ความล้มเหลวในการบริหารประเทศของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ครองอำนาจมากว่า 7 ปี กำลังส่งผลกระทบทางลบต่อประเทศและประชาชนมากขึ้น ไม่เพียงเรื่องที่ กรมปศุสัตว์ ปกปิดความจริงเกี่ยวกับ โรคอหิวาต์แอฟริการะบาดในฟาร์มเลี้ยงหมู ทำให้มีการทำลายหมูจำนวนมาก จนหมูมีราคาแพงลิ่ว ทำให้ประชาชนเดือดร้อนไปทุกหย่อมหญ้า วันอังคาร ครม. พล.อ.ประยุทธ์ มีมติ อนุมัติเงินภาษีกว่า 574 ล้านบาท ชดเชยราคาหมูที่ถูกทำลายไปตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม–15 ตุลาคม 2564 จากโรคระบาดอหิวาต์แอฟริกา โดยมีการ ระบาดมากถึง 56 จังหวัด แสดงว่ารัฐบาลรู้อยู่แล้ว กระทรวงเกษตรฯ ก็รู้อยู่แล้ว กรมปศุสัตว์ก็รู้แล้ว แต่รัฐบาลกลับปกปิดไม่บอกให้ประชาชนรับรู้เลยการปกปิดโรคอหิวาต์ระบาดหมู จนสร้างความเสียหายต่อผู้เลี้ยงและประชาชนผู้บริโภคในวงกว้างครั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีเกษตรฯ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ต้องแสดงความรับผิดชอบนะครับ ถ้ามีความเป็นผู้นำท่ามกลาง ภาวะข้าวยากหมากแพง หมูแพง เป็ดแพง ไก่แพง ไข่ไก่แพง ทำให้ประชาชนเดือดร้อนไปทุกหย่อมหญ้า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยปี 2565 ก็แย่พอกัน ในขณะที่เศรษฐกิจโลกกำลังฟื้นตัว แต่เศรษฐกิจไทยยังไม่ฟื้นไปอีกอย่างน้อย 1 ปีเต็มๆ ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการแบงก์ชาติ ได้วาดภาพเศรษฐกิจไทยปี 2565 ในงาน Meet the Press ว่า เศรษฐกิจไทยปี 2565 มีการฟื้นตัวแบบเปราะบาง ไม่รวดเร็ว และฟื้นตัวไม่เท่าเทียมกันในแต่ละเซคเตอร์ เป็นการฟื้นตัวในลักษณะ K-shape แปลเป็นภาษาชาวบ้านก็คือ เป็นการฟื้นตัวแบบ “รวยกระจุกจนกระจาย” เหมือนเดิมสาเหตุที่ไทยฟื้นตัวช้ากว่าประเทศอื่น เนื่องจาก เศรษฐกิจไทยพึ่งพารายได้จากการท่องเที่ยวค่อนข้างมาก แต่ ภาคการท่องเที่ยวในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้การจ้างงานยังไม่กลับมาผู้ว่าการแบงก์ชาติ คาดว่า เศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวกลับมาเทียบเท่ากับระดับก่อนเกิดโควิด-19 (ถอยหลังไปปี 2562) ในช่วงไตรมาส 1 ปี 2566 (เท่ากับเศรษฐกิจไทยหายไปเลยถึงสองปี) โดยปี 2565 ยังมีความเสี่ยงที่อาจทำให้เศรษฐกิจต้องสะดุดลงอีก ก็คือ การแพร่ระบาดของโอมิครอน ถ้ามาเร็วไปเร็วก็สะดุดไม่มาก ปัจจัยที่จะช่วยฟื้นเศรษฐกิจไทยในปีนี้ก็คือ การท่องเที่ยว ถ้าการระบาดของโอมิครอนดีขึ้นเร็ว ก็คาดว่าช่วงครึ่งปีหลังจำนวนนักท่องเที่ยวจะค่อยๆดีขึ้น ธปท.คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2565 อยู่ที่ประมาณ 5 ล้านคนวันนี้ รัฐบาลกำลังพยายามทำให้การระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์ “โอมิครอน” ให้กลายเป็น “โรคประจำถิ่น” เหมือน ไข้หวัดใหญ่ โดย นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ได้ออกมาเปิดเผยว่า ศบค.ได้เปลี่ยนการนับจำนวนผู้ติดเชื้อใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2565 โดยถือว่า เดือนมกราคม 2565 เป็นการติดเชื้อระลอกที่ 4 (แล้วทิ้งตัวเลขผู้ติดเชื้อผู้เสียชีวิตเดิมไปยังงั้นหรือ) การนับตัวเลขใหม่นี้จะเป็นทิศทางที่กำลังเข้าไปสู่ “โรคประจำถิ่น” (Endemic) คือ มีผู้ติดเชื้อเสียชีวิตพอๆกับไข้หวัดใหญ่ เป็นการแก้ปัญหาที่แสดง “ไม่รับผิดชอบ” เกินไปหรือเปล่าในวันเดียวกัน นางแคเทอรีน สมอลวู้ด เจ้าหน้าที่อาวุโส องค์การอนามัยโลก (WHO) ประจำ ยุโรป ได้ออกมาค้านสเปนว่า “เรายังคง เผชิญกับความไม่แน่นอนอย่างมาก จากการระบาดของไวรัสสายพันธุ์โอมิครอน ขณะที่ไวรัสมีการกลายพันธุ์อย่างรวดเร็ว ทำให้เราไม่สามารถ ประกาศว่า โควิด-19 ได้กลายเป็นโรคประจำถิ่นแล้ว” หลังจากที่ นายกฯสเปน ได้ออกมาประกาศว่า จะเปลี่ยนให้โรคระบาดโควิด-19 เป็นโรคประจำถิ่นเหมือนไข้หวัดใหญ่เศรษฐกิจไทยจะฟื้นหรือฟุบต่อ ก็อยู่ที่การรับมือกับ “โอมิครอน” นี่แหละ ทุกวันนี้จีดีพีไทยก็อยู่อันดับเกือบบ๊วยในอาเซียนอยู่แล้ว ชนะได้ก็แค่พม่า แต่ขออย่าไปแข่งกับพม่าเลยนะครับทั่นนายกฯ คนไทยขอร้อง รับไม่ไหว.“ลม เปลี่ยนทิศ”