วันนี้ (ศุกร์ที่ 15 เมษายน) เป็นวันสุดท้ายของวันหยุดอย่างเป็นทางการ สำหรับเทศกาลสงกรานต์แล้วนะครับ...งานเฉลิมฉลองหลายๆงานจะมีวันนี้เป็นวันสุดท้ายอย่างเช่นงาน “เทศกาลวิถีนํ้า วิถีไทย” หรือที่เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า “Water Festival” ที่ บริษัทไทยเบฟฯ ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และ ฯลฯ จัดขึ้นเป็นปีที่ 7 ติดต่อกันแล้วนั้น ก็จะมีเป็นวันสุดท้ายเช่นกันจุดเด่นของงานนี้ก็คือการนั่งเรือด่วน (ฟรี) ไปตามท่าต่างๆริมนํ้ารวมทั้งสิ้นถึง 10 ท่า และเป็น “ท่าวัด” ซึ่งมีวัดสำคัญจะให้เราขึ้นไปไหว้ได้ถึง 5 วัดด้วยกัน ได้แก่ วัดพระเชตุพนฯ, วัดอรุณราชวราราม, วัดกัลยาณมิตร, วัดประยุรวงศาวาส และ วัดระฆังโฆสิตาราม...ล้วนเป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองทั้งสิ้นท่านที่มีความประสงค์จะไปไหว้พระในเทศกาลปีใหม่ไทยและยังมิได้ไปก็อย่าลืมแวะไปภายในวันนี้ด้วยก็แล้วกัน ผมเองนั้น พอดีมีเวลาว่างพร้อมกับลูกๆหลานๆทุกคน เมื่อวันที่ 6 เมษายน ซึ่งตรงกับ วันจักรี ที่ผ่านมา จึงชวนกันขึ้นรถคันเดียวกันไปตระเวนไหว้พระในบริเวณเกาะรัตนโกสินทร์มาเรียบร้อยแล้วหลายๆวัดก็ตรงกับที่อยู่ในโปรแกรมสงกรานต์นี่แหละ จึงตัดสินใจว่าในช่วงเทศกาลจะอยู่บ้านไม่ออกไปไหน...ใช้วิธีไหว้พระและสรงนํ้าพระพุทธรูปอยู่แต่ในบ้านเท่านั้นเตรียมตัวเตรียมใจเอาไว้สำหรับไปร่วมงานสำคัญอีกงานหนึ่ง ที่จะมีการจัดขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้างาน “ใต้ร่มพระบารมี 240 ปี กรุงรัตนโกสินทร์” ที่มีข่าวว่าจะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 20-24 เมษายน นั่นแหละครับ...ท่านรัฐมนตรี อิทธิพล คุณปลื้ม แถลงแก่ผู้สื่อข่าวเมื่อเร็วๆนี้ว่า จะมีการจัดงานเฉลิมฉลอง 240 ปี กรุงรัตนโกสินทร์ ขึ้นที่บริเวณพิพิธภัณฑ สถานแห่งชาติพระนคร และบริเวณพื้นที่รอบๆเกาะรัตนโกสินทร์โดยจะแบ่งบริเวณงานออกเป็น 9 โซน และจะมีรถ ขสมก. บริการฟรี วิ่งเชื่อมโยงโซนต่างๆตลอดงานนี้นอกจากจะผ่านหน้าวัดสำคัญๆต่างๆ เพื่อให้ประชาชนลงไปกราบไหว้แล้ว ก็ยังจะผ่านสถานที่สำคัญในเชิงประวัติศาสตร์อีกหลายสิบแห่งที่จะเปิดให้ประชาชนเข้าชม เช่น พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร, พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ (มิวเซียมสยาม), พิพิธภัณฑ์ศาลาว่าการกลาโหม, นิทรรศน์รัตนโกสินทร์, หอศิลป์ร่วมสมัยราชดำเนิน, พิพิธภัณฑ์เหรียญกษาปณ์ เป็นต้นผมอ่านแถลงข่าวของท่านรัฐมนตรีอิทธิพลแล้วก็ตื่นเต้นมาก ตั้งใจไว้ว่าถ้าตัวเลขโควิด-19 ไม่เพิ่มสูงมากนักตามที่คาดกันว่าจะเพิ่มเยอะแน่ๆหลังสงกรานต์ ก็จะแวะไปนั่งรถตระเวนตามคำเชิญชวนของท่านโดยเฉพาะในวันที่ 21 เมษายน ซึ่งเป็นวันทำพิธีตั้งศาลหลักเมืองกรุงรัตนโกสินทร์ครบ 240 ปี พอดิบพอดีนั้น เป็นวันสำคัญที่สุด240 ปี แห่งกรุงรัตนโกสินทร์และแห่งราชวงศ์จักรี เรามีพระมหากษัตริย์รวมทั้งสิ้น 10 พระองค์ และทุกพระองค์ก็ล้วนปกครองแผ่นดินโดยธรรม และอุทิศพระวรกาย เคียงสุข เคียงทุกข์กับอาณาประชาราษฎร์ ตลอดจนทรงร่วมสร้างบ้านแปงเมือง และทรงพัฒนาในทุกๆด้าน จนกรุงรัตนโกสินทร์ของเราเจริญรุ่งเรือง ดังที่เห็นด้วยสายตาในขณะนี้นึกแล้วก็น่าเสียดายที่เราจะมีงานใหญ่งานสำคัญกันทั้งที แต่เจ้าโควิด-19 ก็ยังไม่ยอมหนีหายไปไหน อันจะทำให้เราไม่สามารถจะมีความสุขหรือความสนุกกันได้อย่างเต็มเปี่ยมยังต้องระวังระไว ยังต้องป้องกันตัวเองดังที่ท่านรัฐมนตรีอิทธิพลท่านก็แจ้งไว้ด้วยเช่นกันว่า...ในระหว่างจัดงานท่านจะดำเนินตามกฎเกณฑ์ของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัดแต่ก็ไม่เป็นไรครับ...ไปได้เราก็ไปกัน แต่ถ้าไปไม่ได้เราก็ส่งใจไปร่วม...นั่งดู นั่งนึก นั่งจินตนาการ หรือไม่ก็เข้าไปเที่ยวงานนี้ทางออนไลน์ ซึ่งผมเชื่อว่าจะมีขึ้นแน่ๆเพื่อร่วมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของบูรพมหากษัตริย์ ที่ทรงสร้างกรุงรัตนโกสินทร์เป็นราชธานี และทรงทำนุบำรุงราชอาณาจักรนำความเจริญความผาสุกแก่อาณาประชาราษฎร์ทั่วแผ่นดินไทย ตลอด 240 ปี ที่กำลังจะเวียนมาบรรจบในวันที่ 21 เมษายนนี้ยํ้าอีกครั้งนะครับ งาน “ใต้ร่มพระบารมี 240 ปี กรุงรัตนโกสินทร์” จะเริ่ม 20-24 เมษายน 2565 จากนี้ไปก็แค่ 5 วันเท่านั้นเอง.“ซูม”