รัฐสภาจะเปิดสมัยการประชุมสามัญในต้นเดือนพฤศจิกายนนี้ มีการเมืองเรื่องร้อนๆรอคอยความขัดแย้งอยู่หลายเรื่อง เช่น ร่าง พ.ร.บ.กัญชา ที่ผ่านวาระแรกของสภาผู้แทนราษฎรแล้ว แต่สภามีมติให้คณะกรรมาธิการกลับไปแก้ไขใหม่ ยังมีร่าง พ.ร.บ.สุราก้าวหน้าของพรรคก้าวไกล และมติ ครม.ให้ต่างชาติซื้อที่ดิน 1 ไร่พรรคภูมิใจไทยประกาศกัญชาเสรี เป็นนโยบายหาเสียงเลือกตั้งมากว่า 4 ปีแล้ว และเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลมาเป็นเวลาหลายปี แต่ประเทศไทยยังอยู่ใน “สุญญากาศ” ไม่มีกฎหมายควบคุมกัญชา มีแต่ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ร่าง พ.ร.บ. ผ่านวาระแรกของสภา แต่สภามีมติให้ถอนร่างกลับไปแก้ไขใหม่สภาผู้แทนราษฎรจะต้องพิจารณาอีกครั้งในสมัยประชุมนี้ แต่จะผ่านความเห็นชอบหรือไม่ เพราะมีหลายพรรคคัดค้าน ทั้งพรรคฝ่ายค้าน เช่น พรรคเพื่อไทย และพรรคร่วมรัฐบาล เช่น พรรคประชาธิปัตย์ หรือแม้แต่พรรคพลังประชารัฐ เพราะสนับสนุนการใช้กัญชาเพื่อการแพทย์ แต่คัดค้านการใช้ “พี้” เพื่อสันทนาการตรงกับความเห็นของวงการคณะแพทย์ส่วนใหญ่ ที่ออกมาแสดงจุดยืนคัดค้านการใช้กัญชาเพื่อสันทนาการ ไม่เห็นด้วยกับนโยบาย “กัญชาเสรี” แบบสุดกู่ พร้อมทั้งเตือนว่ากัญชายังเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ที่น่าห่วงที่สุดคือกลุ่มเด็กและเยาวชน สารพิษในกัญชาอาจทำลายสมอง ที่กำลังเจริญเติบโต และเป็นห่วงไทยเป็นดินแดนขี้กัญชาร่าง พ.ร.บ.กัญชา อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งในพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันเอง เพราะต่างฝ่ายต่างมุ่งหน้าหาเสียง เมื่อการเลือกตั้งใกล้เข้ามา ส่วนร่าง พ.ร.บ.สุราก้าวหน้าของพรรคก้าวไกล อาจถูกรัฐบาล “3ป.” สั่งให้สภาคว่ำ แต่พรรคเพื่อไทยสนับสนุน เพื่อผลักดันสุราชุมชน ที่เคยทำมาแล้วในยุคพรรคไทยรักไทยแต่ประเด็นที่ร้อนแรงที่สุด น่าจะได้แก่มติคณะรัฐมนตรี ให้แก้ไขกฎกระทรวง ให้ต่างชาติซื้อที่ดินในไทยได้ 1 ไร่ ถ้านำเงินมาลงทุนในไทยอย่างน้อย 40 ล้านบาท อย่างน้อย 3 ปี มีเสียงคัดค้านทั้งจากพรรคฝ่ายค้าน และภาคประชาชน เช่น พรรคเพื่อไทย พรรคเสรีรวมไทย และคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) ซึ่งเป็นภาคประชาชนฝ่ายที่ค้านระบุว่า มติข้างต้นเปิดโอกาสให้นายทุนต่างชาติเข้ามาแสวงผลประโยชน์ในระยะสั้น และถอนทุนออกไปได้โดยง่าย ไม่ก่อให้เกิดการลงทุนจริง เลขาธิการ ครป.แถลงว่า เท่ากับเป็นนโยบายขายชาติ ขายแผ่นดิน จะทำให้คนไทยไร้แผ่นดิน เพราะนายทุนต่างชาติมีศักยภาพที่จะกว้านซื้อที่ดินได้จำนวนมากภายในไม่กี่ปี.