อีกบทพิสูจน์ความจริงใจของรัฐบาลว่าจะให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ (ฉบับร่างมาเพื่อพวกเรา) หรือไม่หลังจากที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเมื่อสัปดาห์ก่อน มีมติเป็นเอกฉันท์ตาม ญัตติขอให้ ครม. ดำเนินการออกเสียงประชามติเพื่อสอบถามความเห็นประชาชนต่อการจัดทำรัฐ ธรรมนูญฉบับใหม่ที่ “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล และ “จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์” ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย เป็นผู้เสนอเป็นข้อเสนอที่ขอให้จัดทำประชามติเพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไปพร้อมกับการเลือกตั้ง เพื่อให้ประชาชนตัดสินไปเลยว่า จะให้แก้ไข รัฐธรรมนูญพิสดารพันลึกเจ้าปัญหา นี้หรือไม่วัดกันไปเลย จะได้ไม่มีใครมาอ้างได้อีกว่ารัฐธรรมนูญที่ใช้กันมาทุกวันนี้ มาจากการทำประชามติโดยเสียงส่วนใหญ่ของประชาชนทั้งที่รู้กันดีว่าเป็นการทำประชามติแบบปิดปาก ไม่ให้คนเห็นต่างวิพากษ์วิจารณ์ได้ตอนนี้ตัวญัตติดังกล่าว ถูกส่งไปอยู่ในมือวุฒิสภาแล้วเห็นว่าวิปวุฒิสภา เตรียมเสนอเข้าที่ประชุม ในวันที่ 21 พ.ย.นี้ แต่ยังไม่ใช่การโหวตว่าจะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ แค่ตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาศึกษา ด้วยข้ออ้างว่า เพื่อความรอบคอบ รอบด้าน ครบถ้วน ที่จะต้องใช้เวลาราวๆ 30-60 วันดูจากกระบวนท่าลีลาของบรรดา ส.ว.ลากตั้งแล้ว ญัตตินี้น่าจะถูกเทไปแบบเนียนๆ น่าจะไม่ทันแน่นอนกับช่วงอายุขัยของรัฐบาลที่เหลืออยู่ ไม่ว่าจะอยู่ครบเทอม หรือต้องยุบสภาไปก่อนเพราะกว่าจะนำเข้าสู่ที่ประชุมวุฒิสภาอีกรอบ ก็น่าจะกลางเดือน ม.ค.2566 ไปแล้ว และแม้ว่าวุฒิสภาจะเห็นชอบให้ผ่าน ก็ยังมีกลไกที่รัฐบาลต้องดำเนินการตามกฎหมายประชามติ กำหนดให้รัฐบาลมีเวลาเตรียมการไม่เร็วกว่า 90 วันดูไทม์ไลน์การเมืองแล้ว ยังไงก็ไม่ทันแน่นอนนี่ก็คนละเรื่องเดียวกัน เมื่อศาลรัฐธรรมนูญนัดฟังคำวินิจฉัย ในวันที่ 30 พ.ย.นี้ เรื่องที่ประธานรัฐสภาส่งความเห็นของ ส.ส. และ ส.ว. ขอให้วินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 148 วรรคหนึ่ง (1) ประกอบมาตรา 132 ว่าร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 25 และมาตรา 26 มีข้อความขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 93 และมาตรา 94 หรือไม่ และตราขึ้นโดยไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือไม่ไม่กี่วันก่อน นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. ได้ส่งคำชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญ ชี้ว่า “...ร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมโดยยกเลิกวิธีการคำนวณจำนวน ส.ส.ที่แต่ละพรรคจะพึงมี และจำนวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อที่แต่ละพรรคพึงได้รับ กกต.จึงไม่มีกรณีที่จะต้องคำนวณหาจำนวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อตามมาตรา 92 ถึงมาตรา 94”เป็นการยืนยันยึดตามสูตรคำนวณปาร์ตี้ลิสต์ ด้วยวิธีหาร 100ยังไงก็ต้องรอฟังว่า ศาลรัฐธรรมนูญจะชี้ออกมาอย่างไรแต่ไม่ว่าจะชี้ไปทางไหน ล้วนมีผลต่อเส้นทางเดินบนอำนาจของ 2 ป.ถ้าชี้ให้สูตรคำนวณปาร์ตี้ลิสต์ หารด้วย 100 “พี่ใหญ่-น้องเล็ก” ก็อาจต้องทู่ซี้จับมือกันต่อไปแต่ถ้าให้กลับไปใช้สูตรหาร 500 ตามเดิม2 ป. ก็ทางใครทางมัน.เพลิงสุริยะ