ไม่อยากปล่อยผ่านไปกับเนื้อหาสาระที่น่าจะเป็นประโยชน์กับประเทศ ในวงเสวนา “From Strategy to Execution” ภายในงาน “NDC Leadership Talk Series” ครั้งที่ 1 ที่จัดโดย วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) เมื่อไม่กี่วันก่อนมีวิทยากร 3 ท่านที่มาร่วมพูดคุย คือ นายวิรไท สันติประภพ อดีตผู้ว่าการแบงก์ชาติ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา และ นายโจ ฮอร์น พัธโนทัย ผู้เชี่ยวชาญด้านจีนผมขอสรุปเนื้อหาใจความสำคัญที่พูดคุยกันในวันนั้น เป็นการพูดถึงรัฐไทย ระบบราชการไทย เริ่มที่คุณวิรไท ที่ชี้ว่าวันนี้โลกเราอยู่ในภาวะที่คาดเดาอนาคตได้ยากขึ้นเรื่อยๆ หรือที่เรียกว่า VUCA (V-Volatility ความผันผวน ,U-Uncertainty ความไม่แน่นอน ,C-Complexity ความซับซ้อน และ A-Ambiguity ความคลุมเครือ) มีความซับซ้อนและความไม่แน่นอนสูงมากแต่การจัดทำแผนบริหารที่ผ่านมา ยังคงรูปแบบเดิมๆเป็น baseline หรือฉากทัศน์กลาง หรือฉากทัศน์มาตรฐาน คือยึดติดอยู่กับรูปแบบเก่าๆ ทั้งที่ควรจะมี scenario ปรับตัวให้เท่าทันกับฉากทัศน์ต่างๆได้ ทุกแผนหรือยุทธศาสตร์ที่จะทำ ต้องนำไปสู่การเปลี่ยนพฤติกรรมของคน จึงจะได้ outcome ที่ต้องการคุณวิรไทยังมองระบบราชการว่า ทุกวันนี้มีแต่จะใหญ่โตขึ้น จนทำให้เกิดภาระฐานการคลัง ยิ่งระบบราชการใหญ่ขึ้น ยิ่งต้องเพิ่มหน่วยงาน ออกกฎหมายมาสนับสนุนกลายเป็นข้อจำกัดของภาคเอกชน สังคม และการพัฒนานวัตกรรม“รัฐบาลของไทยใหญ่มาก และเป็นรัฐบาลที่รวมศูนย์มากขึ้นในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เช่น ส่วนราชการ เมื่อก่อนมีอธิบดี และมีรองอธิบดี 2-3 ท่าน แต่วันนี้มีอธิบดี อาจมีที่ปรึกษาระดับ 10 อีก 2-3 ท่าน มันเป็นส่วนราชการหัวโต และทุกคนก็ต้องพยายามทำให้ตัวเองมีงาน จึงทำให้มีงานที่ไม่จำเป็นอยู่เยอะถ้าปล่อยให้ระบบราชการโตแบบนี้ไปเรื่อยๆ ภาระการคลังของประเทศ จะมีปัญหาแน่นอนในอนาคต ที่สำคัญจะมีผลข้างเคียง ไม่ว่าจะเป็นการออกกฎหมายที่เกินพอดี หรือมีกฎเกณฑ์กติกาการขออำนาจ ขอใบอนุญาตที่เกินพอดี ทำให้ภาคเศรษฐกิจไม่สามารถเติบโตได้ดีเท่าที่ควร”ขณะที่นายปกรณ์ก็มองตรงกันว่า ภาครัฐของไทยมีขนาดใหญ่มาก และยังคงยึดติดกับวิธีทำงานแบบเดิม โดยเฉพาะในเรื่องกฎหมายทุกวันนี้กฎหมายไทยยังมีลักษณะ control system คือการควบคุมที่ใช้มาตั้งแต่สมัยสงครามโลกยังต้องอนุมัติ อนุญาต กันตะบี้ตะบันขณะที่ต่างประเทศเขาไปเรื่อง D-regulation (ลดการควบคุม) จนมาเป็น Better regulation และ Better Regulation for Better Life คือทำอย่างไรให้คนมีคุณภาพชีวิตที่ดีกันแล้วทุกวันนี้ก็ยังเป็นแบบนั้น จะทำแผนอะไรซักอย่าง ก็ร่างกฎหมายเป็นอันดับแรก เป็นความคิดที่ไม่ถูกต้อง กฎหมายมันจำกัดสิทธิเสรีภาพคน และในทางตรงข้าม มันเป็นการขยายภารกิจของรัฐไปเรื่อยๆถ้าไม่จำเป็นไม่ต้องมี เพราะมันไปจำกัด creativity หรือความคิดสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆพร้อมยกตัวอย่าง มีครั้งหนึ่งตอนที่ยังอยู่ ก.พ.ร. มีเรื่องเสนอเข้า ครม.เกี่ยวกับแผนปฏิรูปประเทศ มีการขอตั้งหน่วยงานใหม่ 50 หน่วย เลยต้องเบรกให้ไปทบทวนด่วน ไม่เช่นนั้นประเทศมีแต่เจ๊งกับเจ๊ง เพราะมีแต่ต้นทุนด้านคุณโจ ฮอร์น พัธโนทัย ร่วมสะท้อนมุมคิดการบริหารของจีนว่า จีนมีรัฐบาลกลางที่เล็กมาก และมีนโยบายห้ามเพิ่มหน่วยงาน-เจ้าหน้าที่ทุกระดับ เพราะแรงจูงใจที่ทำให้รัฐบาลอยากจะใหญ่ ก็คือเรื่องผลประโยชน์ การทำให้ภาครัฐเล็กลง นอกจากความคล่องตัวในการบริหารแล้ว ยังแก้ปัญหาทุจริตด้วยผมไม่รู้ว่าบทบรรยายนี้ จะนำไปผนวกในรายงานแผนยุทธศาสตร์ชาติด้วยหรือไม่ หรือฟังกันแล้ว เข้าหูซ้าย ทะลุหูขวา.เพลิงสุริยะ