ฤดูหาเสียงเลือกตั้ง ชาวอีสานหัวบันไดไม่แห้ง สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ถนนทุกสายมุ่งสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ป้อมค่ายการเมืองพากันขนคณะหางเครื่องชุดใหญ่ ปักหมุดตรงกันโดยมิได้นัดหมาย เดินสายแชร์ส่วนแบ่งการตลาด ชิงเจาะพื้นที่ ส.ส.มากที่สุดของประเทศภายหลังมนต์ “แลนด์สไลด์” เริ่มคลายความขลังลงไป ตามรูปเกมที่เจ้าถิ่นอย่างพรรคเพื่อไทย ทีมนายห้างดูไบ ไม่มีทีเด็ดอะไรมากไปกว่าการปลุกอุปาทานหมู่แม้แต่ “งูเห่า” ยังสะกดไม่อยู่ สู้คาถาจ้างผีโม่แป้งไม่ได้ตามอาการฮึกเหิมแบบที่ “เสี่ยหนู” นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.สาธารณสุข หัวหน้าค่ายภูมิใจไทย ขนกองทัพเซราะกราว บุกจังหวัดหนองคายเปิดตัวผู้สมัครของพรรค หวังยึดทั้ง 3 เขตเลือกตั้งสำแดงพลัง มั่นใจถึงขั้นตีตราจองกระทรวงสาธารณสุขล่วงหน้า ในรัฐบาลชุดต่อไปประดิษฐ์วาทกรรม แห่มอตโต้ “พูดแล้วทำ” โชว์มาตรฐานพรรคภูมิใจไทยทำงาน ด้วยสมอง และสองมือ ไม่เน้นการทำงานด้วยปากอารมณ์เหมือนตั้งใจ “แขวะ” คนบางพรรคที่ติดภาพ “ดีแต่พูด”เพราะในเวลาไล่เลี่ยกันก็เป็น “อู๊ดด้า” นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯและ รมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ขนคณะใหญ่มาเปิดวิกที่จังหวัดนครราชสีมาเปิดตัว 8 ผู้สมัคร ส.ส. ลุ้นเจาะเมืองโคราช ถือโอกาสโซ้ยกลับคนค่ายภูมิใจไทยที่ตามจิกตามกัดประชาธิปัตย์รับงานขวางกฎหมายกัญชาฯ “จุรินทร์” โชว์ลีลาเหนือ ยกตนข่มพวกเกรียนเซราะกราวตัวเองโตเกินกว่าที่จะพูดเรื่องเสาไฟฟ้าแล้วก่อนจะตบนิ่มๆเชือดเฉือนตามฟอร์ม พรรคประชาธิปัตย์เป็นสถาบันการเมือง ทำอะไรคิดถี่ถ้วน ไม่ใช่พรรคเฉพาะกิจที่ตอบโจทย์เฉพาะเลือกตั้งครั้งนี้ แล้วไปตายเอาดาบหน้าด่ากลับทีมเกรียนเซราะกราว ข้ามจังหวัดเหมือนกัน“สายควันเป็นเหตุ” ชนวนวิวาท “ประชาธิปัตย์-ภูมิใจไทย” ลากกัญชามาฟัดกันไม่หยุด ตามมาตรฐานคนหนึ่ง “ดีแต่พูด” กับอีกฝ่าย “พูดแล้วทำ” แต่ไม่สำเร็จบนเกมการต่อสู้ในสนามเลือกตั้ง หวังชิงคะแนนเสียงจากนโยบาย “มีดสองคม”ยังวนเวียนป้วนเปี้ยนอยู่กับเหลี่ยมคูการเมืองเป็นหลักแต่ขณะเดียวกันก็มีความแปลกใหม่เกิดขึ้นที่จังหวัดอุบลราชธานี กับรายการเดินสายทัวร์อีสานครั้งแรกของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ว่าที่นายกฯในบัญชีพรรคสร้างอนาคตไทยนำ “สินค้าขึ้นห้าง” ไปเปิดตลาดวางขายกับชาวไร่ชาวนาโดยการเปิดนโยบายหาเสียงเลือกตั้งด้วยชุดความคิดในการกอบกู้และขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ทั้งโครงการแก้หนี้เกษตรกร พักต้น พักดอก 5 ปี “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” ในเวอร์ชันของพรรคสร้างอนาคตไทย โปรโมชัน “ปุ๋ยคนละครึ่ง” การฟื้นโครงการกองทุนหมู่บ้านกลับมาใหม่ ฯลฯท้าดวลกันด้วยนโยบาย ประชันกึ๋นชุดความคิดในการฟื้นเศรษฐกิจ โดยการย้ำจุดขายยี่ห้อ “สมคิด” ที่มีฐานต้นทุนระดับความเชื่อมั่นในเชิงบริหาร เชื่อได้ระดับหนึ่งว่า นโยบายเศรษฐกิจที่ออกไม่ได้สุกเอาเผากิน แต่ทำได้ในเชิงปฏิบัติที่สำคัญยังเป็นการตอกย้ำ “ผลงาน” บัตรสวัสดิการประชารัฐ คนละครึ่ง กองทุนหมู่บ้าน ล้วนมาจากมันสมองของว่าที่นายกฯในบัญชีพรรคสร้างอนาคตไทย“สมคิด” ชูธงจุดแข็งทางเศรษฐกิจ กลบจุดบอดทางการเมือง เรื่องของฐานกำลัง ส.ส.ถ้ามองมุมการเมืองใหม่ ตามทรงของ “นางกวัก” เรียกแต้มอย่าง “สมคิด” ที่ปล่อยของอย่างมียุทธศาสตร์เชิงบริหารทำให้ ทีมสร้างอนาคตไทยได้ลุ้นในทางยาวๆมีตัวช่วยในการยืนระยะ สู้กับอิทธิพล อำนาจรัฐ และเงินจ้างผีโม่แป้งที่แน่ๆเมื่อประชาชนมีทางเลือกเพิ่ม ประชาธิปไตย 5 นาทีในคูหาเลือกตั้ง น่าจะต้องฉุกคิดกันใหม่ธนบัตรธิปไตย 500 บาท 1,000 บาทแลกกับอนาคตลูกหลาน มันดูไม่คุ้มซะแล้ว.ทีมข่าวการเมือง