ประเทศไทยจะก้าวไปสู่ “รัฐสวัสดิการ” ได้จริงหรือ หลายคนคงตั้งคำถามกับสภาพความพร้อมของประเทศที่มีหนี้สินล้นพ้นตัวแถมภาระงบประมาณรายจ่ายประจำที่ “ก๊วนทหารเฒ่า” ปลุกฟื้นคืนชีพ “รัฐราชการ” จนอุ้ยอ้ายใหญ่โตวันก่อน “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” หัวหน้าพรรคก้าวไกล เปิดนโยบายชุดที่สอง “สวัสดิการไทยก้าวหน้า” หนึ่งใน 9 ชุดนโยบายของพรรคก้าวไกล ที่จะใช้หาเสียงเลือกตั้งมีความหมายในตัวกับการใช้ศูนย์เด็กเล็กในวัดลาดพร้าว เป็นที่เปิดชุดนโยบายสวัสดิการไทยก้าวหน้า เพราะเป็นสัญลักษณ์ของวงจรชีวิต เริ่มที่นี่และจบที่นี่แบ่งตาม 5 ช่วงวัย มีทั้งหมด 19 นโยบาย ได้แก่ วัยเกิด ประกอบด้วย 1. ของขวัญแรกเกิด 3,000 บาท ให้พ่อ-แม่ซื้อสิ่งของจำเป็นในการเลี้ยงลูก 2. เงินเด็กเล็กเดือนละ 1,200 บาท 3. สิทธิลาคลอด 180 วัน พ่อแม่แบ่งกันได้ 4. ศูนย์ดูแลเด็กใกล้บ้านและที่ทำงานวัยเติบโต 5. เรียนฟรี อาหารฟรี มีรถรับส่ง 6. คูปองเปิดโลก ให้เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้นอกห้องเรียน 7. ยกเลิกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มผ้าอนามัย และนำร่องแจกผ้าอนามัยฟรีในโรงเรียนวัยทำงาน 8. ค่าแรงขั้นต่ำปรับขึ้นทุกปี เริ่มต้นวันละ 450 บาท รัฐช่วย SME 6 เดือนแรก 9. สัญญาจ้างเป็นธรรม ทำงานไม่เกิน 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ 10. แรงงานทุกกลุ่มตั้งสหภาพได้ สอดคล้องหลักการขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ 11. ประกันสังคมถ้วนหน้า เจ็บป่วยได้เงินชดเชยและค่าเดินทางหาหมอ 12. เรียนเสริมทักษะ-เปลี่ยนอาชีพ ฟรีไม่จำกัดผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์และคูปองเรียนเสริมวัยสูงวัย 13. เงินผู้สูงวัยเดือนละ 3,000 บาท สร้างระบบดูแลผู้ป่วยติดเตียง 14. ค่าทำศพถ้วนหน้า 10,000 บาทและทุกอายุ 15. บ้านตั้งตัว 350,000 หลัง รัฐช่วยผ่อน-จ่ายค่าเช่า 16. น้ำประปาดื่มได้ทุกพื้นที่ 17. เติมเงินให้ท้องถิ่น เพิ่มขนส่งสาธารณะ 18. เน็ตฟรี 1 GB ต่อเดือน และ 19. เงินคนพิการเดือนละ 3,000 บาท“พิธา” ย้ำว่าชุดนโยบายนี้เกี่ยวข้องกับเรื่องปากท้องโดยตรงใช้งบประมาณมาก จึงต้องอาศัยการจัดสรรงบประมาณใหม่ เอางบความมั่นคงมาเป็นงบสวัสดิการ เฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุขให้คนส่วนใหญ่ของประเทศเป็นอีกจิ๊กซอว์ที่ต้องนำไปประกอบร่างให้ครบทั้ง 9 ชุดนโยบาย หวังจะสร้างประเทศที่ “เป็นธรรม” ด้วยการลดความเหลื่อมล้ำทำได้จริง ไม่ขายฝัน สามารถหาเงินมาจ่ายรัฐสวัสดิการได้ทุกบาททุกสตางค์กับตัวนโยบายที่ต้องใช้งบประมาณสูง ที่คาดว่าจะอยู่ราวๆ 650,000 ล้านบาท จะเอาเงินมาจากไหนก็มีคำอธิบายจาก “ศิริกัญญา ตันสกุล” รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล แจกแจงถึงแหล่งที่มางบประมาณ 650,000 ล้านบาท ภายในปีงบประมาณ 2570ถือเป็นความรับผิดชอบของพรรคที่ต้องแจกแจงที่มารายได้ทั้งหมดอย่างตรงไปตรงมากับประชาชน เพื่อยืนยันว่าสวัสดิการทั้งหมด มีเงินจ่าย ทำได้จริงหลักการสำคัญคือ ต้องไม่สร้างผลกระทบต่อคนหมู่มาก เริ่มต้นที่การตัดลดงบประมาณที่ไม่จำเป็น เช่น ลดขนาดกองทัพและเรียกคืนธุรกิจกองทัพ ลดงบกลาง ลดโครงการที่ไม่จำเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพและความเป็นธรรมในการจัดเก็บภาษีที่มีอยู่ เช่น การจัดเก็บภาษีรายได้นิติบุคคลที่เป็นธรรม ระหว่างทุนใหญ่กับผู้ประกอบการรายย่อย พิจารณาภาษีก้าวหน้าประเภทใหม่ที่จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำ เช่น ภาษีที่ดินรวมแปลง ภาษีความมั่งคั่ง จัดเก็บแบบขั้นบันได จากบุคคลที่มีทรัพย์สินสุทธิเกิน 300 ล้านบาทเป็นความท้าทายต่อสังคมกับพรรคเกิดใหม่ไม่ถึง 5 ปี.เพลิงสุริยะ