ผลกระทบของการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 สองปีกว่าที่ผ่านมา ได้ทำให้หลายสิ่งหลายอย่างได้เปลี่ยนไป ไม่ว่าการดำรงชีวิตประจำวันได้เปลี่ยนไป พฤติกรรมบางอย่างจำเป็นต้องเปลี่ยนไป อาชีพและหน้าที่การงานบางอย่างได้เปลี่ยนไป จนทำให้มีความเป็นอยู่ลำบากมากขึ้นเรียกว่า...ไม่เหมือนเดิม ชีวิตของเราจึงจำเป็นต้องรู้จัก “เอาตัวรอด” โดยรอดเพื่อให้อยู่ได้ต่อไปโดยจะยึดแบบเดิมไม่ได้ต่อไปอีกแล้ว มิเช่นนั้นตัวเราก็จะไม่รอด รวมถึงได้มีผลกระทบต่ออุบาสกอุบาสิกาที่เคยเข้าวัดรักษาศีลปฏิบัติธรรมในช่วงเข้าพรรษาที่ผ่านมาถึงแม้ว่า...บางช่วงความรุนแรงของการแพร่ระบาดไวรัส “โควิด-19” จะเบาบางลงไป แต่ก็มิได้หมดไปเลยทีเดียว ยังกลายเป็นคลื่นแห่งความฝันร้ายมาทำลายความสงบสุขของมนุษย์เราอย่างต่อเนื่อง จึงขอให้ต่อสู้และอยู่กับโรคร้ายนี้อย่างเข้าใจและชนะมันให้ได้ในที่สุด โดยที่เราไม่ทิ้ง...ธรรมะ ไม่ทิ้ง...ศาสนา พระมหาสมัย จินฺตโฆสโก ประธานมูลนิธิกลุ่มแสงเทียน เจ้าอาวาสวัดบางไส้ไก่ กทม. บอกว่า ทุกศาสนามีทั้งศาสดา มีหลักธรรมคำสอนของศาสนา มีสาวกผู้เคารพเลื่อมใสประพฤติปฏิบัติตาม มีวิธีการ...ขั้นตอนในการปฏิบัติทางศาสนานั้นๆ เรียกว่า “ศาสนพิธี”...มีสถานที่ประกอบพิธีกรรมเรียกว่า “ศาสนสถาน”และมีรายละเอียดต่างๆที่พึงศึกษาให้เข้าใจ ปฏิบัติให้ถูกต้อง ทั้งนี้ทุกศาสนาล้วนสอนให้ประพฤติดีปฏิบัติชอบจนกลายเป็น “คนดี” นั่นเอง ดังนั้น ถ้าเราใส่ใจในหลักธรรมคำสอน แล้วน้อมนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันแล้ว ผลดีก็จะเกิดขึ้นกับชีวิตของเราทั้งในระยะสั้นและระยะยาวไม่ว่าจะเป็นศาสนาใดๆก็ตามสำหรับพระพุทธศาสนาของเราแล้ว พวกเราได้ยึดถือเอาพระรัตนตรัยคือแก้ว 3 ประการ อันประกอบด้วย...พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นที่พึ่งที่ระลึก ที่พึ่งทางใจและที่ระลึกในใจให้เกิดความศรัทธาและความเชื่อมั่นในการที่จะมุ่งไปสู่การกระทำแต่ความดี...ให้เป็นพลังอันจะนำไปสู่การดำเนินชีวิตจนประสบความสำเร็จ มีความสุขความเจริญ อยู่ร่มเย็นเป็นสุขภายใต้หลักธรรมคำสอนของพระพุทธองค์ “การเข้าพรรษาจึงเป็นโอกาสอันดีที่พุทธศาสนิกชนนอกจากนักบวชในพระพุทธศาสนาแล้ว ก็ยังมีอุบาสกคือโยมผู้ชายและอุบาสิกาคือโยมผู้หญิงจะได้หันหน้าเข้าวัดรักษาศีล ประพฤติปฏิบัติธรรม ทำบุญทำทาน รักษาศีล เจริญจิตตภาวนา สั่งสมบุญกุศลคุณงามความดีให้เกิดขึ้นกับตนเอง ...ครอบครัว”พระมหาสมัย บอกอีกว่า รักษาศีลห้า ศีลแปดตามความเชื่อความศรัทธาและความสามารถที่จะกระทำได้ ทั้งนี้ ในปัจจุบันผู้คนในสังคมได้ห่างเหินศีลของตนเองไปอย่างมากจนก่อให้เกิดปัญหาของการดำรงชีพ การอยู่ร่วมกันในครอบครัว การอยู่ร่วมกันในสังคม เกิดการเห็นแก่ตัว ไม่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แก่คนอื่นเกิดการเบียดเบียนซึ่งกันและกันทั้งทางกาย ทางวาจา และทางใจก่อให้เกิดความเดือดร้อนไปทั่ว ไม่มีความสงบสุขในการดำรงชีวิตเลยหนักไปจนถึงการทะเลาะเบาะแว้งซึ่งกันและกัน การทำร้ายร่างกายซึ่งกันและกัน ทำลายทรัพย์สินของกันและกัน หนักไปจนถึงเกิดการฆาตกรรมซึ่งกันและกันก็มีมาโดยตลอดนี่เพียงเฉพาะผู้คนที่ล่วงละเมิดศีลข้อที่หนึ่งเท่านั้น ยังไม่กล่าวถึงศีลข้อที่สองไปถึงข้อที่ห้าของอุบาสกอุบาสิกา รวมถึงศีลข้อที่หกไปถึงข้อที่แปดซึ่งเป็นศีลของผู้รักษาศีลอุโบสถ คือศีลใน “วันพระ” ที่พวกเราได้ปฏิบัติกันมาโดยตลอด ศีล...เท่านั้นที่จะลดปัญหาของสังคม ศีล...เท่านั้นที่จะช่วยให้มนุษย์อยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุขศีล...เท่านั้นที่จะนำพาเราไปสู่สิ่งที่ดีงาม ศีลเท่านั้นที่จะนำมาซึ่งทรัพย์สมบัติใช้ในการดำรงชีวิต ศีลเท่านั้นที่จะนำพาเราไปสู่ “นิพพาน” คือการดับทุกข์กิเลสทั้งปวงซึ่งเป็นเป้าหมายสูงสุด ขอให้ “พรรษานี้” ได้เป็นจุดเริ่มต้นของการเข้าวัดปฏิบัติธรรมในเทศกาลอันสำคัญดังที่บรรพชนเคยนำพาปฏิบัติกันมาในอดีต ศาสนาไม่เสื่อมแต่ขอให้ผู้นับถือศาสนาจงอย่าเสื่อมไปจากศาสนาก็แล้วกันทำได้วันละเล็กวันละน้อยก็จะกลายเป็น “จุดเริ่มต้นที่ดี”“ผู้นำขององค์กร สังคม หน่วยงานต่างๆก็ควรตระหนักได้แล้วในการที่จะชักนำผู้ที่อยู่ใต้บังคับบัญชาหรือผู้ร่วมงานเข้าวัด ทำบุญ รักษาศีล...เจริญจิตตภาวนา เมื่อเวลาและโอกาสมาถึงแล้วจึงขอให้เริ่มต้นแต่ในสิ่งที่ดีเช่นนี้กันเถิด สถานศึกษาไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ก็ควรจะรณรงค์ให้ความสำคัญกรณีนี้”ร่วมด้วยช่วยกันปลูกฝังสิ่งที่ดีงามในจิตใจ การให้ผู้เรียนได้มีศีล...มีธรรมะครองใจแล้วก็จะเป็นการสร้างทรัพยากรของสังคมให้กลายเป็น “คนดี” ขึ้นมาได้โดยอัตโนมัติเราจะมาเน้นเฉพาะพิธีกรรมคือถวายเทียนพรรษา ถวายผ้าอาบน้ำฝนเท่านั้นยังไม่เพียงพอ ขอให้มีเวลากับธรรมะกันบ้าง สังคมของการศึกษา ลูกศิษย์ของเรา บุคลากรของการศึกษาจะเติบโตขึ้นมากับ “คุณธรรม” จากการเริ่มต้นที่ดีในวันนี้ ส่วนใดที่เคยปฏิบัติมาแล้วก็ขอให้ดำเนินการต่อไปให้เป็นไปอย่างต่อเนื่องอีกไม่นาน “ศีลธรรม” จะกลับคืนมา...“โลกาจะไม่วินาศ”มูลนิธิกลุ่มแสงเทียน ได้ดำเนินกิจกรรมโครงการต่างๆเพื่อให้ความช่วยเหลือด้านอาหาร การศึกษา ที่พักอาศัยควบคู่กับการปลูกฝังศีลธรรมอันดีของพระพุทธศาสนาให้เข้าถึงจิตใจเด็กเยาวชนที่ยากจน กำพร้า ด้อยโอกาสในสังคมมาตั้งแต่ 16 กรกฎาคม 2527 จนถึงปัจจุบัน ...ให้ความช่วยเหลือเด็ก เลี้ยงดูเด็ก สอนหนังสือเด็ก ส่งเด็กให้ได้มีโอกาสเรียนหนังสือทั้งอยู่ในชุมชนแออัดของสังคมเมือง สังคมชนบท ถิ่นทุรกันดารมาอย่างต่อเนื่อง จนมีโครงการเพื่อให้ความช่วยเหลือ เด็กและผู้คนในสังคมอยู่ขณะนี้ 14 โครงการช่วงเวลาสองปีกว่าที่ผ่านมาต่างได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 อย่างหนักจนแทบจะเอาตัวไม่รอด แต่ก็ “รอด” และ “ปลอดภัย” จนมาถึงวันนี้ จึงจะดำเนินกิจกรรมและโครงการต่างๆต่อไป เพื่อให้เด็กด้อยโอกาสในสังคมได้รับการศึกษาได้รับการฝึกอบรมบ่มนิสัยพัฒนาจิตใจตามหลักธรรมคำสอนโดยมาเริ่มต้นนับหนึ่งกันใหม่ เด็กที่เคยอุปการะเลี้ยงดูก็จะเริ่มฟูมฟักกันใหม่ การสอนธรรมะให้กับเด็กก็จะเริ่มต้นกันใหม่ เด็กที่เคยส่งให้ได้เรียนหนังสือก็จะเริ่มชุบชีวิตพวกเขากันใหม่ โครงการสร้างบ้านให้เด็กนักเรียนที่ยากจนในชนบทก็จะเริ่มต้นกันใหม่“กิจกรรมและโครงการบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ช่วยเหลือประชาชนผู้ตกทุกข์ได้ยาก ประสบภัยน้ำท่วม ไฟไหม้ ได้รับความเดือดร้อนเป็นหมู่คณะหรือรายบุคคล เพื่อให้พวกเขาอยู่รอดและอยู่ได้ก็จะเริ่มต้นในวันนี้ การให้ความช่วยเหลือนักเรียนที่ขาดแคลนและยากจนในชนบทก็จะดำเนินการต่อไป”พระมหาสมัย ฝากบอกต่อบุญใหญ่ไปยังผู้มีจิตเมตตา ศรัทธา ร่วมบริจาคเงินเป็นค่าอาหารกลางวันเด็ก ทุนการศึกษาเด็กหรือช่วยเหลือเด็กตามโครงการต่างๆ โอนเข้าบัญชี “มูลนิธิกลุ่มแสงเทียน (วัดบางไส้ไก่)” ธนาคารกรุงเทพ จำกัด สาขาเจริญพาศน์ เลขที่บัญชี 126-0-36151-2 ประเภทสะสมทรัพย์ แจ้งข้อมูลการร่วมบริจาคมาทางไลน์ 06-3232-3874 โทรสาร 0-2472-4212 โทรศัพท์สอบถาม 0-2465-6165 ทุกวันไม่มีวันหยุด หรือ...ร่วมบริจาคข้าวสาร อาหารสด อาหารแห้ง นม ขนม เครื่องเขียน เครื่องกีฬา ของใช้เด็กอายุ 2-15 ปี...ก็จะเป็นการทำทานช่วยเหลือลูกหลานผู้ด้อยโอกาสในสังคมไทยเราได้เป็นอย่างดี“เข้าพรรษา...หันหน้าเข้าวัด” ทำบุญ ทำทาน รักษาศีล เจริญจิตตภาวนา สั่งสมบุญกุศล คุณงามความดีกันเถิด จะเกิดเป็น “พุทธ ศาสนิกชน” ที่ดีและมีความสุขตลอดไป.