จบลงไปแล้วกับงานช้างระดับโลกที่ประเทศไทยรับหน้าที่ เจ้าภาพจัดการประชุม APEC 2022 วันนี้วันสุดท้ายที่จะส่งแขกบ้านแขกเมืองกลับโดยสวัสดิภาพประเทศไทยกลับคืนสู่ภาวะปกติที่ไม่เป็นปกติการเมืองไทยนับถอยหลังเข้าสู่โหมดเลือกตั้งเต็มตัวเราคงได้เห็นความชัดเจนของอนาคตการเมือง “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ ทีมงานปั้นอำนาจนอกเงา“พี่ใหญ่”แต่ที่น่าจับตามองตอนนี้ก็คือ การสวมบทหัวหมู่ทะลวงฟันของ “หมอระวี มาศฉมาดล” หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ กับการชง ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ในวาระสุดท้ายของสภา ก่อนจะเลือกตั้งใหม่เอาจริงๆ “หมอระวี” ยังห่างไกลกับการสวมบทเป็นผู้เสนอร่างฯนิรโทษกรรมอยู่มาก เพราะภาพจำที่ยังไม่เลือนไปตามกาลเวลา ก็คือภาพ แกนนำแถว 2 แถว 3 กลุ่มพันธมิตรฯ คู่กรณีทางการเมืองอีกกลุ่มทำให้เลี่ยงไม่ได้ที่จะถูกมองว่าทำเพื่อตัวเอง หรือพวกพ้องที่ร่วมอุดมการณ์กันมา รวมไปถึงแง่ที่ว่าหวังผลการเมือง เนื่องจากจะใกล้เลือกตั้งแต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด จะเป็นความตั้งใจส่วนตัว หรือรับสัญญาณใครมา วันนี้ได้กลายเป็นข้อถกเถียงกันในสังคมไปแล้วต้องยอมรับกันว่า วันนี้สังคมไทย รอยแผลที่กลบเกลื่อนกันไว้ พร้อมจะปริแยกได้ทุกเมื่อพอมีสิ่งเร้าปม “นิรโทษกรรม” ก็เป็นชนวนหนึ่งที่เปิดออกมาเมื่อไหร่ คนไทยพร้อมจะรบราฆ่าฟันกันเมื่อนั้น ยิ่งถ้าตัวผู้เสนอมีวาระแฝง ยิ่งสร้างความระแวงต่อสังคมหากยังจำกันได้ รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ต้องล่มไปก็เพราะชง “นิรโทษกรรมสุดซอย” นี่แหละ และหากจะไล่ตามข่าวเชิงลึกลงไปอีก ที่ต้องชง “สุดซอย” ก็เพราะมั่นใจว่า “เคลียร์จบแล้ว”เลยกลายไปเข้าทาง กลุ่ม กปปส. ของ “กำนันเทือก” ปั่นจนล้มรัฐบาลไม่พอ ยังล้มกระดานการเมืองเปิดทาง “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ และ คสช. เข้ามายึดอำนาจ ลากอำนาจต่อเนื่องมากว่า 8 ปี แถมยังคิดจะลากกันไปต่อกับ “โปรฯคนละครึ่ง”ฟันธงตรงนี้เลยว่า นิรโทษกรรมฉบับ “หมอระวี” ไม่มีทางสำเร็จ เพราะชงมาแบบครึ่งๆ กลางๆ ไม่ว่ากันไปถึงต้นตอปัญหาก็อย่างที่ “วิษณุ เครืองาม” เนติบริกรรัฐบาลว่าไว้ ยังไม่รู้ความคิดของ “หมอระวี” ว่าจะเอาถึงขั้นไหน ต้นซอย กลางซอย สุดซอย หรือทะลุซอยหรือที่ “สมศักดิ์ เทพสุทิน” รมว.ยุติธรรม ประธานยุทธศาสตร์พลังประชารัฐ ออกตัวว่าเรื่องนี้เรื่องใหญ่ อาจเกิดการแตกแยกขึ้นมาอีก ต้องไปว่ากันหลังเลือกตั้งแล้ว พรรคไหนรับปากกับประชาชนไว้ก็เอาไปทำแปลความได้ว่า พลังประชารัฐ ไม่เอากับนิรโทษกรรมเรื่องนิรโทษกรรมนี้ ถ้าผู้มีอำนาจตัวจริง มีความจริงใจที่จะทำให้ประเทศชาติสงบสุข ไม่ใช่แบบ “บ้านเมืองสงบจบที่ลุงตู่” เป็นความสงบที่ บ่มิไก๊ อย่างทุกวันนี้ให้ไปดำเนินการตาม รายงานฉบับสมบูรณ์คณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) ชุดที่ อาจารย์คณิต ณ นคร เป็นประธาน ซึ่งค่อนข้างครอบคลุมที่สุดแล้วเพราะพวกนักค้าความขัดแย้ง มันมีอยู่เต็มบ้านเต็มเมือง.เพลิงสุริยะ