ฝีที่กลัดหนองมานาน แตกออกมาจนได้“ผู้กองนัส” ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า โจทย์เบอร์ 1 ในพลังประชารัฐ ของ “นายกฯตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตัดสินใจเดินเกมขั้นแตกหักยื่นคำขาดต่อ “บิ๊กบราเธอร์” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค ให้ปรับโครงสร้างพรรคใหม่ หรือไม่ก็ต้องปรับ ครม. หลังจากพ่ายแพ้ศึกเลือกตั้งซ่อมที่ชุมพรและสงขลาส่งผลให้โจทก์เก่าๆเปิดเกมไล่บี้ให้แม่บ้านใหญ่พลังประชารัฐ แสดงความรับผิดชอบที่ออกหน้าแสดงตัวชัดๆก็ “เสี่ยเฮ้ง” สุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ปล่อยไลน์หลุดเสนอทำโพลจี้ไปที่ตัว “ผู้กอง” คือต้นตอปัญหาทำให้พ่ายศึกเลือกตั้งซ่อมเป็นหนแรกโดยมีกองหนุนจากกลุ่มก๊วนในพรรค ที่อยู่ขั้วตรงข้ามคอยเชียร์อยู่ข้างหลังสุดท้ายก็เขย่ากันจนหลุดจากขั้ว“ผู้กองนัส” ขนกองกำลัง ส.ส.ในกลุ่ม อันได้แก่ นายวัฒนา ช่างเหลา ส.ส.ขอนแก่น นายธนัสถ์ ทวีเกื้อกูลกิจ ส.ส.ตาก นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข ส.ส.ตาก นายไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร นายวัฒนา สิทธิวัง ส.ส.ลำปาง นายเกษม ศุภรานนท์ ส.ส.นครราชสีมา นายสมศักดิ์ พันธุ์เกษม ส.ส.นครราชสีมา นายณัฏฐพล จรัสรพีพงษ์ ส.ส.สุรินทร์ นายสมศักดิ์ คุณเงิน ส.ส.ขอนแก่น นายจีรเดช ศรีวิราช ส.ส.พะเยานายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายพรชัย อินทร์สุข ส.ส.พิจิตร นายเอกราช ช่างเหลา ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายปัญญา จีนาคำ ส.ส.แม่ฮ่องสอน นางจอมขวัญ กลับบ้านเกาะ ส.ส.สมุทรสาคร นายสะถิระ เผือกประพันธุ์ ส.ส.ชลบุรี นายยุทธนา โพธสุธน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พล.ต.อ.ยงยุทธ เทพจำนงค์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ นางทัศนาพร เกษเมธีการุณ ส.ส.นครราชสีมา และนายธนะสิทธิ์ โควสุรัตน์ ส.ส.อุบลราชธานีออกไปตั้งป้อมค่ายของตัวเอง ภายใต้ชายคา “พรรคเศรษฐกิจไทย”วางตัว พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา “น้องเลิฟ”อีกคนของ “พี่ใหญ่” เป็นหัวหน้าพรรคมีรายงานว่าพรรคนี้ถูกวางให้เป็น “พรรคอะไหล่” สำรองไว้สำหรับ “พี่ใหญ่” หากเกิดอุบัติเหตุการเมืองด้วยฝีมือการเดินหมากของ “บิ๊กป๊อด” พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ น้องในไส้ของ “บิ๊กป้อม”กระบวนการย้ายสังกัดต้องให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน ตามรัฐธรรมนูญกำหนดส่วนเรื่องการปรับ ครม. คนอย่าง “บิ๊กตู่” ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้ยอมหักไม่ยอมงอ ประกาศชัดเจนแล้วว่า ไม่คิดปรับหรือยุบสภา เพราะยังมีภารกิจรอสะสางอีกมากนั่นก็ว่ากันไป เป็นเรื่องอำนาจของนายกฯประยุทธ์แต่ที่ต้องจับตามองคือ ใครจะมาเสียบเป็นแม่บ้านคนใหม่แทน “ผู้กองนัส”มีรายชื่อหลายคนที่ปูดออกมา ไม่ว่าจะเป็น “เสี่ยสันติ พร้อมพัฒน์” รมช.คลัง ที่หมายมั่นปั้นมืออยากจะนั่งเก้าอี้นี้มานานหรือ “เสี่ยเฮ้ง” สุชาติ ชมกลิ่น ที่โชว์ลูกบู๊ปะฉะดะกับ “ผู้กอง” จนเข้าตานายรวมไปถึง “เสี่ยแฮงก์”อนุชา นาคาศัย รมต.สำนักนายกฯ อดีตแม่บ้านคนก่อน ที่ยังมีแผลใจจากการถูกเขี่ยพ้นเก้าอี้ไปเมื่อคราวที่แล้ว มาในนาม “กลุ่มสามมิตร”ไม่ว่าผลจะออกมาหน้าไหน ก็แสดงให้เห็นถึงไส้เน่าของ “พรรคพันทาง”ที่ไปไล่กวาดต้อนบรรดานักการเมืองร้อยพ่อพันแม่ เกาะเกี่ยวกันด้วยผลประโยชน์ไม่ใช่พรรคที่ตั้งขึ้นด้วยอุดมการณ์ทางการเมืองร่วมกันของคนในพรรคแต่เป็นพรรคเฉพาะกิจ ที่มีเป้าหมายหลักสืบทอดอำนาจ “ขั้วอำมาตย์ใหม่”.เพลิงสุริยะ