“บิ๊กตู่” กลบไฟขัดแย้ง พปชร.-ปชป. ปรามทะเลาะกันไปไม่ได้อะไรขึ้นมา “สุชาติ” แอ่นอกรับสงขลาแพ้ไม่โทษใคร ชี้จุดพลิกผัน วาทกรรมคนรวยคนจนฉุดแต้มพลาดเป้า “จุรินทร์” เสียงแปร่งสัมพันธ์พรรคร่วมฯเป็นเรื่องอนาคต ขยี้ซ้ำเคยเตือนแล้วไม่ฟังแข่งกันเองได้ไม่คุ้มเสีย “เทพไท” ชี้คนใต้ผนึกกำลังสั่งสอนดับอหังการพรรคลุแก่อำนาจ ฝ่ายค้านยื่นญัตติด่วนขย่มหมูแพง 20 ม.ค. จวก รบ.ดีแต่หว่านเงิน โอ๋นายทุน ไม่สนสร้างงาน ฉากต่อไปจนทั้งแผ่นดิน เฉ่งไม่เห็นอนาคตถ้าไม่เปลี่ยนผู้นำ นายกฯสั่ง พณ.-กษ. คุมเข้มสกัดสินค้าแห่ขึ้นราคาตามหมูแพงไร้เหตุผล “อุตตม-สนธิรัตน์” เปิดตัว “สร้างอนาคตไทย” พรรคใหม่ 19 ม.ค. “สุพล-สันติ” ไขก๊อกทิ้งตำแหน่ง ส.ส.พปชร.ร่วมงานก๊วน 4 กุมาร ก้าวไกลยิงสโลแกนพร้อมชนเพื่อคนกรุงเทพฯ เผยโฉมคนชิงผู้ว่าฯ กทม. 23 ม.ค.จากกรณีพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กับพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ต่อสู้ดุเดือดในการเลือกตั้งซ่อม จ.ชุมพรและสงขลา จนอาจส่งผลให้รัฐบาลมีปัญหา ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เชื่อมั่นว่าพรรคร่วมรัฐบาลจะกลับมาทำงานร่วมกันด้วยดี “บิ๊กตู่” เชื่อพรรคร่วม รบ.ไม่มีปัญหาเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 17 ม.ค. ที่หอประชุมคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานพิธีเปิดโครงการส่งเสริมโอกาส ความเสมอภาคและ ความเท่าเทียมทางการศึกษา “พาน้องกลับมาเรียน” และพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ รวมพลังบูรณาการ ทั้งแผนคน แผนงาน แผนโครงการ ทำกิจกรรมที่เกิดสัมฤทธิผลโดยรวม มี น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาธิการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม จากนั้นเวลา 10.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ถึงการทำงานระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลหลังการเลือกตั้งซ่อมเขต 1 ชุมพรและเขต 6 สงขลา ที่ช่วงการหาเสียงมีการโจมตีกันอย่างหนักว่า วันนี้การทำงานร่วมมือกันดีอยู่แล้ว จะไปมีปัญหาอะไร การเลือกตั้งก็คือการเลือกตั้ง เป็นอย่างนี้มาตลอด พอถึงเวลาเลือกตั้งเหมือนจะเกิดความขัดแย้งอะไรต่างๆ แต่การทำงานทุกคนทำงานเพื่อประชาชนมิใช่หรือ พรรคร่วมรัฐบาลท้ายที่สุดคือต้องทำเพื่อประชาชน ต้องช่วยรัฐบาลในการทำงาน เพราะเราคือรัฐบาลในฐานะพรรคร่วมฯ ในการหาเสียงตนก็เห็นว่าดุเดือดกันมาแบบนี้ ใครจะชนะหรือแพ้ตนยินดีด้วยกับผู้ชนะเท่านั้นเองเตือนขัดแย้งกันไปไม่ได้อะไรขึ้นมาเมื่อถามย้ำว่าแต่ดูเหมือนการหาเสียงครั้งนี้จะปะทะคารมใช้คำพูดเชือดเฉือนกัน นายกฯย้อนถามว่า แต่ก่อนมากกว่านี้หรือไม่ให้ไปดู แต่ก่อนแรงกว่านี้ก็มี คิดว่าไม่เป็นปัญหาอะไรกับตน การหาเสียงต่างๆเขาตอบกันมาแล้ว เห็นพูดคุยกันดี 2-3 วันที่ผ่านมาในการประชุมคณะรัฐมนตรีตนคุยกับทุกพรรคดีอยู่ และพูดเย้าแหย่ไปว่าขอให้กำลังใจทุกพรรคแล้วกัน เป็นเรื่องของเขา รัฐบาลมีหน้าที่ทำงานตรงนี้ งานเยอะแยะเต็มไปหมดไม่เห็นหรือ จะเอาแต่เรื่องความขัดแย้งมามันก็ไม่ได้อะไรทั้งสิ้น ขัดแย้งไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา อยู่เฉยๆ ทำงานดีกว่า สนใจเรื่องสร้างสรรค์ ข่าวการศึกษาเรื่องที่ทำประโยชน์บ้าง ไม่ใช่มีแต่ข่าวเรื่องไม่เป็นเรื่อง สั่ง พณ.-กษ.คุมขึ้นราคาไร้เหตุผลพล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงปัญหาราคาสินค้าพุ่งสูง โดยเฉพาะเนื้อสุกรจะแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอย่างไรว่า ได้สำรวจตั้งแต่ต้นทางว่าปัญหามันอยู่ที่ไหน อย่างไร มีปริมาณเพียงพอหรือไม่ จะจัดหาเพิ่มเติมได้จากที่ไหน เช่น หมูถ้าจำเป็นต้องนำเข้าและระงับการส่งออก ผู้เกี่ยวข้องต้องไปผลิตลูกหมูออกมา ส่งเสริมผู้ค้าหมูรายย่อย ต้องไปสำรวจอีกว่ามีหมูในสต๊อกแช่แข็งไว้เท่าไหร่รอการส่งออก ต้องระงับการส่งออกทั้งหมด ให้ปริมาณหมูมีเพียงพอใช้ในประเทศ หมูตายก็สร้างหมูใหม่ขึ้นมา เพาะพันธุ์ใหม่ขึ้นมาให้เพียงพอ สำคัญที่สุดมีการแพร่ระบาดบางพื้นที่และเป็นจุดๆไป ไม่ได้แพร่ระบาดทั่วประเทศ ขอให้เข้าใจด้วย การตายมีไม่ถึง 20 เปอร์เซ็นต์ แต่ทำไมหมูถึงขาด เกิดอะไรขึ้นในกระบวนการมีคนไปทำอะไรหรือเปล่า หลายอย่างพยายามขึ้นราคาตามขึ้นมาโดยไม่มีเหตุผลสมควร ได้สั่งการให้กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรฯ และผู้เกี่ยวข้องไปตรวจสอบ ถ้าไม่ถูกต้องตามกฎหมายให้ร้องเรียนสคบ.ขอร้องว่าอย่าทำให้ประชาชนเดือดร้อนมาก ไม่ใช่ราคาน้ำมันขึ้น 1 บาทแล้วไปขึ้นราคาสินค้าอื่น 5 บาท ขออย่าเห็นแก่ตัวกัน“สุชาติ” ยืดอกสงขลาแพ้ก็คือแพ้นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน กรรมการบริหารพรรค พปชร. ในฐานะผอ.เลือกตั้ง ส.ส.เขต 6 สงขลา โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวหลังผลเลือกตั้งน.ส.สุภาพร กำเนิดผล หรือน้ำหอม พรรคประชาธิปัตย์ได้คะแนนอันดับ 1 นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ หรือน้องโบ๊ต ผู้สมัครพรรค พปชร.ได้อันดับ 2 ว่า คะแนนน้องโบ๊ตได้ตามเป้า พวกเราเป็นสุภาพบุรุษพอที่จะยืดอกรับความจริงว่าแพ้ก็คือแพ้ ต้องกราบขอบคุณชาวเขต 6 สงขลาที่ลงคะแนนให้เยอะมาก น้องโบ๊ตเป็นน้องใหม่ทางการเมือง ได้คะแนนมากกว่าเลือกตั้งครั้งที่แล้วถึงเท่าตัว มากขนาดนี้เขาก็ดีใจ ตนพึงพอใจ พวกเราทีมพลังประชารัฐทำดีที่สุดแล้ว ขอแสดงความยินดีกับน้องน้ำหอม จุดพลิกผันถูกปั่นปมคนรวย-คนจนต่อมานายสุชาติให้สัมภาษณ์ว่า คะแนนที่เราได้เป็นไปตามเป้าหมาย 4 หมื่นคะแนน แต่การเลือกตั้งเหมือนแข่งขันกีฬา เราซ้อมแล้วทำลายสถิติโลก แต่มีคู่แข่งทำลายได้มากกว่า เราต้องยอมรับความพ่ายแพ้อย่างพื้นที่ อ.สะเดา เราประเมินจะชนะ 7-8 พันคะแนน แต่ชนะเพียง 1,500 คะแนน ส่วนบางพื้นที่จะแพ้น้อยก็แพ้เยอะกว่า จึงสวนทางกันไปหมด เมื่อถามว่ามีการมองว่าการปราศรัยของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรค พปชร.ประเด็น “คนรวยกับคนจน” อาจเป็นจุดพลิกให้พรรค พปชร.แพ้ นายสุชาติกล่าวว่า ต้องยอมรับเป็นประเด็นหนึ่งที่มีผลให้ฝั่งตรงข้ามหยิบมาเป็นวาทกรรมคนรวยคนจนในโซเชียล เมื่อถามย้ำว่าวาทกรรมดังกล่าวเป็นจุดพลาดหรือไม่ นายสุชาติกล่าวว่าคงพูดอย่างนั้นไม่ได้ แต่ยืนยันเราทำดีที่สุดแล้ว เมื่อถามว่าจะไม่มีการโบ้ยกันไปมาจนเป็นศึกภายในพรรค พปชร.ใช่หรือไม่ นายสุชาติกล่าวว่า “ผมเป็นลูกผู้ชายจบแล้วก็จบ คงไม่โทษใครว่าผิด ไม่น่าจะเป็นปัญหา”“ชัยวุฒิ” สารภาพเจ้าของพื้นที่แข็งกว่านายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กรรมการบริหารพรรคพปชร. กล่าวว่า เลือกตั้งแพ้ชนะเรื่องปกติ พรรคแพ้ไม่ใช่เพราะการปราศรัยของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรค อย่างเดียว ตัวผู้สมัครยังใหม่ แต่พรรค ปชป.เป็นเจ้าของพื้นที่เชี่ยวชาญกว่าต่างจาก กทม.เขต 9 พปชร. เป็นแชมป์เจ้าของพื้นที่ ส่วนความขัดแย้งระหว่างพรรคผู้ใหญ่ต้องคุยกัน “อู๊ดด้า” ขยี้บอกแล้วบี้กันเองได้ไม่คุ้มเสียที่กระทรวงพาณิชย์ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯและ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรค ปชป. กล่าวว่า ขอขอบคุณพี่น้องชาวชุมพร เขต 1 และสงขลา เขต 6 ที่ไว้วางใจผู้สมัครของพรรค พรรคต้องทำงานหนักมากขึ้น ให้เกิดผลสัมฤทธิ์ได้จริงเห็นชัดเจนเป็นรูปธรรม เมื่อถามว่าพรรคคู่แข่งโพสต์ในโซเชียลทำนองว่าอาจต้องเลือกตั้งใหม่พุ่งเป้ามาที่พรรค ปชป. นายจุรินทร์ตอบว่า ไม่ขอวิจารณ์ขอย้ำคือประชาธิปัตย์ไม่โกง ทุกคะแนนเรามั่นใจได้มาด้วยความบริสุทธิ์ เป็นเสียงสวรรค์จากประชาชนแท้จริง ความสัมพันธ์พรรคร่วมรัฐบาลเป็นเรื่องอนาคตเคยเตือนไปแล้วว่า สุดท้ายถ้าพรรคร่วมฯมาแข่งกันเองจะได้ไม่คุ้มเสีย ตบมือข้างเดียวไม่ดัง ถ้า ปชป.ถือหลักนี้พรรคเดียวพรรคอื่นไม่เอาด้วยมันก็ไม่เกิดสิ่งที่เราอยากให้มันเป็น ถ้าเรามีโอกาสเป็นแกนนำตั้งรัฐบาลจะไม่แข่งกันเองในพรรคร่วมฯมันได้ไม่คุ้มเสีย วันนี้ปรากฏผลให้เห็น ต้องมีวัฒนธรรมทำงานร่วมกันในรัฐบาลผสม เราต้องตระหนักดำเนินคดีปารีณาโพสต์ให้ร้ายน.ส.ศิริภา อินทวิเชียร รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า จากกรณี น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ อดีต ส.ส.พรรค พปชร.โพสต์เฟซบุ๊กพาดพิงพรรคประชาธิปัตย์ให้เสียหายว่า “เหตุผลเดียว ประชาธิปัตย์ ชนะเลือกตั้งซ่อม 2 เขต คือซื้อเก่งกว่าค่ะ” มีสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์เป็นจำนวนมากร้องเรียนมาที่พรรคขอให้พรรคดำเนินคดี จึงรวบรวมข้อมูลส่งให้นายราเมศ รัตนะเชวง หัวหน้าทีมทนายความของพรรค ให้พิจารณาดำเนินคดีให้ถึงที่สุด“เทพไท” ชี้คนใต้สั่งสอน พปชร.นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กว่า พรรคประชาธิปัตย์ชนะพรรคพลังประชารัฐได้ทั้ง 2 เขต น่าจะมาจากเหตุผล 7 ประการ คือ 1.ปชป.สรุปบทเรียนแพ้เลือกตั้งซ่อมเขต 3 นครศรีธรรมราช มาปรับใช้ 2.พรรคเตรียมพร้อมประกาศสู้ทุกรูปแบบ ตาต่อตาฟันต่อฟัน 3.คำปราศรัยของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ให้เลือกคนรวย มีความพร้อมทางการเงิน นำไปสู่ความรู้สึกการแบ่งชนชั้นอย่างกว้างขวาง 4.ปลุกคนใต้ให้รู้สึกหวงแหนและเป็นเจ้าของพรรค ปชป.เหมือนเดิม 5.กระแสไร้มารยาทของพรรค พปชร.ส่งผู้สมัครแย่งชิงจนเกิดความรู้สึกร่วมว่า พรรค ปชป.ถูกรังแกทางการเมือง 6.สั่งสอนให้บทเรียนกับพรรค พปชร.ที่ลุแก่อำนาจใช้อำนาจรัฐ เงิน นอกระบบทุกรูปแบบ 7.กลุ่มที่เป็นกลางและกลุ่มไม่เอาเผด็จการ คสช.เทคะแนนให้ น่าจะเป็นบทเรียนที่เจ็บปวดและเป็นสัญญาณจากประชาชนต้องการหยุดความอหังการเหลิงอำนาจของ พปชร.ที่ย่ามใจมาตลอด “อิสรพงษ์” แห่ขอบคุณคนชุมพรเขต 1เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ จ.ชุมพร นายอิสรพงษ์ มากอำไพ ผู้สมัครเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ชุมพร พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมคณะขึ้นรถแห่กราบขอบคุณคะแนนเสียงที่พี่น้องประชาชนชาว อ.เมืองชุมพร และ อ.สวี ไว้วางใจเลือกตนเป็นผู้แทนฯ ภายหลังผลคะแนน การเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการได้รับชัยชนะเหนือพรรค พลังประชารัฐ ด้วยคะแนน 49,014 คะแนนต่อ 32,281 คะแนน มีคะแนนนำที่ 16,733 คะแนน และพรรคประชาธิปัตย์ยังได้คะแนนการเลือกตั้งซ่อมในเขตการเลือกตั้งนี้เพิ่มขึ้นจากการเลือกตั้งทั่วไปในปี 2562 กว่า 6,300 คะแนน ยืนยันพร้อมทำหน้าที่ ส.ส. และนำปัญหาของชาวชุมพรเข้าไปหารือต่อสภาฯ ขอบคุณชาวชุมพรที่มอบคะแนนให้ตนเองและพรรคประชาธิปัตย์ และขอบคุณชาวชุมพรที่คืนความเป็นธรรมให้แก่นาย ชุมพล จุลใส อดีต ส.ส.ชุมพร พรรคประชาธิปัตย์ที่ถูก เว้นวรรคทางการเมืองหลังร่วมเป็นแกนนำชุมนุม กปปส.“อนุทิน” บอกคนละทีสองที รบ.ไม่ร้าวที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงความสัมพันธ์พรรคร่วมรัฐบาลหลังจบศึกเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ชุมพร และสงขลา ว่า “มันเกี่ยวอะไร กับผม เวลาแข่งขันกันทุกคนก็เป็นหมด น่าจะ เข้าใจกันมันจบแล้ว คงไม่มีผลกระทบอะไร คนทำงาน ทำงานไป คนแข่งขันก็แข่งขันไป มันคนละทีสองที ตอนเด็กๆ ทะเลาะกับเพื่อนแล้วกลับมาเป็นเพื่อนรักกันเยอะแยะไป”“พิธา” ไม่ท้อปลุกลุกสู้ใหม่ที่หลักสี่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคก้าวไกล ทวีตข้อความบนทวิตเตอร์ว่า “ลุยต่อที่หลักสี่และจตุจักร ไม่ได้หวั่นไหวกับความพ่ายแพ้ แต่กลับเข้มแข็งกว่าเดิม ขอปลุกใจทุกคน ให้ลุยต่อ ผมเลือกที่จะยอมรับ เรียนรู้และสนุกไปกับมัน เราจะทบทวน ปรับตัว ปรับกระบวนทัศน์เพื่อการพัฒนายิ่งๆขึ้น”23 ม.ค. ก้าวไกลเปิดตัวชิงผู้ว่าฯ กทม.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคก้าวไกลได้เปิดตัวแคมเปญผู้ว่าฯ กทม. ภายใต้สโลแกน “พร้อมชนเพื่อคนกรุงเทพ” ช่วงเช้าได้นำป้ายฟิวเจอร์บอร์ดข้อความ “หมดเวลาซุกปัญหาไว้ใต้พรม” พร้อมโลโก้ พรรคก้าวไกลกระจายติดตั้งหลายพื้นที่ เช่น สะพานผ่านฟ้าฯ ซอยทองหล่อ ช่องนนทรี หัวลำโพง ท้ายรถ ตุ๊กๆ รถสองแถว รถเข็นขายอาหารและผลไม้และเฟซบุ๊กแฟนเพจพรรคก้าวไกลพากันโพสต์รูปพร้อมข้อความว่า “หมดเวลาซุกปัญหาไว้ใต้พรม ถึงเวลาเลือกผู้ว่าฯ ที่พร้อมชนเพื่อคนกรุงเทพ” เพื่อโปรโมตการเปิดตัวผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม .ของพรรควันที่ 23 ม.ค.นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคก้าวไกลกล่าวว่า พรรคเปิดสโลแกนก่อนเพราะเชื่อว่าผู้สมัครเป็นใครไม่สำคัญเท่ากับเขาหรือเธอจะเป็นผู้ว่าฯ แบบไหน สำคัญกว่าคือผู้ว่าฯ ต้องพร้อมชนทุกปัญหา พร้อมปกป้องผลประโยชน์ประชาชน ไม่เกรงใจทุนใหญ่ ผู้มีอิทธิพล ไม่มีวันทอดทิ้งประชาชนเมื่อยามคับขัน ฝ่ายค้านชงญัตติด่วนแก้โรคหมู 20 ม.ค.ที่พรรคเพื่อไทย น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงว่า ประชาชนทั้งประเทศกำลังประสบปัญหาสะสมที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สร้างเอาไว้ทั้งของแพง โรคระบาดในคน และในสัตว์ ต้นเหตุสำคัญจากการปิดบังข้อมูลของรัฐบาลจนกลายเป็นปัญหาใหญ่ หากควบคุมตั้งแต่แรกคงไม่บานปลายขนาดนี้ รัฐบาลรู้มาตลอดแต่ตั้งใจ ปกปิดนำมาซึ่งหายนะ มีเอกสารทางการยืนยันหลายฉบับว่าโรคระบาดนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2562 แต่รัฐบาลไม่แก้ปัญหาปล่อยให้โรคระบาดกลายเป็นปัญหาเรื้อรังมากว่า 2 ปี ทำให้ราคาเนื้อหมูแพงจนดึงสินค้าอื่น แพงตามไปด้วย คนที่ทำของ “แพงทั้งแผ่นดิน” ตัวจริง คือ รัฐบาล มีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ที่เคยสร้างแคมเปญโจมตีรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ไว้เมื่อปี 2556 ระเบิดเวลาย้อนกลับมาทวงคืน วันที่ 19 ม.ค. หัวหน้าพรรคร่วมฝ่ายค้านจะประชุมร่วมหามติกำหนดวันยื่นอภิปรายรัฐบาลตามมาตรา 152 และวันที่ 20 ม.ค. พรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมฝ่ายค้านจะยื่นญัตติด่วน ด้วยวาจาหามติส่งวิธีการแก้ไขไปยังรัฐบาลให้หาทาง แก้ปัญหาโรคอหิวาต์ในสุกรเร็วที่สุดจวกดีแต่แจกเงินส่อจนทั้งแผ่นดินนายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ รองโฆษกพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า รัฐบาลพิจารณาจะปรับเลื่อนเติมเงินมาตรการคนละครึ่งเฟสที่ 4 จากเริ่มต้นเดือน มี.ค. มาเป็น ก.พ.ช่วยแก้สินค้าราคาแพงว่า รัฐบาลต้องเลิกแก้ปัญหาฉาบฉวย ใช้งบฯประคองสถานการณ์หวังกลบกระแสสังคม คนละครึ่งเฟส 3 ปลายปี 2564 มีผู้ใช้งานไม่เต็มวงเงิน มีรายงานจากหลายพื้นที่ว่าร้านค้าจำนวนหนึ่งฉวยโอกาสเพิ่มราคาสินค้าแบบถาวร หากรัฐบาลยังวนเวียนอยู่แต่กับการใช้มาตรการแจกเงิน ไม่เรียนรู้แก้ปัญหาเศรษฐกิจที่ต้นตอ อนาคตอันใกล้คงเห็นราคาสินค้าพุ่งกระฉูด ขัดกับรายได้ประชาชนที่หดหาย ไม่มีจะกิน ปัญหาเศรษฐกิจซึมลึกทุกระดับ รัฐต้องเสริมศักยภาพการประกอบอาชีพ ผ่อนคลายมาตรการภาษี สร้างตลาดรองรับ สร้างโอกาสทำกิน ไม่ใช่เอาแต่เติมเงิน แจกเงิน แทรกแซงจนโครงสร้างเศรษฐกิจไปต่อยาก บริหารต่อไปเรื่อยๆ ประเทศไทยคงต้องเต็มไปด้วยคนจนทั้งแผ่นดินสวดไม่เห็นอนาคตถ้าไม่เปลี่ยนผู้นำนายกฤษฎา ตันเทอดทิตย์ ส.ส.หนองคาย พรรคเพื่อไทยกล่าวว่า เพิ่งเริ่มต้นปี 2565 ปัญหา เศรษฐกิจประดังแบบไม่หยุด ทั้งราคาอาหาร หมู ไก่ ไข่ไก่ ปลาแพง กระทั่งมะละกอทำส้มตำยังแพง เรียกได้ว่า “แพงทั้งแผ่นดิน” หมูแพงอาจนำเข้าหมูแก้ปัญหาระยะสั้น แต่ระยะยาวรัฐบาลควรต้องจัดตั้งกองทุนพัฒนาวัคซีน ติดตามผลงานนายกฯ จะพบว่านโยบายตั้งแต่ตอนหาเสียงยังไม่ได้ทำสักอย่าง ไม่เพียงแต่ ไม่สร้างรายได้ นโยบายที่ออกมากลับเพิ่มรายจ่ายให้ผู้ประกอบการ เช่น การจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ตอนนี้จัดเก็บอยู่ที่ 10% หากเป็นอย่างนี้ต่อไปเกรงว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2565 จะ “ฟื้นไม่มี หนีไม่พ้น” และจะเป็น “ปีแห่งความทรุดโทรมเสื่อมถอย” หากรัฐบาลยังบริหารสะเปะสะปะเกาไม่ถูกที่คันต่อไป เกรงว่าประเทศไทยจะเป็นประเทศท้ายๆ หรืออาจท้ายที่สุดที่จะพลิกฟื้นเศรษฐกิจกลับมา ดูเหมือนไม่เห็นอนาคตเลยถ้ายังไม่เปลี่ยนผู้นำ พล.อ.ประยุทธ์ยังบริหารอยู่แนะปรับคนละครึ่งมาให้เงินสดนายกิตติกร โล่ห์สุนทร ส.ส.ลำปาง พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ การพลังงาน สภาฯ กล่าวว่า ราคาน้ำมัน ก๊าซหุงต้มและราคาค่าไฟปรับตัวสูงขึ้นซ้ำเติมประชาชน รัฐบาลรับทราบดีราคาน้ำมันจะปรับตัวต่อเนื่องไปอีก 1-2 เดือน ควรหามาตรการช่วยลดภาระประชาชน แต่ไม่ทำหวั่นจะกระทบการจัดเก็บรายได้รัฐ โครงการคนละครึ่งประชาชนอยากได้เป็นเงินสด จะช่วยได้มากกว่า หลายครอบครัวไม่มีเงินเติมเข้าระบบ “สมชัย” เปิดตัวเว็บล่าชื่อริบดาบ ส.ว.เมื่อเวลา 10.00 น. ที่มหาวิทยาลัยรังสิต นายสมชัย ศรีสุทธิยากร สมาชิกพรรคเสรีรวมไทย ในฐานะ คณะรณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 272 ยกเลิกอำนาจ ส.ว.เลือกนายกฯ แถลงเปิดตัวเว็บไซต์ www.nosenatevote.com ให้ประชาชนร่วมลงชื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 272 ยกเลิกอำนาจ ส.ว.เลือกนายกฯ ว่า เริ่มต้นคิกออฟเปิดเว็บไซต์วันที่ 17 ม.ค. ล่าชื่อ 3 เดือนให้ได้มากที่สุด ตั้งแต่วันที่ 17 ม.ค.-16 เม.ย. กำหนดวันยื่นรายชื่อประชาชนต่อสภาฯวันที่ 1 มี.ค. เบื้องต้นกำหนดไว้ 70,000 ชื่อ เพราะไม่สามารถยื่นญัตติต่อสภาฯ ในสมัยประชุมนี้ที่จะปิดสมัยวันที่ 28 ก.พ.ได้ เพราะเป็นญัตติที่เคยยื่นมาแล้ว เมื่อเปิดสมัยประชุมสภาฯ อีกครั้งในเดือน พ.ค.จะบรรจุญัตติเข้าสู่วาระประชุมสภาฯ ได้ทันที ทั้งนี้หลังวันที่ 1 มี.ค. ยังเปิดให้ประชาชนลงชื่อในเว็บไซต์ต่อไปถึงวันที่ 16 เม.ย. ล่าสุดทราบว่า นาย ไพศาล พืชมงคล อดีตกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯเพิ่งร่วมลงชื่อท้า “บิ๊กตู่” ร่วมลงชื่อแก้ไข ม.272น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา คณะรณรงค์แก้ไขรัฐ ธรรมนูญ มาตรา 272 กล่าวว่า มั่นใจว่ามีความเป็นไปได้สูงมากที่จะแก้ไขมาตรา 272 สำเร็จ จากสัญญาณบวก 3 ประการ 1.แม้วันที่ 17 ม.ค. จะเปิดตัวเว็บไซต์ แต่จากการให้ประชาชนร่วมลงชื่อล่วงหน้า มีผู้มาร่วมลงชื่อแล้วเกือบ 4 หมื่นชื่อจากคนทุกฝ่าย 2.การแก้มาตรา 272 เคยได้รับการสนับสนุนจาก ส.ว. 50 กว่าคนที่เคยให้แก้ไขมาตราดังกล่าวมาแล้ว 3.เชื่อว่าทุกพรรคจะสนับสนุน เพราะเป็นประโยชน์กับทุกพรรค และขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯร่วมลงชื่อด้วย“สร้างอนาคตไทย” เปิดตัว 19 ม.ค.เมื่อเวลา 15.00 น. นายอุตตม สาวนายน อดีต รมว.คลังและอดีตหัวหน้าพรรค พปชร. พร้อมนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ อดีต รมว.พลังงานและอดีตเลขาธิการพรรค พปชร.พร้อมใจโพสต์ภาพคู่กันและข้อความบนภาพ “ก้าวต่อไป อุตตม-สนธิรัตน์” โดยนายอุตตมโพสต์ว่า วันนี้พวกเรามีอุดมการณ์ทำงานเพื่อบ้านเมือง ด้วยความหวังที่เต็มเปี่ยมว่า ความคิดและอุดมการณ์จะกลายเป็นพลังยิ่งใหญ่ให้คนไทยทุกคนมาร่วมสร้างอนาคตประเทศไปด้วยกัน งานสำคัญชิ้นแรกของปีของตนคือ การเปิดตัวพรรค การเมืองใหม่ ที่อยากให้เป็นแพลตฟอร์มสำหรับคนไทยจากทุกภาคส่วน ทุกช่วงอายุ แชร์ความคิด ร่วมหาทางออก ร่วมสร้างอนาคตให้กับประเทศไทย จะมีการจัดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนในวันที่ 19 ม.ค.ด้านนายสนธิรัตน์โพสต์ข้อความว่า ช่วงจังหวะที่หยุดชะงักไป ไม่ได้ทำให้การนึกถึงความยากลำบากของพี่น้องประชาชนลดลง แต่เรายิ่งได้คลุกคลีใกล้ชิดกับประชาชน คลุกฝุ่นกับปัญหามากขึ้น และด้วยที่เรามีคนมีความรู้ความสามารถมารวมกันร่วมทำงาน เป็นเหมือนความรับผิดชอบต่อประชาชนที่จะเข้ามาแก้ปัญหา 19 ม.ค.พบกัน ขอชวนทุกคนมาร่วมสร้างอนาคตไทยด้วยกันกับพวกเรา “วัชระ” โอ่รอดูบิ๊กเซอร์ไพรส์ด้านนายวัชระ กรรณิการ์ สมาชิกพรรค “สร้างอนาคตไทย” ในฐานะกรรมการประสานงานพรรค “สร้างอนาคตไทย” เปิดเผยว่า กิจกรรมแถลงข่าว “สร้างอนาคตไทย” วันที่ 19 ม.ค.เวลา 13.30 น.ที่ห้อง World Ballroom ชั้น 23 โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ จะเปิดตัวและประกาศเจตนารมณ์ทางการเมืองของผู้ร่วมอุดมการณ์และผู้ร่วม “สร้างอนาคตไทย” นำทีมโดยนายอุตตมและนายสนธิรัตน์ และกลุ่มผู้ร่วมอุดมการณ์จากหลากหลายสาขาอาชีพทั้งนักการเมือง นักธุรกิจ นักบริหาร นักวิชาการ คนรุ่นใหม่และภาคประชาชนจะทำงานร่วมกันในนามพรรค “สร้างอนาคตไทย” และให้จับตาดูวันงานอาจจะมีบิ๊กเซอร์ไพรส์เกิดขึ้นก็ได้“สุพล-สันติ” ทิ้ง ส.ส.ซบ 4 กุมารนายสุพล ฟองงาม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพปชร.กล่าวว่า ได้ยื่นใบลาออกจากสมาชิกพรรคพปชร.แล้ว ยื่นเรื่องต่อเลขาธิการพรรค พปชร. นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯและคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เรียบร้อยแล้ว เพื่อจะไปเปิดตัวกับพรรคสร้างอนาคตไทย ในวันที่ 19 ม.ค.ด้านนายสันติ กีระนันทน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พปชร.กล่าวว่า บ่ายวันที่ 17 ม.ค.ได้ไปที่สำนักงาน กกต.ยื่นหนังสือลาออกสมาชิกพรรค พปชร.และได้เข้าไปกราบลาประธานสภาฯพร้อมยื่นใบลาออกจาก ส.ส. พรรค พปชร.ต้องเลื่อนลำดับ ส.ส.บัญชีรายชื่อขึ้นมา เมื่อถามว่าจะไปร่วมงานกับนายอุตตมและนายสนธิรัตน์ที่จะเปิดตัวพรรคใหม่วันที่ 19 ม.ค.ใช่หรือไม่ นายสันติเลี่ยงตอบเพียงว่า “อีก 2 วันเจอกันครับ”เลื่อน “ชวน-สุรพร” ขึ้นปาร์ตี้ลิสต์นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรค พปชร.ในฐานะนายทะเบียนพรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า หลังนายสุพล ฟองงาม ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลาออกจากสมาชิกพรรคและกรรมการบริหาร มีผลวันที่ 18 ม.ค.นายชวน ชูจันทร์ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 23 ขยับขึ้นมาแทนผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีนายสันติ กีระนันทน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อที่ลาออกจากสมาชิกพรรคด้วยลำดับถัดจากนายชวน ลำดับที่ 24 คือนายภิรมย์ พลวิเศษ ที่เสียชีวิตไปตั้งแต่เดือน พ.ค.63 ทำให้ต้องขยับต่อไปที่ลำดับที่ 25 คือนายสุรพร ดนัยตั้งตระกูล โดยทั้งนายชวนและนายสุรพร เป็นสายนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกฯและกลุ่ม 4 กุมาร ทั้งคู่ยังเป็นสมาชิกพรรค พปชร.ไม่ได้ลาออก โดยเฉพาะนายชวนจะได้เป็น ส.ส.ครั้งแรกในชีวิต