สำนวน “เตียนยอ” หมายถึง “หมดสิ้น ราบเรียบ ไม่เหลือหลอ” เด็กรุ่นใหม่กระทั่งรุ่นหลังสงครามอย่างรุ่นผม...ไม่เคยได้ยิน ไม่เคยใช้กาญจนาคพันธุ์ ตั้งข้อสังเกตว่า ที่มาของสำนวนมาจากการเรียนหนังสือสมัยเก่า เมื่อนักเรียนเรียนจบ แม่ ก.กา แล้ว ขึ้นแม่กน ต้องประสมสระ ประสมตัว ครูบาอาจารย์ท่านก็ให้นักเรียนท่องสระประสมตัวกล่าวเฉพาะ ตัว ต. เช่น โตน ตอน ตวน เตียน เตือน ครูก็ให้ท่อง “โตนโอ ตอนออ ตวนวอ เตียนยอ...”โตนโอ หมายความว่า โตน ใช้สระโอ ตอนออ หมายความว่า ตอน ใช้ตัว อ. ตวนวอ หมายความว่า ตวน ใช้ตัว ว. เตียนยอ หมายความว่า เตียน คือคำว่าเตียน ต้องใช้ตัว ย.ทั้งนี้ ครูต้องการให้นักเรียนจำให้แม่นยำ จะได้เขียนอ่านได้ถูกต้องเฉพาะคำว่าเตียน เป็นคำที่ใช้พูดกันมาก แปลว่า หมดเกลี้ยงเรียบ ฯลฯ จึงเอาคำท่องหนังสือ “เตียนยอ” มาใช้พูดเป็นสำนวนสมัยนั้นถ้าใครพูดว่า หมดเหี้ยนเตียนยอ ก็หมายความว่า ไม่มีอะไรเหลือเลยหลักฐานสำนวนเตียนยอ คนโบราณรุ่นเก่าใช้ พระราชนิพนธ์ ร.2 เรื่องพระราชวังสัน มีคำกลอนที่เคยอ่าน“รีบลุกขึ้นปลุกเมียขวัญ ดูเถิดคนวิ่งกันอลหม่าน มัวตะบอยอยู่ใยไม่ต้องการ ฟืนไฟจะผลาญเราเตียนยอ”คำกลอนนี้ชี้ว่า เตียนยอ ใช้กันมาตั้งแต่สมัย ร.2 และก็คงใช้กันเรื่อยมาจนถึงสมัยพ่อแม่ผมที่เรียน ก.ขอ ก.การุ่นผม ปี 2496 เรียน ป.เตรียมหนึ่งปี ก่อนขึ้น ป.1 ใช้แบบเรียนเร็วใหม่ ที่นายฉันท์ ขำวิไล กับหลวงดรุณกิจวิทูร แต่งครับ บทเรียนที่ครูให้ท่อง โตนโอ เตียนยอ ไม่มีแล้วผมเป็นนักข่าว งานทำข่าว งานเขียนคอลัมน์ เก็บและเกี่ยวเอาจากเรื่องราวที่เกิดขึ้นในบ้านเมือง นับแต่โควิด-19 สายพันธุ์แรก ระบาดจากเมืองจีน จนต่อมากลายเป็นสายพันธุ์ใหม่และใหม่จนผมไม่อยากจำ ต่อไปจะมีสายพันธุ์อะไรอีกที่อินเดีย ข่าวล่า ป่วยกันวันละเป็นแสน มีคนหวังว่า ป่วยกันมากๆ โรคระบาดจะกลายเป็นโรคธรรมดา เหมือนไข้หวัดใหญ่ ที่ติดแล้วป่วยจนชินกันไปเองหมอใหญ่เมืองไทย ก็ใช้แนวคิดเดียวกัน เชื้อโอมิครอนเป็นกันมาก จะสร้างภูมิคุ้มกันให้คนไทยสู้กับเจ้าโควิดได้ยิ่งกว่าฉีดวัคซีนแนวคิดทำนองนี้ มีผลทางจิตวิทยาด้านบวก...ช่วยไม่ให้คนตื่นกลัวเกินไปรัฐบาลท่านจะได้ปรับแผน จะตั้งหลักปะทะ ปิดเมืองลดแรงแพร่กระจาย หรือจะโอนอ่อนผ่อนปรน...เปิดเมืองให้ผู้คนทำมาค้าขายกันต่อไปเรื่อยๆข่าวล่า แค่เขตเมืองสีฟ้า อย่างพัทยา...หลวงท่านยอมให้ดื่มได้ ไม่เกินสามทุ่ม ผลก็คือ แสงไฟที่สว่างไสวเจิดจ้าจากธุรกิจบันเทิง...หรี่ลงทันทีทันใด เหงากันไปทันทีทั้งเมืองสู้กับโควิดมากว่าสองปี...มีเรื่องแบบ“ชีวิตๆ” ให้นักข่าวจับมาเขียนได้มาก จนเลือกไม่ไหว ทุกอาชีพ พ่อค้าแม่ขาย นักร้อง ดารา ลิเก ละคร ไปถึงโนรา ไม่ว่าอาชีพไหนๆ ฯลฯ อดอยากปากแห้ง เหมือนกันไปหมดถ้าเรื่องแบบนี้ มีขึ้นในสมัยโบราณ นักข่าวอย่างผมก็คงใช้สำนวน “เตียนยอ” ไปแล้วหลายครั้งสถานการณ์ “เตียนยอ” ในบ้านเมืองเรา ถึงขนาดที่รัฐบาลจะต้องชั่งใจ หากแน่ใจว่า คนกลัวอดมากกว่ากลัวตาย ท่านผู้นำก็รีบตัดสินใจ ผ่อนปรนให้ทำมาหากินกันได้ทั่วหน้าทุกสาขาอาชีพโรคที่ต้องกลัวยิ่งกว่าตาย คือโรค “อด”บ้านเมืองที่มีคนอดมากๆ หันไปทางไหนเจอแต่คนไม่มีจะกิน ศรัทธาที่มีต่อผู้นำก็น้อยลงๆ ได้เวลาเลือกตั้งชาวบ้านเขาก็ไม่เลือก นี่จึงเป็นวิกฤติตัวจริงที่รัฐบาลจะต้องกลัว.กิเลน ประลองเชิง