“ประเสริฐ” ถล่ม “จุรินทร์” ปล่อยฟอกเงิน 2 พันล้าน ค่ามัดจำถุงมือยางฉาว ซัดพิรุธ บ.การ์เดียนโกลฟ์ โอน 967 ล้านไป 8 บริษัท ไซฟ่อน 301 ล้าน ไปเกาหลีใต้ ไหลกลับเข้ากระเป๋านักการเมือง “อู๊ดด้า” โต้โกหก ย้อนศรทวงคืนจำนำข้าว-มันสำปะหลัง 5.3 แสนล้าน รบ.เพื่อไทย “ประเสริฐพงษ์” ขยี้แหลก “นิพนธ์” ออกโฉนด มิชอบซ้ำรอย ส.ป.ก.4-01 ประเคนนายทุน-ผอ.ดีเอสไอ-นอมินีว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พังงา-น้องอดีตอสส.สั่งไม่ฟ้องคดี อบจ.สงขลา มท. 2 โต้มโนไปเอง ไม่รู้จักสักคน “วันนิวัติ” หวด “ชัยวุฒิ” ตั้งบัดดี้ไว้ อนุมัติงบฯ “ชนก” ซัดทำร้ายจิตใจหย่าเมีย เชิดชูหญิงใหม่ก้าวก่ายจัดซื้อ “ธีรัจชัย” แซะ “ลุงป้อม” แทรกแซง ป.ป.ช. พ้นคดีนาฬิกาหรู พี่ใหญ่แจกมุกโบ้ย “บิ๊กตู่” ปฏิวัติคนเดียว มท.1 เจอข้อหาซดน้ำประปา ต่อสัญญาซื้อน้ำเอกชน 20 ปี “จิรัฐ” โวยปิดฉากจีที 200 ฟัน แต่ลูกน้อง 3 ป.รอด แฉเครือข่ายตท.6 ชักใยบริษัทรับงานกองทัพ “จุลพันธ์” ถลุง “ลุงตู่” ไร้ความสามารถ ขาดวิสัยทัศน์ แค่คอมพิวเตอร์ตกรุ่น ขยะอิเล็กทรอนิกส์ยุคควอนตัม “บิ๊กตู่” คาใจ ญัตติโหดเด็ดหัว หยันฝ่ายค้านนั่งร้านหัวขาดจากกรณีพรรคฝ่ายค้านอภิปรายไม่ไว้วางใจนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ตั้งข้อกล่าวหาการถือครองที่ดินเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ รวมทั้งกรณีซุกหุ้น โดยนายศักดิ์สยามยืนยันสามารถชี้แจงได้ทุกเรื่อง “ศักดิ์สยาม” ไม่กังวลตอบได้ซุกหุ้นเมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 20 ก.ค. ที่รัฐสภา นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคมและเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์ก่อนการอภิปรายไม่ไว้วางใจในวันที่สอง ถึงข้อกล่าวหาของพรรคฝ่ายค้าน เรื่องการครอบครองที่ดินเขากระโดงและกรณีซุกหุ้นว่า เรื่องนี้มีเอกสารสิทธิ ชี้แจงได้ทุกเรื่อง ไม่กังวลใดๆเลย ส่วนที่ระบุมีการซุกซ่อนงบฯกระทรวงคมนาคม เดี๋ยวประมาณ 10.00-11.00 น.จะลุกขึ้นชี้แจง ขอให้รอฟังดู“อนุทิน” ไม่คิดร่วมตั้ง รบ.กับเพื่อไทยด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุขในฐานะหัวหน้าพรรค ภท.กล่าวถึงกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯระบุว่ายอมรับแพ้พนันเรื่องจัดหาวัคซีน ด้วยขี้หมากองเดียว แต่ให้เตรียมขี้หมาไว้เยอะๆจะเอาไปอุดรูรั่วบนหลังคารัฐสภาบริษัทที่สร้างว่า หยอกกันนิดหยอกกันหน่อย ไม่มีปัญหา การเมืองจะไปซีเรียสอะไรมากมายไม่ใช่สาระสำคัญ ตนจะกล้าหรือที่จะนำขี้หมาไปให้ไม่มี บอกว่าเอาไปทิ้ง ไม่ได้ตั้งใจจะไปสวนอะไรท่านอยู่แล้ว ถึงอย่างไรต้องเคารพกัน เมื่อถามว่าจะเป็นปัญหาในการเลือกตั้งครั้งหน้าหรือไม่ เขาอาจไม่เอาพรรค ภท.เข้าร่วม นายอนุทินตอบว่า “ก็ไม่ได้คิดจะไปร่วมอยู่แล้ว เราทำอนาคตตามหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด”“ระวี” ปัดวุ่นรีด 2 ล้านแลกมือโหวตนพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ กล่าวว่า พรรคเล็กส่วนมากคุยกันไม่ได้โหวตตามรัฐบาล จะโหวตตาม ความเป็นจริงจากข้อมูลฝ่ายค้านและการตอบของรัฐมนตรี ข้อมูลพรรคก้าวไกลที่อภิปรายนายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.การพัฒนาสังคมฯมีถึง 17 ประเด็นขอรอฟังคำตอบได้หรือไม่ ส่วนใหญ่พรรคเล็กจะดูตามเนื้อหา กระแสข่าวต่อรองเรียกเงิน 2 ล้านบาท หากมีจริงต้องขุดคุ้ยขึ้นมา ยืนยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องแน่ขยี้ “อู๊ดด้า” ปล่อยฟอก 2 พัน ล. ถุงมือยางต่อมาเวลา 08.30 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาฯ มีนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาฯ ทำหน้าที่ประธานการประชุมพิจารณาญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ รัฐมนตรีเป็นรายบุคคล เป็นวันที่สอง มีคิวอภิปรายฯ รัฐมนตรี 5 คน เริ่มจากนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ โดยนายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา และเลขาธิการพรรคเพื่อไทย อภิปรายเป็นคนแรกว่า ไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหมและนายจุรินทร์ กรณีจงใจไม่ยับยั้งการฟอกเงิน 2,000 ล้านบาท โครงการจัดซื้อถุงมือยางขององค์การคลังสินค้า (อคส.) ว่า โครงการทุจริตถุงมือยาง อคส.ปัจจุบันยังไม่สามารถตามเงินที่หายไป 2,000 ล้านบาทคืนมาได้ พล.อ.ประยุทธ์เอาหูไปนาเอาตาไปไร่ รู้ว่านายจุรินทร์เกี่ยวข้องทุจริต แต่ไม่กล้าปลด กลัวกระทบเสถียรภาพรัฐบาลพบข้อมูลไซฟ่อน 301 ล้านข้าม ปท.นายประเสริฐกล่าวว่า ข้อมูลทุจริตถุงมือยางภาค 2 เป็นข้อมูลใหม่เกี่ยวกับการฟอกเงินของบริษัท การ์เดียนโกลฟส์ จำกัด ที่รับเงินมัดจำค่าถุงมือยาง 2,000 ล้านบาท แต่ไม่มีการรับมอบสินค้า ได้ยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. วันที่ 10 มี.ค.64 เอาผิดนายสุชาติ เตชจักรเสมา ประธาน อคส.ขณะนั้น พร้อมผู้เกี่ยวข้อง ป.ป.ช.ไต่สวนเบื้องต้นพบมูลความผิด แต่นายจุรินทร์รู้เห็นเป็นใจให้นายสุชาติเป็นประธาน อคส.ต่อจนพ้นวาระวันที่ 17 ธ.ค.64 และยังแต่งตั้งคนมีประวัติไม่ชอบมาพากลเรื่องหน้ากากอนามัยราคาแพง เป็น ผอ.อคส.เพราะสนิทกับครอบครัวนายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ น้องชายนายจุรินทร์ กรณี ทุจริตถุงมือยางเมื่อนายจุรินทร์ทราบเรื่อง แต่ไม่อายัดเงินให้ทันสถานการณ์ ปล่อยให้ฟอกเงิน 2,000 ล้านบาท อย่างไร้ยางอาย ตั้งแต่วันที่ 3 ก.ย.-3 พ.ย.63 บริษัทการ์เดียนฯถอนเงินจากบัญชีต่างๆ 56.33 ล้านบาท โอนเงินมีพิรุธไป 8 บริษัท รวม 967 ล้านบาท ไปแบ่งปันผลประโยชน์ ที่น่าสนใจโอนเงินไปยังบริษัท RN ประเทศเกาหลีใต้ 301 ล้านบาท ไม่ใช่ฟอกเงินในประเทศอย่างเดียว แต่ฟอกเงินข้ามประเทศ เมื่อนำเงินไปฟอกต่างประเทศแล้ว เงินกลับมา ประเทศไทยเข้ากระเป๋าใคร อาจมาที่กระทรวงแถวสนามบินน้ำหรือไม่เชื่อเงินบินเข้ากระเป๋านักการเมืองนายประเสริฐกล่าวว่า นอกจากนี้ยังพบการโอนเงินเข้าบัญชีบุคคลที่สงสัยว่าไม่ใช่ค่าถุงมือยาง แต่ฟอกเงินลักษณะตัวแทน หากนายจุรินทร์มีคำสั่งอายัดเงิน ความเสียหายจะไม่เกิดขึ้น แต่ทอดเวลาให้ฟอกเงินอย่างลอยนวล และยังโยกย้ายเงินเพื่อทำหนังสือรับรองยอดเงินฝาก นำไปจดทะเบียนเพิ่มทุนบริษัท การ์เดียนฯ จากเดิม 5 ล้านบาท เป็น 2.5 พันล้านบาท นายจุรินทร์อย่าอ้างไม่รู้ แบบนี้โง่จริงหรือแกล้งโง่ ปล่อยผู้ทุจริตกินหรูอยู่สบาย ก่อนทำสัญญากับ อคส. นายธณรัสย์ หัดศรี เจ้าของบริษัท การ์เดียนฯอยู่ตึกเก่า จ.นครปฐม แต่หลังจากนั้นใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย ซื้อรถลัมโบร์กินี นาฬิกาหรูริชาร์ด มิลล์ อย่าแก้ตัวไม่เกี่ยวข้อง มีใบเสร็จ นายจุรินทร์ไม่ต้องตอบว่าไม่ได้รับ แต่พฤติกรรมบ่งบอกเงินตกอยู่ในมือผู้มีอิทธิพลทางการเมืองแน่ เกือบ 2 ปีแล้วเงินยังไม่กลับคืนมา จะนำเส้นทางการเงินยื่นให้ ป.ป.ช.สอบสวนนายกฯ และนายจุรินทร์อีกครั้ง ส่วนการดำเนินคดีไปตกอยู่กับแพะ ผู้ทุจริตยังกินหรูอยู่สบาย“จุรินทร์” โต้โกหกกลางสภาต่อมาเวลา 09.20 น. นายจุรินทร์ ชี้แจงข้อกล่าวหาว่า นายประเสริฐ ฉายหนังเก่ากว่า 90% โกหกซ้ำซากกลางสภาฯ กรณีทุจริตถุงมือยาง อดีตรักษาการ ผอ.อคส.ไปทำสัญญาขายถุงมือยาง 125,000 ล้านบาทให้ 7 บริษัท จากนั้นทำสัญญาซื้อถุงมือยางกับบริษัท การ์เดียนโกลฟส์ฯ 110,000 ล้านบาท เบิกเงิน อคส. 2,000 ล้านบาท อ้างจ่ายมัดจำ ตนและ ผอ.อคส.คนใหม่เร่งแก้ไข มีการเบิกเงินจากบัญชี อคส.เมื่อ 2 ก.ย.63 จากนั้นวันที่ 10 ก.ย.63 ผอ.คนใหม่เข้ารับหน้าที่ ตรวจพบเงินหายจากบัญชี 2,000 ล้านบาท ได้รีบติดตามอายัด วันเดียวกันนายกฯ สั่งย้ายอดีตรักษาการ ผอ.อคส.ไปอยู่สำนัก นายกฯทันที จากนั้น ผอ.อคส.คนใหม่ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง 18 ก.ย.63 แจ้งความเอาผิดกับอดีต รักษาการ ผอ.อคส.กับพวกต่อดีเอสไอ และแจ้งความกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)ขอให้ตรวจสอบเส้นทางการเงินและอายัดบัญชีในทันทีพร้อมแจ้งความกับ ป.ป.ช.แล้วมีมติอายัดบัญชี 2,000 ล้านบาท เมื่อวันที่29 ต.ค.63ย้อนเกล็ดทวงคืนเงินจำนำข้าว-มันนายจุรินทร์กล่าวอีกว่า กรรมการสอบข้อเท็จจริง อคส.พบคนทำผิด 3 รายคืออดีตรักษาการ ผอ.อคส.และเจ้าหน้าที่อีก 2 ราย ได้สั่งลงโทษทางวินัยตามระเบียบ อคส.ไปยื่น ป.ป.ช.ให้สอบสวนคดีทุจริตไปแล้ว 22 คดี คาดว่าอาจมีมติชี้มูลเร็วๆนี้ คดีนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับตนทั้งในที่ลับและที่แจ้ง ป.ป.ช.ไม่เคยเรียกไปชี้แจง ทันทีที่รู้เรื่องเข้าไปบริหารจัดการคืบหน้าเป็นลำดับ อคส.จะทวงเงินคืน 3 ก้อนใหญ่คือ 1.ทวงเงินทุจริตถุงมือยาง 2,000 ล้านพร้อมดอกเบี้ย 2.ทวงเงิน 504,861 ล้านบาทจากการทุจริตจำนำข้าวสมัยที่พวกท่านเป็นรัฐบาล จนต้องฟ้องเรียกค่าเสียหาย 1,180 คดี ไม่ได้เอาชั่วใส่ใคร ถ้าชั่วจริงก็ต้องชั่ว การดำเนินการทางกฎหมายต้องเกิด 3.ทวงเงินทุจริตจำนำมันสำปะหลัง คู่แฝดการทุจริตจำนำข้าวที่พวกท่านเป็นรัฐบาลสร้างไว้ ต้องไปทวงคืน 33,000 ล้านบาท ฟ้องแล้ว 164 คดี เรียกค่าเสียหาย 20,065 ล้านบาท ศาลจำคุกแล้ว 26 คดี แต่ยังไม่จบ ต้องเอาเจ้าหน้าที่ขึ้นศาล สั่งเร่งรัดทวงเงินคืนรัฐทั้ง 3 ก้อน ไม่ได้เลือกที่รักมักที่ชัง เงินของรัฐ ตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้ต้องเอาคืนจัดการกับคนทุจริตให้หมด ไม่ว่าใครทำผิดจะรู้จักใคร ผู้ใหญ่ขนาดไหน รู้จักนายกฯ รู้จัก รมต. ไม่ได้แปลว่าจะมีอำนาจล้นฟ้า เมื่อใดทำผิดกฎหมายต้องเข้าคุก ตนไม่ยอมไม่ว่าใครทุจริตโครงการนี้จะจัดการทั้งทางวินัย แพ่ง อาญาจนถึงที่สุดซัด “นิพนธ์” ออกโฉนดประเคนนายทุนจากนั้นเวลา 09.50 น. นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายไม่ไว้วางใจนายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย ถึงความไม่โปร่งใสออกเอกสารสิทธิโครงการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินโดยไม่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ให้บรรดานายทุน นักธุรกิจ โครงการนี้เพื่อกระจายการออกโฉนดที่ดินทำกินให้ชาวบ้าน แต่ของจริงกลับถูกนายนิพนธ์ปู้ยี่ปู้ยำ มีข้อกังขา ส่อทุจริตออกโฉนดโดยไม่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์หลายแห่ง เช่น ที่เกาะนุ้ยนอก เกาะกลางทะเล จ.กระบี่ ไปออกโฉนดพื้นที่ไม่เคยมีการใช้ประโยชน์ ขัดหลักเกณฑ์ข้อห้าม แต่ไปสร้างหลักฐานเท็จ สร้างร่องรอยการใช้ประโยชน์ที่ดินปลอมๆเพื่อออกโฉนดให้แก่ ผอ.ในกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)พื้นที่ป่าสงวนฯยังกล้าออกโฉนดนายประเสริฐพงษ์กล่าวอีกว่า เรื่องดังกล่าวพอเป็นข่าวออกไปจึงเพิกถอน แต่ไม่มีการลงโทษเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องออกโฉนด ต่อมาเจ้าหน้าที่กลุ่มเดิมไปออกโฉนดผิดหลักเกณฑ์ให้กลุ่มนายทุนต่อที่เกาะยาวใหญ่ จ.พังงา เมื่อเดือน มี.ค.65 นายทุนบางคนได้โฉนดคนเดียว 20 แปลง น่าสนใจที่สุดไปออกโฉนดที่ดินหาดนาใต้ อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา วันเดียว 27 แปลง เป็นชายหาดสวยงามมาก ให้บรรดานายทุน นักธุรกิจ เจ้าของโรงแรม ไม่ใช่คนในพื้นที่ ที่ดินนี้เคยมีคำพิพากษาเป็นพื้นที่ป่าสงวนฯคนบุกรุกถูกเพิกถอนที่ดินไปแล้ว แต่ยังกล้าออกโฉนดให้ซ้ำรอย ส.ป.ก.4-01 โยงน้องอดีต อสส.นายประเสริฐพงษ์กล่าวด้วยว่า รายชื่อผู้ได้โฉนดที่ดิน 27 แปลง นอกจากจะเป็นนายทุน นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์แล้ว บางคนเป็นนอมินีถือครองที่ดินแทนผู้สมัคร ส.ส.พังงาสมัยหน้า พรรคสีฟ้า อีกคนคือน้องสาวนายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อดีตอัยการสูงสุดที่สั่งไม่ฟ้องนายนิพนธ์ในคดีรถซ่อมบำรุงทาง สมัยนายนิพนธ์ดำรงตำแหน่งนายก อบจ. สงขลา อ้างมีข้อมูลไม่สมบูรณ์ในคดี ช่วยให้นายนิพนธ์ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีต่อไปได้ จน ป.ป.ช. ต้องฟ้องคดีต่อศาลเอง สมประสงค์ของนายนิพนธ์ โครงการเดินสำรวจรังวัดที่ดินนี้มีการออกโฉนดเอื้อให้พวกพ้อง ไม่ต้องพิสูจน์เป็นเกษตรกรหรือไม่ แต่ตัดตอนกระบวนการ ไม่ให้รัฐมนตรีเกี่ยวข้อง ให้จบแค่ ผอ.ศูนย์สำรวจรังวัดที่ดินจังหวัด รัฐมนตรีแค่ปิดตาข้างเดียว ซ้ำรอยคดีแจก ส.ป.ก.4-01 ของรัฐมนตรีพรรคเดิม แต่คราวนี้มาอย่างแนบเนียนขึ้น“นิพนธ์” เคลียร์ยิบคดี อบจ.สงขลาต่อมาเวลา 10.45 น. นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย ชี้แจงว่า ข้อมูลที่อภิปรายมโนคิดเองทั้งนั้นและยังเป็นข้อมูลเก่า รายชื่อที่ผู้อภิปรายกล่าวอ้างมาทั้งหมด ไม่เคยรู้จักเป็นการส่วนตัวขอให้ผู้อภิปรายรับผิดชอบ ขอปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาที่เกิดขึ้น กรณีไม่ชำระค่ารถซ่อมบำรุงทางอเนกประสงค์ของ อบจ.สงขลา แก่บริษัท พลวิศว์ เทค พลัส จำกัด ที่มีการตรวจสอบพบฮั้วประมูล กรณี ป.ป.ช.กล่าวหาตนละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ไม่ยอมจ่ายเงิน ขณะนี้ได้ฟ้องศาลปกครองให้เพิกถอนคำสั่ง ป.ป.ช.ที่ให้พ้นจากตำแหน่งนายก อบจ.สงขลา แม้มีผู้ไปยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าตนขาดคุณสมบัติหรือไม่ ขอให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว แต่ศาลมีคำสั่งยังไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 82 วรรคสอง พวกท่านมาโวยวายทำไมยังไม่หยุดปฏิบัติหน้าที่ และคดีที่ถูกฟ้องในชั้นศาลปกครองให้ อบจ.ต้องชำระค่าดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 อบจ.สงขลา ได้ส่งคำร้องให้ศาลปกครองพิจารณาคดีใหม่ตามมาตรา 75 ของ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครอง ข้อกล่าวหาของพวกท่านต้องเลิกได้แล้วปัดขายชาติให้ต่างชาติซื้อที่ดินนายนิพนธ์กล่าวอีกว่า การออกเอกสารสิทธิบนเกาะนุ้ยนอก จ.กระบี่ โดยมิชอบ ได้สั่งการให้กรมที่ดินดำเนินการตามกฎหมายเคร่งครัดทั้งทางวินัยและอาญาตั้งแต่ ธ.ค.64 ยืนยันไม่ได้ละเลย กรมที่ดินตั้งคณะกรรมการสอบสวนและมีมติเพิกถอนโฉนดที่ดินเลขที่ 12360 และมติให้ผู้เกี่ยวข้อง 4 ราย ออกจากราชการไว้ก่อนอยู่ระหว่างการพิจารณาของ อ.ก.พ.กรมที่ดินอีกครั้ง ส่วนนโยบายให้ต่างชาติถือครองที่ดิน ประมวลกฎหมายที่ดินกำหนดให้คนต่างชาติถือครองที่ดินในประเทศไทยได้ตามที่กฎหมาย กำหนดเมื่อปี 2542 และมีกฎกระทรวงมหาดไทยกำหนดเงื่อนไขต้องมีเงินลงทุน 40 ล้านบาท ต้องลงทุนมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี ถือครองได้เฉพาะเพื่ออยู่อาศัยไม่เกิน 1 ไร่ในเขตพื้นที่ที่กำหนด ใช้บังคับมาถึงปัจจุบันมีคนต่างชาติใช้สิทธิเพียง 10 ราย เหลือผู้มีสิทธิเพียง 8 ราย ประเทศเจอวิกฤติโควิด ต้องการให้เกิดการลงทุน จึงแก้กฎกระทรวงลดระยะเวลาลงทุนเหลือ 3 ปี และให้เฉพาะคน 4 กลุ่ม ได้แก่ 1.ผู้เกษียณอายุจากต่างประเทศ 2.ผู้มั่งคั่งสูง 3.ผู้ต้องการทำงานในประเทศไทย และ 4.ผู้มีทักษะเชี่ยวชาญพิเศษ กระทรวงมหาดไทยแก้ไขแค่ตรงนี้ที่เหลือเป็นไปตามกฎหมายเดิมทั้งหมด ไม่มีการขายชาติ“โอ๋” ยันขายหุ้น “บุรีเจริญ” ก่อนนั่งเก้าอี้เมื่อเวลา 11.45 น. นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ชี้แจงกรณีที่ดินเขากระโดงว่า อยู่ระหว่างการพิสูจน์สิทธิ์ของกรมที่ดิน และ รฟท.ไม่เคยแทรกแซง ยืนยันด้วยความบริสุทธิ์ใจเป็นเพียงผู้อาศัย ทุกอย่างต้องพิสูจน์สิทธิ์ตามกฎหมาย การขายหุ้นให้ หจก.บุรีเจริญ ซื้อขายกันจริงกับ “นายศุภวัฒน์” เพื่อนของตน ตั้งแต่วันที่ 16 ม.ค.61 มีหลักฐานโอนเงิน 3 ครั้ง 2 ส.ค./5 ก.ย.60 และ 5 ม.ค.61 รวม 119 ล้านบาท มีการเปลี่ยนหนังสือรับรองจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเมื่อวันที่ 28 มี.ค.61 ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับ หจก.บุรีเจริญอีกเลย เงินขายหุ้นเป็นเรื่องส่วนตัว ที่ไม่รายงานบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. เพราะทุกอย่างเกิดขึ้นก่อนวันที่ 5 พ.ค.62 ที่เข้ารับตำแหน่ง ข้อกล่าวหาจัดงบฯกรมทางหลวงชนบทและกรมทางหลวงไป จ.บุรีรัมย์มากผิดปกติ ย้อนหลังไป 10 ปี กระทรวงคมนาคมของบฯมากทุกปี แต่ได้รับไม่เกิน 1 ใน 3 มีคณะทำงานพิจารณา ไม่มีการสั่งการว่างบฯ ต้องไปลงตรงไหน ย้อนหลัง 10 ปี จ.บุรีรัมย์ ไม่ได้มากกว่าที่อื่น งบฯที่สูงขึ้นภาคเอกชนพัฒนา สร้างงาน ท่องเที่ยวต้องสร้างระบบคมนาคมไปรองรับเชิญ “สุรเชษฐ์” ไป คค.ถูกท้าไลฟ์โชว์นายศักดิ์สยามกล่าวอีกว่า เชิญนายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ถ้ามีเวลาไปที่กระทรวงคมนาคมจะได้หารือกัน นั่งฟังสมาชิกอภิปราย 4 ชั่วโมงกว่า อยากให้ดูข้อมูลให้ครบถ้วนก่อนอภิปราย ประชาชนฟังทั้งประเทศ ทำให้เสียหายกับหลายๆส่วน ยืนยันที่กล่าวหาตนไม่เป็นความจริงทั้งสิ้น ทำให้นายสุรเชษฐ์ลุกขึ้นขออภิปราย แต่นายสุชาติเบรกเอาไว้ ก่อนย้ำกับ ส.ส.ว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 151 เพื่อตั้งข้อกล่าวหาอย่างรุนแรงตามที่เขียนไว้ในญัตติ เพื่อลงมติ อย่าไปกั๊ก กล่าวหาอย่างรุนแรงไปเลยว่าประพฤติมิชอบทุจริตใช้อำนาจหน้าที่เเสวงหาผลประโยชน์อย่างไร อย่าเกรงใจกัน รัฐมนตรีมีหน้าที่ชี้แจง จากนั้นนายสุรเชษฐ์ลุกอภิปรายว่า หลายประเด็นที่นายศักดิ์สยามชี้แจง ฟังไม่ขึ้น ที่อยากให้ไปที่กระทรวง ต้องถาม ตอนงบฯ 64 ตนบอกว่าจะลงทุนใหญ่ขนาดนี้พูดถึงเงิน 5.7 ล้านล้านบาท ให้ไลฟ์สดกันเลย ไปกระทรวงเดี๋ยวก็หาว่าไปรับกล้วยอะไรต่างๆจริงๆ คือไม่ใช่ตนไม่ไป แต่นายศักดิ์สยามไม่เชิญจะให้เดินเข้าไปหรือ“ปกรณ์วุฒิ” ขยี้เงินกู้ 69 ล้านยังอยู่ด้านนายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขอใช้สิทธิพาดพิง อภิปรายว่า รมว.คมนาคม ยังตอบไม่ครบถ้วน ขออีกคำถามเดียวคือ สงสัยว่าในงบการเงิน 2560 ของ หจก.มันมีเงินที่ให้หุ้นส่วนผู้จัดการกู้ยืม 69 ล้านบาท แต่ในงบ หจก.ปี 61 หนี้ส่วนนี้ยัง 69 ล้านบาทเหมือนเดิม แต่ชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการมันเปลี่ยนไปแล้ว เลยอยากรู้ว่าโอนหนี้ไปหรือเปล่า ถ้าโอนไปแล้วแปลว่าต้องเสียภาษี เพราะโอนหนี้ไปแล้วไม่ได้จ่ายตังค์กันต้องกลายเป็นกำไร ถ้าไม่โอนมันต้องไปโผล่ในบัญชีทรัพย์สิน แต่ถ้าท่านบอกว่าเอาเงินที่ขายหุ้นได้ไปใช้หนี้ให้กับ หจก. แต่ทำไมสิ้นปี 61 หนี้มันยัง 69 ล้านบาทเท่าเดิมเป๊ะเลย ก็เลยสงสัย “ศักดิ์สยาม” ไม่รู้ไม่ชี้ ไม่ตอบ อยากรู้ไปถาม หจก.เอง ขณะที่นายศักดิ์สยามตอบว่า นายสุรเชษฐ์บอกว่าไม่เคยเชิญนั้น จริงๆเชิญหลายครั้ง ขอเชิญอีกครั้งถ้ามีเวลา กรณีนายปกรณ์วุฒิถามเรื่องงบดุล เป็นเรื่องของ หจก.ขายหุ้นไปตั้งแต่ปี 60 ถ้าสงสัยก็ไปถามที่ หจก.ขย้ำ “สันติ” ทุจริตท่อส่งน้ำอีอีซีต่อมานายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย อภิปรายไม่ไว้วางใจนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง กรณีทุจริตโครงการระบบท่อส่งน้ำสายหลักในภาคตะวันออก (อีอีซี)ว่า มีใบเสร็จทุจริต นายสันติเป็นประธานกรรมการที่ราชพัสดุ เห็นชอบคัดเลือกบริษัทเอกชนแทนวิธีเปิดประมูลทั่วไปหนี พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ คัดเลือกไม่โปร่งใส เชิญแค่ 5 บริษัทเอกชนมาคัดเลือก ไม่เชิญบริษัทเอกชนใหญ่ที่มีประสบการณ์ระบบส่งน้ำโดยตรงมาร่วม เอื้อประโยชน์ช่วยเอกชนบางราย คัดเลือกครั้งแรก บ.อีสต์วอเตอร์ชนะ แต่ยกเลิกพร้อมเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกบริษัทเอกชนชุดใหม่ แก้ไขเงื่อนไขทีโออาร์ใหม่ ยกเลิกลักษณะต้องห้ามบริษัทร่วมประมูล ข้อเสนอทางเทคนิคเอื้อเอกชนบางรายที่ไม่มีประสบการณ์ จนรอบ 2 เร่งรัดบริษัท วงษ์สยามก่อสร้าง จำกัด ชนะการคัดเลือกในวันที่ 30 ก.ย.64 ที่นายยุทธนา หยิมการุณ อธิบดีกรมธนารักษ์ขณะนั้น เกษียณอายุราชการพอดีโต้อีสท์วอเตอร์ให้ผลตอบแทนต่ำนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง ชี้แจงว่าเหตุผลที่ให้เรียกเอกชนแค่ 5 บริษัทมาคัดเลือกแทนเปิดประมูล ดำเนินการตามข้อเสนอ ม.เกษตรศาสตร์ในฐานะที่ปรึกษาโครงการฯ การยกเลิกการคัดเลือกบริษัทเอกชนครั้งแรก เพราะไม่มีการกำหนดปริมาณน้ำที่ชัดเจนในทีโออาร์ ไม่สามารถชี้ขาดได้ว่าใครควรชนะรอบแรก ส่วนรอบสอง บริษัทอีสท์วอเตอร์เสนอผลตอบแทนตลอด 30 ปี 24,212 ล้านบาท บริษัท วงษ์สยามให้ผลตอบแทนมากกว่าคือ 25,693 ล้านบาท แล้วไม่รักษาผลประโยชน์ประเทศตรงไหน ที่ผ่านมา 30 ปี บริษัทอีสท์วอเตอร์ มีผู้ถือหุ้นคือ กปภ. 10% เอกชน 60 กว่า% และบริษัทต่างชาติ 4 แห่ง 25% ให้ผลตอบแทนรัฐไม่ถึง 600 ล้านบาท แต่ 30 ปีหลังจากนี้จะได้ผลตอบแทนเกือบ 26,000 ล้านบาทถ้าคัดเลือกไม่เป็นธรรมจริง ทำไม การคัดเลือกรอบสอง บริษัท อีสท์วอเตอร์ยอมเพิ่มค่าประโยชน์ตอบแทน 30 ปี ให้รัฐเป็น 24,000 กว่าล้านบาท จากรอบแรกให้ค่าตอบแทน 9,000 กว่าล้านบาท รวมถึงค่าน้ำประปาในทีโออาร์ครั้งนี้กำหนดชัดเจนให้เก็บค่าน้ำคิวละ 10.98 บาท/ลิตร แต่ 30 ปีที่ผ่านมา อีสท์วอเตอร์เก็บค่าน้ำคิวละ 12 บาท/ลิตร และสูงสุด 26 บาท/ลิตรยืนยันยึดผลประโยชน์ประเทศเป็นที่ตั้งโวยกลับ “ยุทธพงศ์” รับงานใครมาผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังนายสันติชี้แจงเสร็จนายยุทธพงศ์พยายามย้ำให้นายสันติตอบคำถามประเด็นไม่เปิดประมูลทั่วไป และการให้ผลตอบแทนแก่รัฐในการคัดเลือกรอบแรก จนเกิดการโต้เถียงกับนายสันติไปมาหลายรอบ นายสันติต้องตอบโต้ไปว่าถามจริงๆ นายยุทธพงศ์จะรู้ข้อมูลมากกว่าตนได้อย่างไรว่า การคัดเลือกรอบแรก ใครเสนอผลตอบแทนให้รัฐอย่างไรบ้าง คงมีอะไรสักอย่าง ไม่รู้มีใครไปรับงานจากอีสท์วอเตอร์มาหรือไม่ ยังไม่เซ็นสัญญาโครงการจะมากล่าวหาได้อย่างไร สัญญามีอัยการสูงสุดดูแลรอบคอบ ทำไมท่านเอนเอียงได้ขนาดนี้ ให้ไปตรวจสอบย้อนหลัง 30 ปีที่ผ่านมา ผลประโยชน์ตกไปอยู่ที่ไหน บริษัทอีสท์วอเตอร์มีต่างชาติถือหุ้น 25% เงินไหลออกนอกประเทศเท่าไร แต่จ่ายให้รัฐบาล 600 ล้านบาท อีก 20,000 กว่าล้านบาทไปไหน ควรร่วมมือกันตรวจสอบมีการฉ้อโกงหรือไม่ ตนไม่เคยเจอทั้งอีสท์วอเตอร์และวงษ์สยาม ไม่เคยโทร.หา ไม่มีนิติสัมพันธ์ใดๆ ทำไมต้องไปเอื้อใคร ตนก็มีฐานะ ไม่ต้องไปเอื้อให้ใครส.ส.แตกตื่นสัญญาณเตือนภัยดังลั่นผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างที่นายสันติชี้แจง เกิดมีสัญญาณเตือนภัยดังขึ้นรอบอาคารรัฐสภาและห้องประชุมสภาฯ ทำให้นายสันติหยุดชี้แจงชั่วครู่ ขณะที่สมาชิกตกใจเกิดอะไรขึ้น โดยนายวีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ พรรค พปชร.ถามขึ้นว่า “ทำอย่างไรดีครับท่านประธาน” แต่นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาฯที่ทำหน้าที่ประธานการประชุมแจ้งว่า ไม่ต้องตกใจ เสียงเกิดจากปัญหาน้ำ จากนั้นนายสันติจึงอภิปรายต่อ“จุติ” เปล่าตั้งคนสนิทนั่งบอร์ด กคช.จากนั้นเวลา 14.40 น. นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.พม.ชี้แจงกรณีการบริหารงานไม่โปร่งใสในการเคหะแห่งชาติ (กคช.) ว่า สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) สั่งการให้สำรวจตรวจสอบความผิดปกติการจัดทำบัญชีทรัพย์สิน และพบปัญหาความผิดปกติบริษัทลูกที่มีผลประโยชน์ทับซ้อน คือบริษัทเซ็มโก้ ตั้งญาติอดีตผู้บริหาร กคช.มาเป็นผู้จัดการเซ็มโก้ ที่นำทรัพย์สินบางส่วนของ กคช.ไปให้สมาคมเช่า แต่รายได้กลับไม่เข้า กคช. ที่กล่าวหาตั้งผู้ปั่นหุ้นมาเป็นกรรมการ กคช.ไม่เป็นความจริงกรรมการแต่ละคนดูรัฐวิสาหกิจต้องผ่านการตรวจสอบ 4 ชั้น ต้องไม่มีคดีติดตัว ชื่อย่อบุคคลที่ว่าเป็นกรรมการและเป็นที่ปรึกษาตนเขาไม่ได้เป็นทั้งที่ปรึกษาและไม่ได้เป็นที่ปรึกษารัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงไอซีที ยืนยันไม่เคยมีคำสั่งแอบอ้างสถาบัน เพื่อทำโครงการพรรคตนไม่เคยมีคดีล้มเจ้า กรณีบีบบังคับให้อดีตผู้ว่าการ กคช.ลาออกเพราะไม่สนองนโยบายก็ไม่จริง มีปัญหาสุขภาพจึงเขียนใบลาออกเองจากนั้นนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล ผู้อภิปรายไว้เมื่อคืนวันที่ 19 ก.ค.ลุกขึ้นโต้แย้งว่า 20 ชั่วโมง ที่นายจุติหายไปจากสภาฯ ท้าตนว่าอย่าหนีตั้งแต่เมื่อคืน แต่ข้อมูลที่มาชี้แจงได้เพียงเท่านี้ เอาเวลาไปเก็บของออกจากกระทรวงพม.จะดีกว่ากะซวก “ชัยวุฒิ” เอื้อ “บัดดี้-พวกพ้อง”เมื่อเวลา 15.35 น. นายวันนิวัติ สมบูรณ์ ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย อภิปรายฯนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เกี่ยวกับ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 (PDPA) ระบุกฎหมายเป็นกฎหมายที่ดี แต่ รมว.ดีอีเอสนำมาใช้ขณะที่ยังไม่พร้อม เอื้อประโยชน์ให้ “บัดดี้” ที่หมายถึง เพื่อนคนสนิทพวกพ้อง แต่งตั้งที่ปรึกษา 7 ท่าน หนึ่งในนั้นคือเพื่อนที่เรียนมาด้วยกัน ตั้งแต่ชั้น ม. 1 เป็นผู้บริหารบริษัทไอที ไม่เหมาะสม อีกทั้งยังให้เป็นกรรมการในสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล มีอำนาจอนุมัติการใช้งบฯ โดยตั้งงบฯไว้ 220 ล้านบาท และมีการประมูลที่ราคา 219 ล้านบาท นอกจากนี้ยังล็อกสเปกศูนย์ดิจิทัลชุมชน เอื้อประโยชน์พวกพ้องในปี 63 จำนวน 250 แห่ง และ ปี 64 จำนวน 500 แห่ง โดยปี 64 ทำทีโออาร์ 2 รอบ มีบริษัทเข้าร่วมประมูล 4 บริษัท 3 ใน 4 บริษัท เป็นเอกสารจากธนาคารเดียวกัน และ 2 ใน 4 บริษัท มีเลขต่อกันชี้ชัดเอื้อประโยชน์“ชนก” ขย่มฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรงจากนั้น น.ส.ชนก จันทาทอง ส.ส.หนองคาย พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า นายชัยวุฒิมีพฤติการณ์จงใจขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มีความประพฤติเสื่อมเสียต่อศีลธรรมอันดี ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ทำร้ายจิตใจ ภรรยาตัวเอง จนภรรยาต้องออกมาโพสต์ข้อความระบุว่า “ได้ทราบเรื่องของครอบครัวคนที่รักว่าสามีพูดกับภรรยาว่าฉันเลือกวิถีชีวิตแบบนี้สามคนผัวเมีย เธอรับไม่ได้ก็ออกไป แล้วผู้หญิงอีกคนก็มีลูกมีสามีแล้ว ฟังแล้วก็หดหู่ใจ #ค่านิยมสถาบันครอบครัวที่เปลี่ยนแปลงไป” ตนพูดในฐานะหัวอกแม่ และพูดในฐานะเป็นเพื่อนภรรยาท่านนายชัยวุฒิ มั่นใจว่าเพื่อนสมาชิกอยากได้ข้อมูลจากตน เพื่อประกอบการตัดสินใจว่าจะไว้วางใจนายชัยวุฒิหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ออกประกาศประมวลจริยธรรมของข้าราชการทางการเมืองปี 2564 เป็นมาตรฐานทางจริยธรรมที่สูงมาก ไม่ว่าจะคู่สมรสหรือบุคคลข้างกายต้องใช้มาตรฐานทางจริยธรรมนี้เช่นกัน เป็นที่ทราบกันว่านายชัยวุฒิครองรักครองคู่กับภรรยาของท่านมาเนิ่นนานจนมีบุตรด้วยกัน และภรรยาของท่านก็เป็น ส.ส. เมื่อท่านมาดำรงตำแหน่ง รมว.ดิจิทัลฯ พฤติกรรมก็เปลี่ยนไปกลับเชิดหน้าชูตาหญิงอื่นเยี่ยงภรรยาตัวเอง ทำร้ายจิตใจภรรยาอย่างแสนสาหัส รมต.หย่าเมียมีหญิงใหม่ก้าวก่ายจัดซื้อผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อ น.ส.ชนก อภิปรายถึงตรงนี้ทำให้ น.ส.กรณิศ งานสุคนธ์รัตนา ส.ส.กทม. ประท้วงนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาฯ ประธานที่ประชุมเป็นระยะว่า เนื้อหาการอภิปรายจะส่งผลกระทบเป็นตราบาปกับบุตรของรัฐมนตรี ทำให้นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่พรรค พท. ชี้แจงว่า เรื่องนี้บรรจุอยู่ในญัตติ เหตุการณ์เกิดขึ้นจริง ที่สำคัญเสียหายต่อการปฏิบัติราชการ บุคคลนี้มีกระบวนการก้าวก่ายการจัดซื้อจัดจ้างในกระทรวง เห็นใจทุกฝ่าย คนที่ประท้วงเหมือน น.ส.ชนกผิด แต่ปัญหาเกิดขึ้นจากนายชัยวุฒิ ขอสรุปว่ามีเรื่องชู้สาวจริงๆ ทั้งสื่อมวลชนและสังคมต่างรับรู้ ทำให้นายอรรถกร ศิริลัทธยากร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พปชร. ประท้วงประธานขอให้บังคับให้ผู้อภิปรายพูดถึงปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างเลยเพราะเรื่องชู้สาวไม่รู้ว่าเรื่องจริงเป็นอย่างไร ไม่สามารถพิสูจน์ได้ แต่หากปล่อยไปอาจเกิดความเสียหาย จากนั้น น.ส.ชนกอภิปรายว่า ตราบาปที่เพื่อนสมาชิกได้กล่าวอ้าง ตนไม่ได้เป็นคนทำ ตนก็เป็นแม่เป็นภรรยา เป็นเพื่อนของภรรยารัฐมนตรีชัยวุฒิเช่นกัน พฤติกรรมของรัฐมนตรีที่กล่าวอ้างมาทั้งหมด ในที่สุดทราบว่าเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาได้มีการหย่าร้างกับภรรยาโชว์ภาพหมู่ รมต.ออกงานประท้วงวุ่นจากนั้นมีการเปิดภาพนายชัยวุฒิถ่ายร่วมกับบุคคลกลุ่มหนึ่งขณะออกงานหนึ่ง เบลอหน้าทุกคนยกเว้นนายชัยวุฒิ ทำให้นางนันทนา สงฆ์ประชา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาภิวัฒน์ ประท้วงว่าเรื่องนี้จะเป็นบันทึกประวัติศาสตร์ ไม่สมควรอย่างยิ่ง ประธานควรสั่งให้หยุดการอภิปราย เรื่องนี้เป็นเรื่องครอบครัว การเอารูปอย่างนี้ขึ้นสมควรหรือไม่ขอให้ประธานวินิจฉัยด้วย ส่วนตัวมองว่าไม่ถูกต้อง ด้านประธานสภาฯวินิจฉัยว่า ไม่ต้องบรรยายภาพว่าเป็นอย่างไร ขอให้คิดถึงใจเขาใจเราด้วย หากมีคลิปหรือภาพอะไร ขออย่าเปิดอีกเลยสงสัยเอื้อประโยชน์งาน ก.ดีอีเอสด้านนายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ประท้วงว่า ขอให้ประธานสภาฯ ใช้ข้อบังคับที่ 70 ที่ระบุหากเนื้อหาเพียงพอ สั่งให้ยุติการอภิปรายได้ ตอนนี้ทุกคนรู้แล้วว่ากำลังจะพูดเรื่องอะไร ประธานวินิจฉัยว่า แม้เรื่องนี้จะเป็นเรื่องเสื่อมเสียต่อจริยธรรมอันดี แต่ไม่ต้องลงรายละเอียด ขออย่าพาดพิงถึงบุคคลที่สามอีก จากนั้นทั้ง ส.ส.ฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลต่างลุกขึ้นประท้วงเป็นระยะๆ ทำให้นายจุลพันธ์ลุกประท้วงประธานสภาฯที่ปิดไมค์ จะใช้วิธีนี้ปิดปากฝ่ายค้านใช่หรือไม่ ประธานสภาฯจึงตักเตือน น.ส.ชนกหลายครั้งแล้วว่าขอให้ยุติพูดเรื่องครอบครัวของรัฐมนตรี หากอภิปรายประเด็นอื่นจะอนุญาตให้อภิปรายต่อน.ส.ชนกอภิปรายต่อว่า นายชัยวุฒิมีพฤติกรรมที่ไม่เป็นแบบอย่างที่ดี ไม่รักษาขนบธรรมเนียมประเพณี อดสงสัยไม่ได้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเอื้อประโยชน์ในกระทรวงที่รัฐมนตรีบริหารอยู่หรือไม่ จึงไม่สามารถไว้วางใจนายชัยวุฒิได้จริงๆ อันตัณหา ราคะนั้น สาหัส ถ้าใครตัดเสียได้ฉันให้ถอง อุตส่าห์เรียนวิชาหาเงินทอง ก็เพราะของสิ่งเดียวมันเกี่ยวกวน“ชัยวุฒิ” บอกไม่จริงอัดกลับพูดเรื่องต่ำจากนั้นนายชัยวุฒิลุกขึ้นชี้แจงว่าจริงๆไม่ได้ประสงค์ให้มีการปิดกั้น อยากให้พูดให้หมด รูปภาพจะเปิดก็เปิดไปเถอะ ของมันไม่จริงมันก็ไม่มีอะไร ไม่ได้กลัวอยู่แล้ว การอภิปรายประเด็นเรื่องแบบนี้ไปไกลไปหน่อย มาตรฐานมันต่ำ มีเรื่องให้พูดตั้งเยอะ การพูดเรื่องที่มันต่ำคนพูดก็จะต่ำไปด้วย ภาพจะติดตัวท่านไป คนที่ให้ข้อมูลท่านพูดเรื่องนี้ ไม่ได้หวังดีกับท่าน นอกจากภาพที่ไม่ดีจะติดตัวไปแล้ว จะมีคดีหมิ่นประมาทติดตัวไปด้วย ไปฟังคนโน้นคนนี้ แล้วมามโนพูดในสภาฯ ข้อเท็จจริงไม่มี สุดท้ายไปสู้กันที่ศาล ไม่ใช่ตนฟ้อง แต่คนที่เสียหายเขาฟ้อง แต่โชคดีที่ท่านไม่ได้พูด ทุกคนถ้ารู้จักตน จะรู้ว่าเป็นคนอย่างไร คุณไม่รู้จักอย่ามาอภิปรายเรื่องส่วนตัว ไปฟังคนโน้นคนนี้พูดมาแล้วเอามาพูดมันไม่ใช่ การมีเพื่อนมาช่วยทำงานเป็นเรื่องปกติทุกกระทรวงก็มีเพื่อนและคนรู้จักมาช่วยทำงาน ทำได้จนกว่าจะมีการทุจริตก็ไปฟ้อง ป.ป.ช. ส่วนการจัดซื้อจัดจ้างดิจิทัลชุมชน เป็นเรื่องในปี 63-64 เกิดก่อนที่ตนมารับตำแหน่ง และไม่มีความเสียหายหรือฟ้องร้องจะตรวจสอบดูว่าได้แก้ไขอย่างไรไปบ้าง“ชนก” คาใจไม่จริงจะหย่าทำไมจากนั้น น.ส.ชนก จันทาทอง ส.ส.หนองคาย พรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นประท้วงให้นายชัยวุฒิตอบให้ตรงประเด็นและจี้ถามว่า “เมื่อสักคู่ดิฉันยังอภิปรายฯไม่จบด้วยซ้ำ หากนายชัยวุฒิบริสุทธิ์ใจจริง ไม่กังวลจริง ท่านหย่าทำไม” ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางกานต์ กนิษฐ์ แห้วสันตติ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ อดีต ภรรยานายชัยวุฒิ ได้เดินทางมาร่วมประชุมในสภาฯ ติดตามการอภิปรายรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลด้วย เพียงแต่ ในช่วงที่มีการอภิปรายเนื้อหาที่โดนพาดพิงเรื่องนี้ ได้ลุกออกไปนอกห้องประชุม ไม่ได้อยู่ร่วมรับฟังองครักษ์พรึบปมนาฬิกายืมเพื่อนต่อมาเวลา 16.50 น. นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลอภิปรายกล่าวหาพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ หลีกเลี่ยงกฎหมายป้องกันทุจริต ใช้อำนาจแทรกแซง ป.ป.ช. กรมศุลกากรให้พ้นจากคดีแหวนแม่ นาฬิกาเพื่อน พล.อ.ประวิตรมีบุญคุณกับ ป.ป.ช.อย่างไรจึงลงมติว่าไม่ผิด ประชาชนร้อง กมธ.ป.ป.ช.ให้ฟื้นคดีนาฬิกาหรู พล.อ.ประวิตร กมธ.มีข้อเท็จจริงใหม่มากมายว่าไม่ปกติ ปล่อยให้ พล.อ.ประวิตรไม่มีความผิด แต่พูดไปได้ไม่กี่นาทีก็ถูก ส.ส.พปชร.ดาหน้าประท้วงตลอดเวลาว่า ป.ป.ช.ลงมติไปแล้ว ไม่ควรเอามาพูดอีก นายศุภชัย โพธิ์สุ ประธานที่ประชุมยังให้พูดต่อได้ แต่นายธีรัจชัยยังคงเน้นยกเหตุผลแย้งมติป.ป.ช.ไม่เข้าเนื้อหาถึง พล.อ.ประวิตร จน ส.ส.พปชร. ประท้วงอีกว่าอภิปรายนอกประเด็น นายศุภชัยเตือนหลายครั้งให้รีบเข้าประเด็น ไม่เช่นนั้นจะให้ยุติการอภิปราย นายธีรัจชัยจึงถาม พล.อ.ประวิตรแทรกแซงป.ป.ช.กรมศุลกากรช่วยคดีตัวเองหรือไม่ เพราะกระบวนการตรวจสอบที่ควรเป็นไม่เกิดขึ้น พล.อ.ประวิตรมีอำนาจบารมี ป.ป.ช.ชุดนี้มาจากการรัฐประหาร ถ้าไม่มีคนคอยแทรกแซง ผลการตัดสินคงไม่ออกมาแบบนี้“บิ๊กป้อม” โบ้ย “บิ๊กตู่” ปฏิวัติคนเดียวจากนั้น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ขอใช้สิทธิชี้แจงทันทีว่า ข้อกล่าวหาผู้อภิปรายทั้งหมดเรื่องนาฬิกา ไม่สามารถตอบได้ เพราะไม่อาจก้าวล่วง เรื่อง ป.ป.ช.ได้ ตนไม่เกี่ยวข้องเรื่อง ป.ป.ช. ส่วนการที่ ตนมีเพื่อนดีสักคน แต่คุณคงไม่เคยมี เราคบมาแต่ ชั้นประถม ลูกสาวเขาก็เหมือนลูกตน ส่วนเรื่องปฏิวัติ ตนไม่เกี่ยวข้อง ก่อนจะรีบชี้มือไปที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ที่นั่งอยู่ข้างๆ พร้อมบอกว่า “นี่ครับคนปฏิวัติ ท่านนายกฯคนเดียว” ท่ามกลางเสียงหัวเราะจาก ส.ส.รอบห้องประชุม โดย พล.อ.ประยุทธ์ก็รับลูก ชูแขนขวาขึ้น พร้อมส่งยิ้มไปทางฝ่ายค้านด้วย ก่อนจะพูดต่อไปว่า ส่วน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ก็ไม่เกี่ยวข้อง แต่เอาตนมาเกี่ยวข้อง ยังไม่รู้เลยจะปฏิวัติเมื่อไร 3 ป. อะไรพูดไปเรื่อย เอาเรื่องจริงเข้าว่าดีกว่า ตนก็มีเพื่อนดีๆที่จะให้ยืมอะไรได้ แต่ถ้าจะให้ตอบเรื่อง ป.ป.ช.ไม่อาจก้าวล่วงได้“มนพร” ฉะ รบ.ฆ่าอนาคตลูกหลานนางมนพร เจริญศรี ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย อภิปราย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ว่า รัฐบาลยิ่งอยู่นาน ยาเสพติดหาง่ายกว่าซื้อไอศกรีม เดิมยาบ้าเม็ดละ 180-200 บาท วันนี้เหลือ 30 บาท ผู้เสพมากกว่า 2 แสนคน จับกุมทุกครั้งมักมีคนมีสีเกี่ยวข้อง ไม่อยากให้ จ.นครพนม เป็นเส้นทางลำเลียงยาเสพติด อยากรู้ยาบ้าขายที่ไหน ไปถามผู้บังคับการทหาร ตำรวจภาคและ ผวจ.จะรู้ดี รัฐบาลร่วมกันเข่นฆ่าอนาคตลูกหลาน ทำลายครอบครัวอันอบอุ่น ทำลายระบอบประชาธิปไตยบิดเบี้ยว สภาฯตกต่ำต้องร่วมพิพากษาพรรคร่วมฯนั่งร้าน ทำให้นายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ประท้วงให้ถอนคำพูดพรรคร่วมรัฐบาลเข่นฆ่าประชาชน แต่นางมนพรไม่ถอน ก่อนชูกล้วย 3 ลูก ชูขึ้นหันไปทางนายคารม ขณะที่ พล.อ.ประวิตรชี้แจงว่ายาเสพติดจับกุมทุกวัน อยากให้ร่วมมือเจ้าหน้าที่จับกุมไม่ใช่พูดแบบนี้ คนทำงานตามชายแดนจะเสียกำลังใจ ผู้บังคับบัญชาไม่เคยคิดอมรายได้ผู้ใต้บังคับบัญชา ไม่ว่าทหารหรือตำรวจ ถ้าอมต้องตัดสินเฉียบขาด“บิ๊กตู่” เย้ยฝ่ายค้านนั่งร้านหัวขาดจากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม กล่าวว่า ขอบคุณข้อห่วงใยเกี่ยวกับยาเสพติด ช่วงนี้อาจดูมากแต่จับได้มาก จ.นครพนมเป็นรอยต่อแม่น้ำโขง ถ้ารู้ดีให้บอกมาจะให้ไปจับตรงไหน หรือไม่ก็ไปกับคณะได้จะมอบหมายเป็นกรณีพิเศษดูแลให้ พยายามเต็มที่ ขอให้นึกถึงเจ้าหน้าที่ชายแดน ถ้าเขาไม่ได้ทำอะไรเลยอย่างที่ว่า ไม่อย่างนั้นท่านไม่มีโอกาสมานั่งสบายๆแบบนี้ ถ้าไม่รักก็ช่างเถอะไม่ว่า พูดกันมา 2 วัน จ้องแต่จะเล่นงานรัฐบาลเยอะๆ จะใช้เวลาให้น้อยที่สุด แต่มีอยู่คำหนึ่งติดค้างตั้งแต่วันแรกแล้วที่บอกจะทำลายนั่งร้านรัฐบาลเด็ดหัว คำพูดนี้ควรใช้ในสภาฯหรือทางสื่อหรือไม่ “วันนี้ผมมีนั่งร้าน ผมนั่งอยู่บนนั่งร้านเพราะผมเป็นหัว ท่านก็มีนั่งร้านของท่าน แต่ท่านไม่มีหัว หัวขาดไปแล้ว”ปูด มท.1 จ่อต่อสัญญาอัปยศ กปภ.นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล ส.ส.เลย พรรคเพื่อไทย อภิปราย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว. มหาดไทย กำกับดูแลการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) ว่า พฤติกรรม พล.อ.อนุพงษ์ไม่ซื่อสัตย์ในโครงการเอกชนร่วมทุนน้ำประปาปทุมธานี-รังสิต มีความเสี่ยงรัฐจะเสียหาย 3 หมื่นล้านบาท เอื้อประโยชน์พวกพ้องให้ต่อสัญญาโครงการน้ำประปาปทุมธานี-รังสิตที่จะ สิ้นสุดวันที่ 14 ต.ค.66 ไปอีก 20 ปี ถ้าไม่ยับยั้งจะถูกกล่าวหา กินแม้กระทั่งน้ำประปา เมื่อสิ้นสุดสัญญาเอกชนต้องส่งมอบทรัพย์สินทั้งหมดคืน กปภ. บอร์ด กปภ.เห็นชอบให้ กปภ.ดำเนินการเอง ตั้งโรงงานผลิตไว้แล้ว คุ้มค่ามากที่สุด แต่ รมว.มหาดไทยจะต่อสัญญาซื้อน้ำประปาจากเอกชนรายเดิมอีก 20 ปี เป็นสัญญาอัปยศ ให้เอกชนปรับราคาค่าน้ำที่ขายให้ กปภ.ได้ทุกปี อยากให้ กปภ.เป็นเพียงนายหน้าซื้อขายน้ำ ทั้งที่ศักยภาพทำได้มากกว่านี้ ถ้า พล.อ.อนุพงษ์ให้ กปภ.ปฏิบัติตามกฎหมายเคร่งครัดรายได้ 3 หมื่นกว่าล้านบาท จะตกอยู่กับ กปภ.จีที 200 ฟันแต่ลูกน้อง 3 ป.รอดต่อมานายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคก้าวไกล อภิปรายฯ พล.อ.อนุพงษ์ พล.อ.ประยุทธ์และ พล.อ.ประวิตร ประเด็น GT 200 ว่า มหากาพย์จีที 200 กว่า 10 ปี กำลังจะจบสวยงามเมื่อวันที่ 28 มี.ค. อัยการศาลทหารกรุงเทพ รับสำนวนจากป.ป.ช.ยื่นฟ้องทหาร 22 นาย ที่เป็นกรรมการตรวจรับข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่จากกรณี ทบ.ซื้อจีที 200มา คนที่โดน ป.ป.ช.ชี้มูลกำลังถูกดำเนินคดีที่ศาลทหารเป็นเพียงเจ้าหน้าที่ผู้ใต้บังคับบัญชายศร้อย ยศพัน แต่ไม่ปรากฏชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ พล.อ.ประวิตรและ พล.อ.อนุพงษ์ คนสั่งซื้อ เราจะโดนต้ม อย่าให้ถูกหลอก ตราบใดตัวการตัวจริงจะนั่งอยู่บนบัลลังก์ รัฐประหาร 2549 ยุคเรืองอำนาจเตรียมทหารรุ่น 6 ปี 50-52 พล.อ.อนุพงษ์ขึ้นมาเป็น ผบ.ทบ.ร่วมกับ พล.อ.ประวิตร รมว.กลาโหม และ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นเสนาธิการทหารบก จัดหนักแบบที่จะเหมาโรงงาน 755 เครื่อง 682 ล้านบาท ทั้ง สตง. ป.ป.ช.พึ่งพาไม่ได้ มีเด็ก 3 ป.มาดำรงตำแหน่ง ประเทศไทยกำลังจะจบมหากาพย์อย่างเงียบๆ ทั้งที่ยังไม่ระบุชี้ชัดว่าตัวการจริงเป็นใครเครือข่าย ตท.6 โยง บ.รับงานกองทัพนายจิรัฏฐ์กล่าวอีกว่า กระบวนการจัดซื้อเริ่มจาก ทบ.ไปยืมจีที 200 จาก ทอ.ล็อกสเปกว่าต้องซื้อรุ่นนี้ บริษัทนี้เท่านั้น พล.อ.อนุพงษ์ไม่ตั้งผู้เชี่ยวชาญมาตรวจรับจีที 200 นำไปใช้จริงกลับไม่สามารถตรวจจับระเบิดได้จริง ดูเอกสารเซ็นจัดซื้อจัดจ้างรู้ได้ง่ายๆว่าคนเซ็นคือคนรับผิดชอบ โดยบริษัท AVIA SATCOM ตัวแทนนำเข้าจีที 200 ที่ผู้ถือหุ้นเกี่ยวข้องใกล้ชิดกับ ทอ. พล.อ.ประวิตรและเครือข่าย ตท.6 ไม่มีใครกล้าแตะบริษัทนี้และบริษัทในเครือข่าย แต่ 3 ป.กลับเล่นบทเหยื่อ บอกตัวเองถูกหลอก ยังประเคนโครงการของกองทัพให้บริษัทนี้โดยไม่เปิดประมูล เช่นบ.เอวิเอ ซินเนยี จำกัด ได้งานจาก ทอ.ตั้งแต่ปี 57-65 ไป221 โครงการรวม 2,410 ล้านบาท มันเรียกว่าฆ่าน้องฟ้องนายและขายเพื่อน ประชาชนทำได้เพียงสาปแช่ง จึงขอให้ไม่ไปดีและไม่ไปสู่สุคติ“หนิม” ถล่ม “บิ๊กตู่” ขยะอิเล็กทรอนิกส์จากนั้นเวลา 20.45 น. นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย อภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ ว่า ในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจประเด็นความล้มเหลวด้านการบริหารงานเศรษฐกิจ ปล่อยปละละเลย ไม่สามารถสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ เป็นต้นตอทำให้ปัญหาเศรษฐกิจขยายวงกว้างรุนแรง ทำให้ไทยที่เคยมีศักยภาพการแข่งขันไม่เหลือ สร้างความเดือดร้อน ทำร้าย ทำลายชีวิตคนไทยทั้ง 70 ล้านคน เป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจวางกับดักเศรษฐกิจไปถึงอนาคตข้างหน้า 8 ปีของ พล.อ.ประยุทธ์ เป็น 8 ปีที่สูญหาย ไทยสูญเสียโอกาสทุกด้าน พล.อ.ประยุทธ์เปลี่ยนโอกาสเป็นวิกฤติทุกด้าน เป็น 8 ปีมหาวิกฤติของคนไทย ทั้งปัญหาหนี้สิน เงินเฟ้อ รายได้ไม่เพียงพอรายจ่าย เอสเอ็มอี ล้มหายตายจาก ท่านคือคอมพิวเตอร์ตกรุ่น ไม่สามารถคำนวณแก้ไขปัญหาใหม่ได้แล้ว ไม่เท่าทันโลก ไม่ต่างอะไรกับคอม พิวเตอร์ตกยุคกับขยะอิเล็กทรอนิกส์ยุคควอนตัม จะทิ้งยังมีแต่คนรังเกียจ ต้องคิดว่าหาวิธีกำจัดซุกหนี้มือเติบกู้มากกว่า 28 นายกฯรวมกันนายจุลพันธ์กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์สร้างหนี้สาธารณะพุ่งเกือบ 10 ล้านล้านบาท ยังไม่รวมหนี้ที่ซุกไว้อีก 1 ล้านล้านบาท ท่านหาเงินไม่เป็นแต่ใช้เงินมือเติบ นายกฯก่อนท่าน 28 คน รวมกัน 80 กว่าปีก่อหนี้ไม่เท่าที่ท่านใช้เวลา 8 ปี ท่านเป็นบุคคลล้มละลายทางความเชื่อถือ ท่านจะกู้เงินอีก 100 ล้านล้านก็ทำได้หากท่านอยู่ต่อ แต่ไม่สามารถกู้ศรัทธาประชาชนได้ ใครก็ตามที่สนับสนุนให้ พล.อ.ประยุทธ์ไปต่อ ต้องรับผิดชอบกับความพังพินาศทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในไทยม็อบราษฎรตั้งแคมป์จับตาต่อเนื่องด้านการชุมนุม “แคมป์ปิ้งฟังสภา จับตาอภิปรายไม่ไว้วางใจประยุทธ์” ของเครือข่ายราษฎร ที่ลานหน้ารัฐสภา ฝั่งประตู ส.ส.ถนนทหาร บรรยากาศไม่ค่อยคึกคัก เมื่อเวลา 16.00 น. มีกิจกรรมเสวนาสภากาแฟ “คุณภาพชีวิตประชาชนภายใต้รัฐบาลล้มเหลว” มีตัวแทนเครือข่ายภาคประชาชนร่วมเสวนาถึงการบริหารงานผิดพลาดของรัฐบาล อาทิ น.ส.ธนพร วิจันทร์ ด้านแรงงาน นายพชร คำชำนาญ ด้านสิทธิชุมชน นายนิติรัฐ ทรัพย์สมบูรณ์ ด้านรัฐสวัสดิการ จากนั้นเป็นการแสดงดนตรีของวงคริวบาร์ มัลติจูด ต่อด้วยการสนทนากับอาสาสมัครจุดลงมติประชาชน 4 ภาค จากนั้นเวลา 19.00 น.ตั้งวงสนทนา “กฎหมายปิดปากประชาชน” กระบวนการปิดกั้นเสรีภาพการแสดงออกและเป็นเครื่องมือของการทำลายผู้เห็นต่าง และการแสดงดนตรีของวงสามัญชน