอัยการที่มีอำนาจในการมีคำสั่งไม่ฟ้องได้ สุดท้ายรัฐบาลควรรับฟังประชาชน ไม่ควรปล่อยให้มีการใช้อำนาจเพื่อทำร้ายประชาชนอย่างที่เป็นอยู่ ตนในฐานะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน (กมธ.) จะขอนำกรณีการสลายการชุมนุมครั้งนี้ รวมถึงการละเมิดสิทธิอื่นๆในระหว่างการประชุม APEC เข้าพิจารณาใน กมธ. โดยเร่งด่วน“จุรินทร์” ฟันธงการเมืองอ่อนไหวอีกเรื่องหนึ่ง เมื่อเวลา 09.00 น. ที่โรงแรมม่อนคำ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์รองนายกฯและ รมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองไทยหลังการประชุมเอเปกว่า การเมืองไทยเข้าสู่โหมดการเลือกตั้งเต็มตัว มีความอ่อนไหวมากขึ้นในทุกประเด็นทุกเรื่อง ทั้งการทำงานของรัฐบาล การทำงานในสภา และปัจจัยแวดล้อมภายนอก เป็นปรากฏการณ์ปกติในช่วงก่อนครบเทอมสำหรับการเลือกตั้ง ยิ่งใกล้เลือกตั้ง ความอ่อนไหวทางการเมืองก็มีมากขึ้นปลุกใจแฟนคลับ ปชป.เริ่มฟื้นไข้นายจุรินทร์กล่าวอีกว่า ส่วนกิจกรรม “จุรินทร์ออนทัวร์” ไปเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส. 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประกอบด้วย ยะลา ปัตตานี นราธิวาส ระหว่างวันที่ 19-21 พ.ย.นั้น เป้าหมายที่นั่ง ส.ส.ของพรรคในภาคใต้ยังไม่เปลี่ยนแปลง มั่นใจว่าดีเหมือนที่ได้เตรียมการมาตั้งแต่ต้น ไม่มีอะไรมากระทบกับเป้าหมายที่ตั้งไว้ มั่นใจตัวเลขดีขึ้นแน่นอน เพราะเสียงตอบรับของพี่น้องภาคใต้ดีขึ้น และจิตวิญญาณพรรคประชาธิปัตย์ก็ฟื้นกลับคืนมา เมื่อถามว่ามี ส.ส.ย้ายพรรคอีกกระทบต่อการส่งตัวผู้สมัคร ส.ส.หรือไม่ นายจุรินทร์ตอบว่า การเตรียมผู้สมัคร ส.ส.ครบเกือบหมดแล้ว อาจเรียกว่าครั้งนี้เป็นลอตเกือบสุดท้ายสำหรับการเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.3 จังหวัดชายแดนใต้ ส่วนภาพรวมระดับประเทศ จะทยอยเปิดตัวไปเรื่อยๆ พรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคระดับประเทศ ไม่ใช่พรรคระดับท้องถิ่น ต้องมีผู้สมัคร ส.ส.กระจายไปทุกภาค เปิดตัว 12 ผู้สมัคร 3 จังหวัดชายแดนใต้ต่อมาเวลา 10.40 น. นายจุรินทร์ พร้อมนายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรค นายนริศ ขำนุรักษ์ ส.ส.พัทลุง และคณะ เข้าร่วมงานประชุมสมาชิกพรรค “รวมพลังประชาธิปัตย์ ปลายด้ามขวาน” ที่หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา พร้อมเปิดตัว 12 ผู้สมัคร ส.ส. 3 จังหวัดชายแดนใต้ โดยนายจุรินทร์กล่าวตอนหนึ่งว่า เลือกตั้งครั้งหน้าพรรคประชาธิปัตย์สู้ทุกเขต เชื่อมั่นผู้สมัครทุกคนในที่นี้มีโอกาสปักธงจังหวัดชายแดนใต้ เรามีนโยบาย “พัฒนานำปืน” การพัฒนาเป็นหัวใจทำในหลายมิติทั้งก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน อาชีพความเป็นอยู่ที่ขับเคลื่อนจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เดินหน้าไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง เพื่อฟื้นชีวิตจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้ได้“เด็กชวน” แฉโพลพรรคพบพิรุธอื้อด้านนายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล เลขานุการประธานสภาผู้แทนราษฎรและอดีต ส.ส.ตรัง 4 สมัย พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ในสัปดาห์นี้จะทำหนังสือถึงนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อแจ้งให้ทราบถึงขั้นตอนความไม่ชอบมาพากลของการทำโพลสำรวจคะแนนนิยมที่ทำในเขต 4 จ.ตรัง กรณีสำรวจคะแนนนิยมผู้ที่เสนอตัวลงสมัคร ส.ส.ในนามของพรรค ตามธรรมเนียมปฏิบัติของพรรคจะให้สิทธิ์ ส.ส.เจ้าของพื้นที่ แต่กลับอ้างว่ามีคนประสงค์ลงสมัครมากกว่า 1 คน ต้องทำโพลคัดคน ผู้ใหญ่ในพรรค เช่น นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ก็ไม่เห็นด้วย หลังการทำโพลเปิดเผยแค่ผลโพลว่า ตนพ่ายแพ้คู่แข่งขัน แต่ไม่ยอมเปิดเผยรายละเอียด และประกาศส่งนายกาญจน์ ตั้งปอง ลูกชายนายวิศิษฐ์ ตั้งปอง อดีตนายอำเภอหลายพื้นที่ใน จ.ตรัง ผู้ที่ชนะโพลพรรคให้เป็นผู้สมัคร ส.ส.เขต 4 หลังทราบผลโพลได้ลงพื้นที่เสาะหาข้อมูลพบข้อเท็จจริงที่น่าสงสัย อาทิ ไม่เปิดเผยพื้นที่การลงสำรวจ ชาวบ้านในพื้นที่แทบจะไม่มีใครได้รับการสำรวจ นักวิชาการอิสระที่จ้างมาทำไม่ใช่ของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ แบบฟอร์มสอบถามไม่ลงเลขกำกับ มีก๊อบปี้เพิ่มถูกใช้ทำโพลที่ไม่สุจริตตั้งแท่นร้อง หน.ขอความเป็นธรรม“เชื่อว่าไม่ได้ใช้หลักการที่ครบถ้วนพิจารณาสรรหาผู้สมัคร แต่กลับใช้ผลโพลที่ไม่สุจริตมาตัดสิน เมื่อพรรคไม่สามารถให้ความโปร่งใส ยุติธรรมกับผมที่เป็นหนึ่งในกรรมการบริหารพรรค จะไปให้ความยุติธรรมกับประชาชนทั่วไปได้อย่างไร ดังนั้นเชื่อว่าผู้ที่ได้มาด้วยความไม่ชอบธรรม ไม่สามารถเป็นตัวแทนประชาชนได้อย่างมีเกียรติ เงยหน้าไม่กล้ามองฟ้า ก้มหน้าไม่อาจมองดิน จึงต้องทำหนังสือนี้ให้หัวหน้าพรรคทราบ เพื่อไม่ให้เกิดผิดพลาดซ้ำอีก ควรใช้ธรรมเนียมปฏิบัติของพรรคแต่เดิมที่ไม่สร้างปัญหาเพิ่มให้พรรค” นายสมบูรณ์กล่าว ตระกูลเสนพงศ์ไปรวมไทยสร้างชาติด้านนายพงศ์สินธุ์ เสนพงศ์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.นครศรีธรรมราช ที่ตัดสินใจลาออกจากสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์แล้ว โพสต์เฟซบุ๊กเป็นภาพ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ยืนประจำโพเดียมแถลงข่าวที่ทำเนียบรัฐบาล มีฉากหลังเป็นป้ายข้อความ “รวมไทยสร้างชาติ” พร้อมระบุข้อความชื่อ “รวมไทยสร้างชาติ กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” และระบุว่า มีหลายคนแนะนำให้พิจารณาถึงรวมไทยสร้างชาติ เป็นพรรคใหม่ที่น่าสนใจ โดยให้เหตุผลว่า ชื่อนี้เป็นการประดิษฐ์คำของ พล.อ.ประยุทธ์ เพื่อใช้เป็นข้อความบนแผ่นบอร์ดการแถลงข่าวที่ทำเนียบรัฐบาลผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า บรรยากาศหน้าบ้านตระกูลเสนพงศ์ มีผู้ดูแลบ้านนายเทพไท เสนพงศ์ อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช นำป้ายพรรคประชาธิปัตย์ออก แล้วนำป้าย“รวมไทยสร้างชาติ” ติดรอบบริเวณบ้าน และกำแพงหน้าบ้าน บรรดาคอการเมืองชาวนครศรีธรรมราชมั่นใจตระกูลเสนพงศ์เข้าร่วมพรรครวมไทยสร้างชาติอย่างแน่นอนกล่อม “บิ๊กตู่” อยู่ พปชร.ช่วย “บิ๊กป้อม”นายวีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ที่กำลังรอจังหวะถาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ถึงการเข้าร่วม รทสช.หลังหมดช่วงประชุมเอเปกว่า ขอเรียนให้ พล.อ.ประยุทธ์ทราบว่าหากเลือกตั้งเสร็จ เลือกนายกฯช่วงเดือน ก.ค.2566 ก็อยู่ในตำแหน่งแค่ 1 ปี 9 เดือนครบ 8 ปี ดูแล้วไม่คุ้ม เพราะหลัง 1 ปี 9 เดือนต้องมาโหวตนายกฯใหม่อีก สู้มาแตะมือแบ่งกันทำงานดีหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ยังมีบารมีเหมือนเดิม เป็นรองนายกฯ ความสำคัญไม่หย่อนไปกว่ากันเหมือนที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นรองนายกฯ ทุกคนรู้จักและเกรงใจทั้ง 2 คนเท่ากัน ถ้า พล.อ.ประยุทธ์อยากช่วยงาน พล.อ.ประวิตร ขอให้มาเป็นสมาชิก พปชร. พล.อ.ประยุทธ์ควรมา พปชร. เพราะยังไงก็เป็นแกนนำรัฐบาล ไป รทสช.จะได้ ส.ส.ถึง 25 คน พอเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯหรือไม่ ถ้าไม่ถึง 25 คนก็จบ กล้าท้าพนัน 1 โต๊ะจีนว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่ไป รทสช. แต่ไม่มีใครรับคำท้าปิดประตูซบรวมไทยสร้างชาตินายวีระกรกล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์จะไปอยู่รสทช.นั้น ไม่มีข้อดี แต่ถ้ามาอยู่ พปชร.แน่นอนก็เหมือนหนุนให้พล.อ.ประวิตรเป็นนายกฯ เพราะความศรัทธาที่ประชาชนหลายกลุ่มมีต่อ พล.อ.ประยุทธ์ เพียงแต่ พล.อ.ประยุทธ์จะมีความคิดอยากมาช่วย พล.อ.ประวิตรหรือไม่ คิดว่ามี 2 ทางเลือก คือ 1.พล.อ.ประยุทธ์ลอยตัวเหมือนเดิม รอให้คนเสนอชื่อเฉยๆ แต่ไม่สังกัดพรรค 2.พล.อ.ประยุทธ์ยอมสังกัดพรรคมาช่วย พล.อ.ประวิตรเป็นนายกฯเท่านั้น แต่ทางเลือกที่จะไป รทสช.ไม่มีโอกาส ไม่มีเปอร์เซ็นต์เลย แต่จะมา พปชร.หรือไม่ก็ 50:50ส.ส.ศท.รอรับ “บิ๊กป้อม” กำแพงเพชรผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า จากกำหนดการเดิมวันที่ 21 พ.ย. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีจะลงพื้นที่ตรวจราชการ จ.กำแพงเพชร เพื่อติดตามการดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด พร้อมมอบนโยบายและข้อสั่งการที่โรงเรียนปางศิลาทองศึกษา ต.โพธิ์ทอง อ.ปางศิลาทอง รวมถึงเป็นประธานมอบสมุดประจำตัวให้แก่ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกให้ทำกินในชุมชนตามนโยบายรัฐบาล และพบปะประชาชน ก่อนที่ช่วงบ่ายไปติดตามการบริหารจัดการน้ำตรวจเยี่ยมฝายชั่วคราวกั้นแม่น้ำปิง หนองวัวดำ หมู่ที่ 21 บ้านหนองบง ต.โกสัมพี อ.โกสัมพีนคร นั้น พล.อ.ประวิตรยังมีลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาท่อทองแดง ต.หนองปลิง อ.เมืองกำแพงเพชร และโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาวังบัวน้ำ ต.เทพนคร อ.เมืองกำแพงเพชร ก่อนกลับ กทม. โดยมีนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้า พปชร. พร้อมคณะ และนอกเหนือ ส.ส.กำแพงเพชร พปชร. รอต้อนรับแล้ว มีรายงานข่าวว่า ส.ส.พรรคเศรษฐกิจไทยหลายคน เตรียมไปต้อนรับด้วยเช่นกัน ท่ามกลางกระแสข่าว พล.อ.ประวิตรต้องการให้กลับเข้า พปชร. พรรคเล็กไล่นายกฯยุบสภาก่อนสิ้นปีนายสุรทิน พิจารณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ กล่าวถึงเทอมสุดท้ายของรัฐบาลว่า หลังเสร็จภารกิจเป็นเจ้าภาพประชุมเอเปกแล้ว ส.ส.อยู่ทำหน้าที่ต่อไปก็ไม่มีประโยชน์ ขอเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ประกาศยุบสภาก่อนสิ้นปี 65 พรรคประชาธิปไตยใหม่พร้อมส่ง ส.ส.250 เขตในพื้นที่ภาคอีสาน กทม. และส่งผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 คน ชูนโยบายที่ใช้หาเสียงพรรคประกาศทำสงครามยาเสพติดทุกประเภท เรียนฟรีปริญญาตรีโดยสมัครใจ บำนาญประชาชน เมื่ออายุครบ 60 ปีได้เงินสวัสดิการ เดือนละ 3,000 บาท ส่วนร่าง พ.ร.บ. กัญชา กัญชง ที่รอพิจารณาวาระ 2 ในสภานั้น เชื่อว่าไม่มี ส.ส.คนใดยกมือให้ผ่าน แม้ผ่านได้ก็ไม่ได้เสียงจาก ส.ส.พรรคเล็กแน่นอน เพราะเคยพูดหลายครั้งแล้วว่า ในสภาความสัมพันธ์ระหว่างคนเสนอร่างกฎหมายและ ส.ส.ต้องมีพอสมควร ตนเป็นหัวหน้าพรรคก็ต้องมาคุย ไม่ใช่เดินผ่านไปเฉย จะมากดดันให้ยกมือให้ ใช้มติรัฐบาลบีบพรรคร่วมรัฐบาล ไม่มีทาง แม้ที่ผ่านมาพรรคเล็กอุ้มรัฐบาลทุกอย่างหยันผลงานเวทีเอเปกล้วนเรื่องเก่านายนพดล ปัทมะ อดีต รมว.ต่างประเทศ แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การประชุมเอเปกจบแล้ว แต่รัฐบาลอย่าลิงโลดกับการจัดประชุมมากนัก เพราะการประชุมพหุภาคีระดับนานาชาติเป็นเช่นนี้ เต็มไปด้วยความปรารถนา ความตั้งใจ แต่เป็นผลสัมฤทธิ์แค่ไหน เป็นเรื่องของแต่ละประเทศ โดยเฉพาะแนวคิดเศรษฐกิจ BCG ไม่ใช่เรื่องใหม่ หลายประเทศเดินหน้าไปไกลมากแล้ว เอเปกไม่ใช่จะช่วยการค้า การลงทุนและเศรษฐกิจไทยได้โดยอัตโนมัติ เราต้องช่วยตัวเองหลายเรื่องยังไม่ได้ทำ เช่น การค้าที่ยังไม่ช่วยผู้ส่งออกให้มีแต้มต่อในตลาดประชาคมยุโรป โดยทำข้อตกลงการค้ากับอียู 8 ปีทำอะไรอยู่ ถ้าพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล จะเจรจาให้เสร็จใน 12 เดือน เพื่อเปิดตลาดอียูกำลังซื้อมหาศาลให้ผู้ส่งออกไทย หรือบอกสนับสนุนเศรษฐกิจชีวภาพ แต่ไม่สนับสนุนสุราพื้นบ้าน ต้องการเป็นแหล่งผลิตอาหารโลก แต่ขาดโครงสร้างพื้นฐานระบบน้ำ จึงเกิดน้ำท่วม น้ำแล้งซ้ำซาก เอเปกจบแล้ว แต่ความท้าทายของไทยยังอยู่ เช่น ความเหลื่อมล้ำ ส่วนรัฐบาลเหลือเวลาไม่กี่เดือนก่อนเลือกตั้ง รัฐบาลหน้าจึงมีงานต้องทำอีกมาก พรรคเพื่อไทยพร้อมนำเสนอแคนดิเดตนายกฯ นโยบายที่ตอบโจทย์และผู้สมัครคุณภาพเพื่อเดินหน้าแลนด์ไสด์ต่อไปสวดยับรัฐบาลบริหาร ศก.ทรุดน.ส.จุฑาพร เกตุราทร โฆษกคณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทยและว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม. กล่าวว่า ได้ลงพื้นที่เขตสาทร พร้อมนายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ด้านเศรษฐกิจ พบกับประชาชน ผู้ประกอบการ นักลงทุน ส่วนใหญ่ประสบปัญหามีหนี้สินมาก เศรษฐกิจฝืดเคือง พ่อค้าแม่ค้าหลายคนถูกห้ามขายของช่วงประชุมเอเปก ทำให้ขาดรายได้ ผู้ประกอบการบ่นเป็นเสียงเดียวกันค้าขายแย่ นักท่องเที่ยวไม่เข้ามาเหมือนเก่า อยากเห็นรัฐบาลใหม่บริหารเศรษฐกิจดีกว่านี้ และกลัวถูกเรียกภาษีย้อนหลังจากการร่วมโครงการคนละครึ่ง ที่หลายคนถูกเรียกภาษีย้อนหลัง ส่วนนักลงทุนตลาดหลักทรัพย์และลงทุนในคริปโต ปัจจุบันราคาคลิปโตร่วงมาก ขาดทุนถ้วนหน้า มีแนวโน้มราคาลดลงอีก จากการล้มละลายของบริษัท FTX แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตรายใหญ่ของโลก และปัญหาการปั่นหุ้นบริษัท More สร้างความปั่นป่วนให้ตลาดหลักทรัพย์ไทย อยากให้รัฐบาลมีมาตรการเข้มงวดมากขึ้น สะท้อนเศรษฐกิจไทยขยายตัวต่ำ ทั้งปัญหาหนี้สิน การเก็บภาษีย้อนหลัง ดัชนีตลาด หลักทรัพย์หยุดนิ่ง เกิดจากการบริหารเศรษฐกิจผิดพลาดของรัฐบาลกกต.รับปากแก้กฎเหล็ก 180 วันพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.) สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า การประชุมกมธ.ที่ผ่านมาเชิญนายแสวง บุญมี รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มาสอบถามถึงประเด็นการออกกรอบควบคุมการเลือกตั้ง ในระยะ 180 วัน นับถึงวันสิ้นสุดอายุของสภา โดยนายแสวงยอมรับว่าการออกกติกาดังกล่าวมีความสุจริต แต่ไม่เที่ยงธรรม รับปากไปแก้ไขประกาศดังกล่าวภายใน 10 วัน ตนให้เวลาดำเนินการ เนื่องจากเข้าใจว่า กระบวนการพิจารณาต้องเสนอให้ที่ประชุม กกต.ชุดใหญ่ กกต.ไม่เคยลงเลือกตั้ง ไม่เคยหาเสียง ไม่ทราบการปฏิบัติที่เป็นประเพณี เช่น งานแต่ง งานศพ ดังนั้น การห้ามช่วยเหลือนั้น จึงห้ามไม่ได้ เพราะเป็นประเพณี รวมถึงกรณีประชาชนเดือดร้อนจากน้ำท่วม การประกาศเพื่อควบคุม เท่ากับควบคุมพรรคฝ่ายค้านห้ามทำ แต่ฝั่งรัฐบาลไม่ห้าม พบการแจกสิ่งของโดยใช้งบประมาณของรัฐ เป็นการเอาเปรียบทางการเมือง จึงควรปรับปรุงประกาศให้ทำได้บ้างในการช่วยเหลือประชาชน อย่างไรก็ตามขณะนี้ผ่านกรอบเวลา 10 วัน ที่นายแสวงรับปากไว้แล้ว แต่ยังให้โอกาสและหากทำช้าเกินไปจะยื่นต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เอาผิดต่อไป “เสรีพิศุทธ์ ”เชื่อ “บิ๊กตู่” อยู่ครบเทอมพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวถึงความพร้อมในการเลือกตั้งว่า ขณะนี้กำลังเฟ้นหาตัวผู้สมัคร ส.ส. และกำลังทยอยเปิดตัวนโยบายใช้สู้ศึกเลือกตั้ง เน้นนโยบายทำได้จริง เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน ส่วนผลสำรวจโพลที่ระบุพรรคเพื่อไทยยังรั้งอันดับ 1 นั้น พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคใหญ่ แต่พรรคเสรีรวมไทยเพิ่งเกิด เงินทองไม่มีมาก รู้ว่าสู้พรรคเพื่อไทยไม่ได้ แต่ไม่กังวล หรือหวั่นไหวกับผลโพล เมื่อถามแนวโน้มการยุบสภาหลังจบการประชุมเอเปก พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ตอบว่า ไม่เชื่อจะมีการยุบสภา เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม มาจากการยึดอำนาจ เตรียมตัวเป็นนายกฯมานาน ไม่ยอมคืนอำนาจง่ายๆ อีกทั้งกลไกตรวจสอบผ่านการอภิปรายไม่ไว้วางใจไม่สามารถทำได้ เชื่ออยู่ครบเทอม ให้การเลือกตั้งเกิดเดือน พ.ค.66 กว่าจะได้รัฐบาลใหม่ คงเป็นเดือน มิ.ย.66 การไม่ยุบสภาไม่มีผลกระทบต่อพรรคการเมือง แต่ประชาชนได้รับผลกระทบแน่ หากอยู่ยาว ทุกคนเดือดร้อนจากการบริหารงานของ พล.อ.ประยุทธ์จี้ผ่านประชามติ รธน.พร้อมเลือกตั้งเมื่อเวลา 10.30 น. ที่อาคารอนาคตใหม่ นายรังสิมันต์ โรม โฆษกพรรคก้าวไกล แถลงว่า พรรคสนับสนุนขอให้ทำประชามติเพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทั้งฉบับพร้อมการเลือกตั้ง ที่ผ่านการลงมติเห็นชอบอย่างเป็นเอกฉันท์ไปแล้วของสภาฯ กำลังเข้าสู่วาระการพิจารณาของที่ประชุมวุฒิสภาในวันที่ 21 พ.ย. อาจมี ส.ว.บางท่านติดขัดในข้อกฎหมาย บางท่านเสนอตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาศึกษา หากเหตุการณ์ที่กล่าวถึงเกิดขึ้นจริง ทำให้โอกาสจัดประชามติไปพร้อมกับการเลือกตั้งเป็นไปได้ยาก ดังนั้นหวังว่าวุฒิสภาจะพิจารณาวาระดังกล่าวอย่างรวดเร็ว เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นของความเปลี่ยนแปลงที่ประชาชนหวังวิป ส.ว.เตรียมถกผ่านประเด็นร้อนนายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว. ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิสภา) เปิดเผยว่า ในวันที่ 21 พ.ย. เวลา 09.00 น. วิปวุฒิสภาจะประชุมพิจารณาญัตติของสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้ ครม.ทำประชามติถามความเห็นประชาชนต่อการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ส่วนตัวสนับสนุนญัตติดังกล่าวเนื่องจากกระบวนการที่รัฐสภาต้องพิจารณาตาม พ.ร.บ.ประชามตินั้น เป็นกระบวนการต้นทางทำให้การทำประชามติเกิดขึ้น และทำตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ระบุว่าการแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับทำได้ แต่ต้องผ่านการทำประชามติจากประชาชนก่อน ส่วนกรณีมีผู้เสนอให้ทำประชามติวันเดียวกับวันเลือกตั้งนั้น ส่วนตัวมีข้อสังเกตเกี่ยวกับความเหลื่อมล้ำของระยะเวลาที่กำหนดไว้ ทั้งในกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.และกฎหมายประชามติ อีกทั้งการทำประชามติเป็นคนละวัตถุประสงค์กับการเลือกตั้ง ส่วนจะมีผลต่อการเลือกตั้ง ส.ส.ที่ได้เปรียบเสียเปรียบกันหรือไม่นั้น มองว่าเมื่อ ส.ส.โหวตเป็นเอกฉันท์ในญัตติดังกล่าวเท่ากับทุกพรรคเห็นตรงกัน ไม่มีความได้เปรียบหรือเสียเปรียบกันแขวะพรรคหวังผลเลือกตั้งนายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ ส.ว. กล่าวว่า ประเด็นที่พรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกลเสนอญัตติถามประชาชนเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญในวันเลือกตั้งนั้น ไม่เห็นด้วย การทำประชามติมี 2 ทางคือ ก่อนเลือกตั้งหรือหลังเลือกตั้ง หากทำในวันเดียวกับการเลือกตั้ง อาจทำให้ผู้มาใช้สิทธิสับสน การตั้งคำถามประชามติทำให้ประชาชนสับสนได้ ส่วนตัวเห็นด้วยถึงเวลาแก้รัฐธรรมนูญ เพื่อลดความขัดแย้งผ่านการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ แต่จะทำประชามติเมื่อใด ขอให้เป็นเรื่องผู้มีอำนาจโดยตรง ญัตติที่ฝ่ายค้านเสนอนั้น ไม่อยากให้เป็นเรื่องการเมือง ให้พรรคใดใช้เป็นข้ออ้างหาเสียงเลือกตั้ง ไม่อยากเห็นการทำประชามติถูกใช้เป็นเครื่องมือการเมือง“จตุพร” แย้ม ก.ม.เลือกตั้ง ส.ส.เป็นโมฆะนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำคณะหลอมรวมประชาชน กล่าวถึงการเมืองหลังประชุมเอเปกว่า ยังต้องรอดูร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ที่ศาลรัฐธรรมนูญนัดวินิจฉัยวันที่ 23 พ.ย. และร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ที่จะวินิจฉัยในวันที่ 30 พ.ย. น่าสังเกตว่าทั้ง 2 ฉบับยื่นไปพร้อมกัน แต่นัดวินิจฉัยคนละวัน ดังนั้น เชื่อว่าวันแรกน่าจะเป็นข่าวดี และวันที่ 2 จะเป็นข่าวร้าย ถ้าร่างกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.เป็นโมฆะ จะต้องนับหนึ่งใหม่ไปถึงรัฐธรรมนูญ ที่เป็นปัญหาขัดกับระบบบัตร 2 ใบ การไม่แก้ไข 2-3 มาตรา ที่เป็นหลักการสำคัญ เพราะมีหลักคิดแก้ไขกลับไปใช้บัตรใบเดียว ไม่ว่าสูตร 2 ใบ หาร 100 หรือ 2 ใบ หาร 500 ล้วนแล้วแต่ถูกต้มทั้งนั้น เพราะเขาให้ไม่จริง ให้แบบนั้นก็เข้าทางพรรคเพื่อไทย ทั้งหมดคือกับดัก รู้ว่าพรรคเพื่อไทยอยากได้ ก็ต้มไปตามความอยาก ดังนั้น ต้องรอดูวันที่ 30 พ.ย. ถึงจะได้เห็นหมากกระดานเลือกตั้งที่แท้จริง อยู่หรือแยกแค่ยุทธวิธี “3 ป.”นายจตุพรกล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม คงยังไม่รีบขยับ การย้ายพรรคยังไม่น่าจะมีอะไร ไม่จำเป็นต้องผลีผลาม แค่ยืนเป็นเงาทะมึนให้รับรู้กันก็พอ ทั้งนี้ ต้องเข้าใจว่าการบริหารจัดการของ “3 ป.” มีเป้าหมาย คือ รักษาอำนาจผลประโยชน์ที่อยู่กันมายาวนาน เขาต้องรักษาไว้แบบรวมกันเราอยู่ แยกกันเราตาย การจะเป็น 1 พรรค หรือแยก 2 พรรค หลายๆพรรค ก็อาจเป็นยุทธวิธีที่มองว่าจะทำให้ได้เสียงมากขึ้น ถ้าเป็นพรรคเดียวแล้วคะแนนน้อย แต่ถึงยังไงก็ไม่ใช่ การแตกแยก กินข้าวหม้อเดียวกัน ใช้เงินกระเป๋าเดียวกัน เพียงแต่ พล.อ.ประยุทธ์ต้องระมัดระวังในการเคลื่อนไหว เพราะยังเป็นแคนดิเดตนายกฯของพลังประชารัฐอยู่โพลชี้ภาคตะวันออกเลือก“อุ๊งอิ๊ง”“นิด้าโพล” เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง “คนที่ใช่ พรรคที่ชอบ ของคนภาคตะวันออก” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 7-10 พ.ย. จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปในภาคตะวันออก จำนวน 2,001 หน่วยตัวอย่าง จากการสำรวจเมื่อถามถึงบุคคลที่คนภาคตะวันออกจะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 25.09 น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวพรรคเพื่อไทย อันดับ 2 ร้อยละ 16.64 นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล อันดับ 3 ร้อยละ 13.64 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม สำหรับพรรคการเมืองที่คนภาคตะวันออกมีแนวโน้มเลือกให้เป็น ส.ส. แบบแบ่งเขต ในวันนี้ พบว่า ร้อยละ 33.68 พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 19.29 พรรคก้าวไกล ร้อยละ 15.79 ระบุว่า ยังไม่ตัดสินใจ เมื่อถามถึงแนวโน้มเลือก ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคการเมือง ร้อยละ 33.68 พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 19.09 พรรคก้าวไกล และร้อยละ 16.24 ยังไม่ตัดสินใจ