“แพงทั้งแผ่นดิน” เริ่มกลับมาติดปาก ติดหู คนไทยอีกครั้งหลังเกิดปรากฏการณ์ “หมูลวกปาก”ที่หน่วยงานภาครัฐอย่าง กรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรฯ ทำเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ กับการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร หรือ ASF ที่คาดว่าประเทศไทยเจอมาตั้งแต่ปี 2562เอาแต่ยืนกรานหัวชนฝาไม่พบการระบาดของโรค ASF แต่เป็นโรคเพิร์ส (PRRS)นอกจากจะพูดความจริงไม่หมดแล้ว ยังมีการปกปิดข้อมูลสำคัญบางส่วนด้วยจนนำไปสู่วิกฤติราคาหมูขยับขึ้นสูงเป็นประวัติการณ์ แล้วยังลามไปถึงสินค้าอุปโภคบริโภคอื่นด้วยอาทิ เนื้อไก่สดราคาหน้าฟาร์มปรับขึ้นเฉลี่ยที่ กก.ละ 38-40 บาท จากราคาเดิม 33-35 บาทไข่ไก่ราคาคละหน้าฟาร์ม ปรับขึ้นฟองละ 20 สตางค์ จากฟองละ 2.80 บาท เป็น 3.00 บาท หรือคิดเป็นราคาปรับขึ้น 6 บาทต่อแผงแต่สุดท้ายก็ทนแรงกดดันไม่ไหว น.สพ.สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ ต้องขนทีมงานชุดใหญ่ ตั้งโต๊ะแถลงว่า มีการตรวจพบ ASF ในสุกรจากโรงฆ่าในพื้นที่ จ.นครปฐมจากข้อมูลที่ได้มา ตรงข้ามกับคำยืนยันของกรมปศุสัตว์ ชี้ว่าประเทศไทยสุ่มเสี่ยงที่จะเจอการระบาดของโรค ASF มาตั้งแต่ปี 2562 แล้วโดยมติ ครม.ครั้งแรก เมื่อวันที่ 9 เม.ย.2562 มีการอนุมัติแผนเตรียมความพร้อมรับมือโรค ASF แถมยังยกให้เป็นวาระแห่งชาติ ตั้งงบประมาณในการเฝ้าระวังโรค ตามที่กระทรวงเกษตรฯเสนอ 53,604,900 บาทมีการลงรายละเอียดถึงคำสั่งการให้ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อควบคุมตรวจสอบการปนเปื้อนเชื้อไวรัส ทั้งตัวบุคคลและยานพาหนะที่เข้ามาในประเทศไทยการลักลอบการนำเข้าผลิตภัณฑ์สุกรตามแนวชายแดน ตลอดจนมีมาตรการยกระดับการจัดการฟาร์มเลี้ยงสุกรในการป้องกันโรค โดยเฉพาะเกษตรกรรายย่อยที่มีการเลี้ยงแบบเปิด ที่ถือเป็นกลุ่มเสี่ยงตามด้วยมติ ครม.ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 24 มี.ค.2563 อนุมัติงบกลาง 523,244,500 บาท เป็นค่าใช้จ่ายในการป้องกันโรค ASF อาทิ ค่าชดใช้ราคาสุกรที่ถูกทำลาย ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการเฝ้าระวังโรค ตรวจวินิจฉัย และทำลายเชื้อโรค/ซากสัตว์ ค่าจัดซื้อครุภัณฑ์ ฯลฯมติ ครม.ครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 2 ก.พ.2564 อนุมัติงบกลาง 279,782,374 บาท เป็นค่าใช้จ่ายในการป้องกันโรค ASF ในการเตรียมความพร้อมให้กับเกษตรกร รับมือกับโรคระบาดสัตว์ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะเกษตรกรรายย่อยที่เลี้ยงแบบเปิด ที่เป็นกลุ่มเสี่ยงสูงในการติดเชื้อ และอาจเป็นพาหะแพร่กระจายเชื้อโรคไปในวงกว้างได้และ มติ ครม.ครั้งที่ 4 เมื่อวันที่ 6 ก.ค.2564 อนุมัติงบกลาง 140,277,426 บาท เพื่อป้องกันโรค ASF และโรคระบาดร้ายแรงในสุกรหรือหมูป่ารวมใช้งบฯไปกว่าพันล้านบาท เพื่อการป้องกันโรค ASFอธิบดีปศุสัตว์คนนี้ น่าจะอยู่ในสายแข็งพอควร ก็ขนาด นายกฯประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังไม่กล้าลงดาบทั้งที่ภาคีคณบดีคณะสัตวแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย ย้ำชัดว่ามีการส่งหนังสือไปถึงอธิบดีกรมปศุสัตว์ แจ้งเรื่องการระบาดของโรค ASF มาก่อนหน้านานแล้วหรือเพราะอิทธิพลจากกลุ่มทุนใหญ่ มันค้ำยันอยู่ก็ได้แต่รอชมฝีมือของฝ่ายค้าน โดยเฉพาะเพื่อไทยที่ทำท่าขึงขัง เตรียมหยิบยกขึ้นมาอภิปรายใส่รัฐบาลหวังว่าจะไม่เป็นมวยล้ม ถูกกลุ่มทุนใหญ่กลืนกินไปอีก.เพลิงสุริยะ