วันเสาร์สบายๆวันนี้ไปคุยเรื่อง “ธุรกิจน้ำมัน” กันนะครับ น้ำมันแพง จากการคว่ำบาตรรัสเซียของสหรัฐฯ และยุโรป ทำให้คนเดือดร้อนกันทั้งโลก ธุรกิจน้ำมันเป็นธุรกิจที่มีความลึกลับซับซ้อนมาก จนยากที่คนธรรมดาอย่างเราท่านจะรู้เรื่อง รู้แต่ว่าน้ำมันแพงมาก จนถึงวันนี้ กระทรวงพลังงาน และ คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นประธาน ประชุมกันไม่รู้กี่รอบ ก็ยังไม่รู้ว่าค่าการกลั่นน้ำมันของไทยอยู่ที่ลิตรละกี่บาท แล้วจะไปแก้ปัญหาราคาน้ำมันแพงได้อย่างไรวันนี้ผมจะพาท่านผู้อ่านไปดูความลึกลับซับซ้อนของธุรกิจน้ำมันกันครับเริ่มกันที่ ค่าการกลั่น ที่เป็นปัญหาในเวลานี้ก่อนเลย คุณกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า จุดพลุขึ้นมาว่า ค่าการกลั่นวันนี้แพง กว่าปีที่แล้ว 10 เท่า แต่ กลุ่มอุตสาหกรรมโรงกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม ออกมาโต้ว่า ไม่จริง ไตรมาส 1 ปีนี้ค่าการกลั่นสูงขึ้นเพียง 0.47 บาทต่อลิตร ปัญหาก็คือ ต้นทุนการกลั่นไม่ได้มีราคาคงที่ มีการปรับขึ้นตามราคาน้ำมัน เช่น ค่าพรีเมียมของน้ำมันดิบ ค่าขนส่งน้ำมัน ค่า พลังงานที่ใช้ในการกลั่น เป็นต้น รวมทั้งค่าแรงที่มีการปรับขึ้นเป็นประจำ การลงทุนเครื่องจักรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และการปฏิบัติตามกฎหมายที่มีความเข้มข้นขึ้นโรงกลั่นไม่สามารถกำหนดค่าการกลั่นได้ เนื่องจาก ค่าการกลั่นเป็นผลลัพธ์จากราคาเฉลี่ยของน้ำมันที่ขายจริงทุกชนิดตามสัดส่วนการผลิต หักด้วยราคาน้ำมันดิบที่ซื้อจริง รวมถึง ค่าพรีเมียมของน้ำมันดิบ ค่าใช้จ่ายในการขนส่ง ค่าประกันภัย ค่าพลังงานในการกลั่น ไปจนถึงอุปสงค์อุปทานของน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูป และการสต๊อกน้ำมันค่าการกลั่น ที่เล่ามานี้เล่าแบบย่อมากนะครับ แต่ปัญหาที่ใหญ่กว่าค่าการกลั่นก็คือ การจัดหาน้ำมันดิบให้เพียงพอ ผมเพิ่งอ่านจาก วารสาร “การเงินธนาคาร” เดือนมิถุนายน ซึ่งไปสัมภาษณ์ คุณดิษทัต ปันยารชุน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่หน่วยธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ ของ ปตท. ฟังขั้นตอนการจัดหาน้ำมันดิบแล้ว ยุ่งยากและซับซ้อนกว่าต้นทุนการกลั่นเยอะ ที่สำคัญ ไทยต้องพึ่งการนำเข้าน้ำมันดิบสูงถึง 90% ของความต้องการใช้ในประเทศ ดังนั้น การขึ้นลงของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก จึงมีผลกระทบ ต่อไทยโดยตรงคุณดิษทัต บอกว่า สงครามรัสเซียยูเครน ทำให้น้ำมันดิบรัสเซียหายไปจากตลาดโลกวันละ 3 ล้านบาร์เรล จากปกติ 6–7 ล้านบาร์เรล ทำให้เกิด War Risk Premium และ มาตรการคว่ำบาตรเพิ่มเติม ทำให้ราคาน้ำมันดิบปรับขึ้นสูงระดับ 120–150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แต่ คุณดิษทัต บอกว่า ไทยไม่ได้รับผลกระทบมากนัก PTT Trading ได้เตรียมแผนรองรับกรณีฉุกเฉินไว้แล้ว หากน้ำมันรัสเซียหายไปจากตลาดโลกปริมาณมาก เรามีแผนบริหารความเสี่ยงด้านการจัดหาน้ำมันดิบ น้ำมันสำเร็จรูป และก๊าซ จากหลายแหล่งตลอดจนประสานกับโรงกลั่นในกลุ่ม ปตท. ให้สำรองน้ำมันคงคลังในระดับสูงสุด งดการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปชั่วคราว นำระบบติดตามการเดินเรือมาใช้ ให้เรือเดินทางตรงเวลา มีการเตรียมถังเก็บน้ำมันพร้อมใช้งาน เพื่อจัดเก็บสำรองน้ำมันดิบเพิ่มเติม ทำให้ไทยมีน้ำมันดิบสำรองเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 640 ล้านลิตรนอกจากนี้ PTT Trading ยังได้เจรจาขอวงเงินสินเชื่อเพิ่มชั่วคราวจากธนาคารต่างๆ บริหารระยะเวลาการใช้เงินให้สั้นลง ศึกษาเครื่องมือทางการเงินอื่นๆ เพื่อสนับสนุนสภาพคล่องในระยะสั้น และต้องบริหารความเสี่ยงด้านราคาของ Physical Cargo ผ่านตลาดฟิวเจอร์ส ราคาน้ำมันและก๊าซที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้บริษัทหลายแห่งเรียกหลักประกันเพิ่ม จึงต้องบริหารความเสี่ยงโดยคาดการณ์ความผันผวนของราคาจาก Index ต่างๆ เพื่อบริหารจัดการสภาพคล่องให้เพียงพอและทันท่วงที ฯลฯนี่แค่ย่อนะครับ ฟังแล้วยังปวดหัว รายละเอียดการ trading น้ำมันมีมากกว่านี้ ใครสนใจไปอ่านได้ครับ ธุรกิจน้ำมันลึกลับซับซ้อนจริงๆ ประเทศไทยโชคดีที่มี ปตท.เป็นเสาหลักคอยจัดหาน้ำมันและก๊าซอย่างเพียงพอ วันนี้ราคาน้ำมันดิบแพงขึ้นทั่วโลก ทางเดียวที่คนไทยจะช่วยกันได้ก็คือ “ประหยัดน้ำมันทุกวิถีทาง” คงต้องนำสโลแกนรถบรรทุก “คุยกับแฟนก็ต้องดับไฟ” กลับมาใช้กันอีกครั้ง ช่วยกันหาทางออก อย่าช่วยกันหาทางทะเลาะ.“ลม เปลี่ยนทิศ”