คอการเมืองมักจะมองว่า สาม ป. โดยเฉพาะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จะต้องอยู่ด้วยกันตลอดไป แยกกันไม่ออก เหมือนลิ้นกับฟัน มาด้วยกันก็ต้องไปด้วยกัน เพราะฉะนั้นการที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แยกตัวออกจาก พลังประชารัฐ ที่มี พล.อ.ประวิตร เป็นหัวหน้าพรรค เป็นแผนแยกกันเดินร่วมกันตีหรือไม่ เป็นการ แตกแบงก์พันหรือเปล่า อะไรทำนองนี้หากมองไปที่การบริหารจัดการในพลังประชารัฐ ซึ่งจะว่าไปแล้ว การก่อตั้งเป็นพรรคการเมืองครั้งแรก และสามารถดึงเอา ส.ส.แกนนำการเมืองจากพรรคการเมืองต่างๆมาอยู่พลังประชารัฐได้ ก็ถือว่าเป็นงานที่ไม่ง่ายนัก มีแกนนำ ส.ส.จากกลุ่มต่างๆมาร่วมงานด้วย มากมาย อาทิ กลุ่มสามมิตร นำโดย สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ, สมศักดิ์ เทพสุทิน กลุ่มโคราช นำโดย วิรัช รัตนเศรษฐ กลุ่มเพชรบูรณ์ นำโดย สันติ พร้อมพัฒน์ กลุ่มปากน้ำบ้านใหญ่ ตระกูลอัศวเหม กลุ่มบ้านใหญ่เมืองชล ตระกูลคุณปลื้ม กลุ่มบ้านใหญ่สระแก้ว ตระกูลเทียนทอง กลุ่มกำแพงเพชร วราเทพ รัตนากร กลุ่มปากน้ำโพ วีรกร คำประกอบ กลุ่ม ส.ส.ภาคกลาง ส.ส.กทม. และภาคใต้ ครบทุกภาค ถ้านับรวมกลุ่มอดีตเลขาธิการพรรค ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ด้วยแล้ว มีกำลังสำรองจาก ส.ส.ภาคเหนืออีกจำนวนไม่น้อยแต่ในวันที่ พลังประชารัฐไม่พร้อม จากกลุ่มการเมืองย้ายออกจากพรรคไป สร้างอนาคตไทย บ้าง รวมไทยสร้างชาติ บ้าง ภูมิใจไทย บ้าง เศรษฐกิจไทย บ้าง พลังประชารัฐวันนี้ยืนอยู่บนเรือสองแคมปัจจัยการเมืองบางอย่างที่มีเค้าลางที่ไม่ค่อยปกติ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด ชมน์สวัสดิ์ อัศวเหม เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด สมุทรปราการ กับพวกคดีเงินอุดหนุนวัด ในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ 20 กว่าโครงการวงเงินประมาณ 338 ล้านบาท เล่นมาชี้มูลเอาในช่วงหน้าสิ่วหน้าขวานพอดีคดีผู้กำกับโจ้ พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล อดีตผู้กำกับ สภ.เมือง นครสวรรค์ ที่ถูกชี้มูลความผิดจาก ป.ป.ช. ฐานร่ำรวยผิดปกติ ยึดทรัพย์ไปได้กว่า 1,358 ล้านบาท ก็ไม่ธรรมดา การเมืองไล่เช็กบิลกันฝุ่นตลบไปหมด รวมทั้งเรื่อง นักธุรกิจจีน ที่มาทำธุรกิจสีเทาและสีดำ เกี่ยวข้องกับยาเสพติดอยู่ในประเทศไทย พยายามจะโยงให้ถึงนักการเมืองคนสำคัญ เอากันถึงตายคำถามก็คือว่า ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ ในวันที่ไม่มี พล.อ.ประวิตร จะไปต่ออย่างไร และในวันที่ พล.อ.ประวิตร ขาด พล.อ.ประยุทธ์ จะไปต่ออย่างไร หลังจากที่เห็นความพยายามจะไปต่อด้วยตัวเองของทั้งสอง ป.แล้ว เห็นคำตอบในอนาคตทันทีไม่ว่า อย่างไรก็ตาม งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา เหมือนที่คอการเมืองพยายามจะฟันธงกันว่า วันนี้ สาม ป. หมดสภาพ สิ้นอำนาจและบารมีที่จะไปต่อ การแตกคอระหว่างสาม ป. เป็นจุดเริ่มต้นของความล่มสลายขั้วอำนาจนั่นเป็นแค่การคาดการณ์ เพราะการเมืองที่ทับซ้อน และออกแบบไม่ได้ เสียงส่วนใหญ่กำหนดวิถีของประชาธิปไตยไม่ได้ จำนวน ส.ส. ตัดสินการเป็นแกนนำรัฐบาลไม่ได้ สาม ป.ก็ไม่จำเป็นต้องมาด้วยกันไปด้วยกันอีกต่อไปคนไทยเลยอดดูบอลโลกไปด้วย.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.th