ในที่สุด การเมืองไทย ก็เปลี่ยนสภาพเป็น แบบไม่มีมิตรแท้ และศัตรูที่ถาวร กระแสข่าว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะตัดสินใจลงสนามการเมืองในนามพรรครวมไทยสร้างชาติ มาแรงในช่วงนี้ ถอดรหัสคำพูดของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ในฐานะพี่ใหญ่ของ พี่น้องสาม ป. ใครอยากจะไปก็ไป เป็นสิทธิส่วนบุคคล ทำให้กระแส พล.อ.ประยุทธ์ ไปอยู่กับ รวมไทยสร้างชาติ มีน้ำหนักขึ้นมาทันทียิ่ง พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกฯ ให้สัมภาษณ์ว่า พร้อมที่จะต้อนรับนายกฯเข้าพรรค เพราะท่านเป็นคนดี ก็ยิ่งเพิ่มน้ำหนักเข้าไปอีกเกิดคำถามตามมาทันที พล.อ.ประยุทธ์ จะตัดสินใจย้ายพรรคจริงหรือ สาม ป. จะแตกกันจริงๆหรือ เพราะไม่มีเหตุผลที่ พล.อ.ประยุทธ์ จะต้องย้ายพรรคและแยกทางกับ พี่ใหญ่ อย่าง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จะมาโทษว่าคนนั้นคะแนนดีคนนี้คะแนนตก ก็ไม่ถึงขั้นจะต้องแยกทาง ในเมื่อมาด้วยกันก็ต้องไปด้วยกัน การไปอยู่กับพรรคใหม่อย่าง รวมไทยสร้างชาติ ถือว่ามีความเสี่ยงสูงมากกว่าการเป็นบัญชีรายชื่อนายกฯของ พลังประชารัฐ มากมาย รวมไทยสร้างชาติ จะได้ ส.ส.ถึง 25 คน พอที่จะเสนอชื่อนายกฯโหวตในสภาหรือเปล่าก็ไม่รู้ ถ้ามองแค่นี้ พล.อ.ประยุทธ์ อยู่ พลังประชารัฐ ดีกว่ามีโอกาสกลับมาเป็นนายกฯมากกว่าหรือ พี่น้องสาม ป. จะแตกกันจริงหรือไม่ ตามโครงสร้างแล้ว สาม ป.จะต้องอยู่ด้วยกัน แบ่งหน้าที่กันตามภารกิจเรียบร้อย พล.อ.ประวิตร คุมงานการเมือง คุมนักการเมืองให้อยู่หมัด พล.อ. ประยุทธ์ คุมข้าราชการ ทหาร ตำรวจ ให้อยู่ในอาณัติ ส่วน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา เป็นคนวางกลยุทธ์ในด้านความมั่นคง คอยสร้างดุลอำนาจของฝ่ายการเมืองและฝ่ายบริหาร ซึ่งก็ทำหน้าที่กันมาเป็นอย่างดีถ้าขาดคนใดคนหนึ่ง การบริหารอำนาจแบบสามเส้าก็จะล้มทันทีแต่ถ้าจะมองในมุมการเมือง การใช้อำนาจของ พล.อ.ประวิตร จะขาดเสถียรภาพเพราะไม่มีอำนาจในการให้คุณให้โทษ และเกิดกรณีผลประโยชน์ขัดกันขึ้นมา ยกตัวอย่างการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจสดๆร้อนๆ ขณะที่ พล.อ.ประวิตร ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม ก.ตร. ตอนที่ พล.อ.ประยุทธ์ พักร้อน ปรากฏว่ามีคนไปร้องว่า พล.อ.ประวิตร ไม่มีอำนาจ ทำให้การแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจครั้งนั้นเป็นโมฆะ เป็นต้นเนื่องจากเป็นอำนาจเดิมของ พล.อ.ประยุทธ์ที่แบ่งกันไว้แล้วจะเป็นการทำงานล้ำเส้นหรือไม่ก็เป็นอีกเรื่อง แต่ในทางปฏิบัติ ย่อมมองหน้ากันลำบาก ไม่ว่าจะเป็นคนใกล้ชิดของแต่ละฝ่ายก็มีอุดมการณ์ทางการเมืองที่ต่างกัน ฝ่าย พล.อ.ประยุทธ์จะหนักไปทาง กปปส. ฝ่าย พล.อ.ประวิตรจะหนักมาทางฝ่ายตรงข้ามกับ กปปส. ปลาคนละน้ำไปกันลำบากอีก และที่สำคัญผู้มีพระคุณ และศัตรูของ พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตรก็ยืนอยู่คนละขั้ว เมื่อถึงทางตันก็ต้องเลือกทางเดินกันเอง เอาที่สบายใจ.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.th