พรุ่งนี้แล้วสินะ (16 ม.ค.) ที่พี่น้องประชาชนชาวเขต 1 ชุมพร และเขต 6 สงขลา จะได้ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เป็นการเลือกตั้งเพื่อทดแทนตำแหน่งที่ว่างลงของ นายชุมพล จุลใส “ลูกหมี” และ นายถาวร เสนเนียม 2 แกนนำสำคัญกลุ่มกปปส.ที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้พ้นจากสภาพความเป็น ส.ส. ยังไม่รู้ว่าคนที่ได้เข้าสภามา จะอยู่ได้อีกกี่เดือนแต่ต้องบอกว่าเลือกตั้งซ่อมหนนี้ สู้กันดุเดือดเลือดพล่านอยู่พอสมควรยิ่งเป็นช่วงโค้งสุดท้ายด้วยแล้ว คู่ชิงดำจาก 2 พรรคร่วมรัฐบาล คือ พลังประชารัฐ กับ ประชาธิปัตย์ โดยมีผู้สมัครจาก ก้าวไกล และ พรรคกล้า แทรกเป็นยาดำ งัดทุกกลยุทธ์ขึ้นมาบดบี้ขยี้กันทุกดอกทุกพรรคต่างระดมขนแกนนำ ทีมงานชุดใหญ่ ลงไปช่วยหาเสียงจนเริ่มจะมีเรื่องฟ้องการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งกันแล้วผลจากคำปราศรัยของ “ผู้กองนัส” ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพลังประชารัฐ บนเวทีปราศรัยที่สงขลา นับว่าสร้างแรงกระเพื่อมในวงการเมืองภาคใต้กับวรรคทองที่ว่า “เป็นนักการเมืองต้องมีกะตังค์ ถ้าไม่มีตังค์ ถ้าไม่รวย จะไปช่วยได้ไง” พร้อมทำท่าล้วงเงิน ว่ามีตังค์ช่วย เอาไหมพี่น้องมองแล้ว “ผู้กองนัส” คงไม่ได้พุ่งเจาะจงไปที่ตัวผู้สมัครคู่แข่งจากพรรคต่างๆแต่เป้าหมายน่าจะมองไปถึงยุทธศาสตร์เลือกตั้งใหญ่ที่รออยู่ คือการโค่นประชาธิปัตย์ พรรคเจ้าถิ่นที่ครองการเมืองในภาคใต้มานานเป็นการประกาศให้เห็นความพร้อม ทั้งด้านสถานะตัวผู้สมัครของ พปชร. และยังโชว์ให้เห็นว่าพรรคแกนนำรัฐบาลมีกระสุนดินดำ เต็มคลังเสบียงที่พร้อมจะขนออกมาอัดฉีดผ่านโครงการ “ประชารัฐนิยม”ตีไปที่จุดขายของพรรคเก่าแก่อย่างประชาธิปัตย์ ที่ชูภาพพจน์ “ใสซื่อ มือสะอาด แต่ขาดปัจจัย” มาตลอดตอกย้ำภาพที่ตรงข้ามกันของพรรคแกนนำรัฐบาล ในความใจถึงพึ่งได้ พร้อมจะเปย์ให้ไม่อั้นสำทับด้วยลีลาปราศรัยของ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตรวงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค ที่ยกผลงานรัฐบาลขึ้นมาข่มคู่แข่ง ทั้งโครงการคนละครึ่ง, บัตรสวัสดิการรัฐ, รถไฟรางคู่ลงสู่ภาคใต้ ฯลฯงานนี้เล่นเอาเจ้าถิ่นประชาธิปัตย์นั่งไม่ติด “จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์” หัวหน้าประชาธิปัตย์ ต้องรีบตอบโต้ว่า การยกผลงานภาพรวม ของรัฐบาล ที่ทุกพรรคร่วมทำกันมา มาเป็นผลงานของพรรคใดพรรคหนึ่ง“ถือว่าเป็นการลักวิ่ง ชิง ปล้น กลางแดด”ไม่ว่าผลการโหวตในวันพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร ย่อมชี้ถึงทิศทางการเมืองภาคใต้ในอนาคตกลับมาดูสนามเมืองกรุงกันบ้าง บรรยากาศการหาเสียงเลือกตั้งซ่อม เขต 9 หลักสี่-จตุจักร ร้อนแรงไม่แพ้กันผู้สมัครแต่ละพรรค ฟาดใส่กันไม่ยั้ง มีการเปิดประเด็นเริ่มจะหว่านเงินซื้อเสียงกันแล้วเพื่อเป็นการย้ำเตือนก่อนที่พี่น้องประชาชนจะหลงลืมกันไป 7 เสือ กกต.ชุดนี้ ประกอบด้วย นายอิทธิพร บุญประคอง เป็นประธานฯ มีนายสันทัด ศิริอนันต์ไพบูลย์, นายธวัชชัย เทอดเผ่าไทย, นายฉัตรไชย จันทร์พรายศรี, นายปกรณ์ มหรรณพ, นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ และ นายฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ เป็นกรรมการฯก็หวังว่าทั้ง 7 เสือ จะออกมาแอ็กชันป้องปรามกันบ้าง.เพลิงสุริยะ