“เด็กจำนวนไม่น้อยในยุคนี้ มีความรู้ และมีความคิด ที่จะนำไปสู่การพัฒนาชาติบ้านเมืองให้เจริญก้าวหน้าและทำให้ทุกคนในสังคมมีสวัสดิภาพและความปลอดภัยในชีวิตเด็กจำนวนไม่น้อยในยุคนี้ มีความรอบคอบ ไตร่ตรอง ก่อนตัดสินใจจะทำสิ่งใดๆไม่ว่าจะซื้อของ ใช้บริการ วางแผนการเรียนการสอบ หรือแผนการใช้ชีวิตอื่นๆ”และ...ก็ยังเห็นเด็กจำนวนไม่น้อยในยุคนี้ ที่แม้จะดูมีความเป็นตัวของตัวเอง มั่นใจในตัวเอง แสดงความภูมิใจยามที่ตัวเองทำสิ่งต่างๆ ได้ดีมีความสำเร็จ แต่ก็ยังมีการแสดงออกซึ่งความรับผิดชอบ เวลาที่เกิดปัญหาหรือผลกระทบที่ไม่พึงประสงค์อันเกิดจากการตัดสินใจกระทำไปของตัวเค้า ในช่วงเวลาวิกฤติของ “โควิด-19” เช่นที่เป็นอยู่มาหลายปีจนถึงปัจจุบัน กลับเป็นเด็กที่ดูจะกลายเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนัก ทั้งเรื่องการใช้ชีวิตประจำวัน การเรียน การเล่นรวมถึงการที่อาจยังไม่ได้รับการปกป้องดูแลจากผู้ใหญ่ ในเรื่อง “สวัสดิภาพ” และ “ความปลอดภัย” ในชีวิตจากโรคระบาดได้อย่างรวดเร็ว ทันเวลา หรือครอบคลุมเพียงพอนักดังจะเห็นได้จากการระบาดที่หนักหน่วงทั้งระลอกสองจากสายพันธุ์ G มาถึงระลอกสามจากสายพันธุ์อัลฟาและเดลตา จนกระทั่งล่าสุดระลอกสี่จากสายพันธุ์...“โอมิครอน”โดยยังเข้าถึงวัคซีนป้องกันได้จำกัด ท่ามกลางความแปรปรวนของแนวทางการเรียนและความแตกต่างเหลื่อมล้ำของสภาพแวดล้อมในการเรียนของแต่ละที่ ไม่ว่าจะใน...“เมือง” หรือใน...“ชนบท” ปรากฏการณ์ต่างๆที่ผ่านมา เชื่อว่าเด็กๆคงได้เรียนรู้ ได้คิดไตร่ตรอง ได้มีโอกาสวิเคราะห์เปรียบเทียบอย่างรอบคอบ และสามารถนำไปตั้งเป็นเป้าหมายในชีวิตของตนเอง เวลาเติบโตขึ้นไปทำมาหาเลี้ยงชีพในแวดวงต่างๆในสังคม เพื่อที่จะแสดงความสามารถตามศักยภาพของตนอย่างเต็มที่และ...พร้อมแสดงรับผิดชอบโดยไม่ลังเลใจหรือเคอะเขิน อันประกอบด้วยการพร้อมรับทั้งความชอบ...ไม่เกรงกลัวที่จะยอมรับความผิดพลาดอย่างกล้าหาญหากเกิดปัญหาใดๆ อันเกี่ยวเนื่องกับบทบาทหน้าที่ของตนเองในอนาคต วิกฤติความสูญเสียหนักหนาสาหัสจะเกิดขึ้นได้ยาก หากเด็กๆเหล่านั้นจะกลายเป็นผู้ที่มีส่วนในการพัฒนาประเทศให้มี “วงการเมืองที่สุจริต วงนโยบายที่ซื่อสัตย์ และวงวิชาการที่มีจริยธรรม” จากคุณสมบัติของการที่รู้จักคิด ไตร่ตรองอย่างรอบคอบ มีความรับผิดชอบทั้งต่อตนเองและสังคม“เพียงแต่ตอนนี้ คุณพ่อคุณแม่ ผู้ปกครอง คงต้องช่วยกันดูแลให้เค้าปลอดภัย ผ่านพ้นช่วงเวลายากลำบากนี้ไปได้ด้วยกัน...ใส่หน้ากาก อยู่ห่างๆ เลี่ยงที่แออัดหรือระบายอากาศไม่ดี และพิจารณาร่วมกับเด็กๆ เพื่อไปรับวัคซีนกัน ขอให้เด็กๆทุกคนมีความสุข และสุขภาพแข็งแรง...” ทั้งหมดข้างต้นนี้ รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว “Thira Woratanarat (ป๊ามี้คีน)” เนื่องใน “วันเด็ก” ที่ผ่านมาข้อมูล ณ วันที่ 9 มกราคม 2565 ทั่วโลกติดเชื้อไวรัสร้าย “โควิด–19” ทะลุ 305 ล้านไปแล้วอัปเดต “โอมิครอน”...ระลอกล่าสุดนี้เป็นขาขึ้นทุกทวีป ยกเว้นทวีปแอฟริกาซึ่งตอนนี้ซาลงไปแล้ว...โซนโอเชียเนีย “ออสเตรเลีย” โซนเอเชีย “อินเดีย” โซนอเมริกาใต้ “อาร์เจนตินา” โซนอเมริกาเหนือ “สหรัฐอเมริกา” และโซนยุโรป “ฝรั่งเศส อิตาลี สหราชอาณาจักร”...ล้วนติดเชื้อเกินแสนคนต่อวันสำหรับในกลุ่มอาเซียน 3 ประเทศที่ “ติดเชื้อใหม่” จำนวนมากเกินหมื่นคนต่อวัน คือ ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และไทย (หากไทยรวมยอด ATK ด้วย)สถิติที่น่าสนใจของ “ประเทศไทย” Wilasang C และทีมงาน ได้ทำการประเมินจำนวนการเสียชีวิตของคนไทยที่เกิดขึ้นในช่วงเมษายนถึงตุลาคม 2021 ที่ผ่านมา พบว่ามีการเสียชีวิตที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยพื้นฐานถึง 14.3% (ช่วงความเชื่อมั่น 8.6-18.8%)ทั้งนี้การเสียชีวิตที่สูงเกินกว่าปกตินั้นมาจากสาเหตุหลักคือ COVID-19 ถึง 75% เรื่องนี้ตอกย้ำให้เราเห็นถึงความสำคัญในการ “ป้องกัน” และ “ควบคุม” โรคระบาด นอกจากเรื่องของการติดเชื้อ ป่วย และเสียชีวิตแล้ว หากระบาดหนักย่อมส่งผลกระทบต่อทั้งเรื่องเศรษฐกิจ การดำรงชีวิตประจำวัน และปัญหาทางสังคมอื่นๆตามมามากมาย“สถานการณ์ไทยขณะนี้ ระลอกสี่จากสายพันธุ์โอมิครอนกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น ดังที่เห็นจากตัวเลขการติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง...” รศ.นพ.ธีระ ว่า “การใส่หน้ากากเป็นเรื่องจำเป็นต้องทำ อยู่ห่างจากคนอื่นๆ พบคนน้อยลง ใช้เวลาในการพบปะติดต่อหรือบริการให้สั้นลงที่สุดเท่าที่จะทำได้”หากมีอาการไม่สบาย ไข้ ปวดหัว ปวดเมื่อยตามตัว ไอ เจ็บคอ คัดจมูก น้ำมูกไหล จาม ขอให้คิดถึงโควิดไว้ด้วยเสมอ และหาทางไปตรวจโดยเร็วสำหรับการตรวจ ATK หากได้ผลบวกโอกาสติดมีสูงในยามที่ระบาดหนักเช่นนี้ แต่หากได้ผลลบ ถ้ามีประวัติเสี่ยงหรือมีอาการ อย่าวางใจ อย่าประมาท เพราะอาจเจอผลลบปลอมได้ ขอให้ตรวจซ้ำบ่อยๆ ในวันถัดไป หรือไปตรวจ RT-PCR ได้ก็จะดีกว่า...“สวัสดีเช้าวันอาทิตย์ ขอให้ปลอดภัยปลอดโรคกันทุกคนครับ...” รศ.นพ.ธีระ ยังเล่าถึงแนวคิดที่มีโอกาสได้คุยกับภรรยาอีกว่า “อุปมาอุปไมยเหมือนมีไข้เลือดออกระบาด” นั่นก็คือ...การเปิดประตูบ้าน ยุงย่อมบินเข้าออกอย่างอิสระเป็นว่าเล่น โอกาสที่คนในบ้านป่วยจากการที่ยุงนำพาเชื้อเข้ามาในบ้านย่อมมีสูง“การตัดสินใจเชิงนโยบายของผู้ดูแลบ้านย่อมสำคัญยิ่งนักสำหรับสวัสดิภาพและความปลอดภัยในชีวิตของทุกคนในครัวเรือน หากยังคงเปิดอยู่...ไม่ว่าจะปิดหน้าต่างบางบาน แต่เปิดประตู หรือปิดประตูเหลือแง้มๆแต่เปิดหน้าต่าง ความเสี่ยงย่อมมีอย่างต่อเนื่อง”“มาตรการการรณรงค์” ให้คนในครัวเรือนหมั่นใส่เสื้อผ้ามิดชิด ใช้ยากันยุงทาหรือจุด ใช้ทรายอะเบทใส่บริเวณที่อาจเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงในบ้านและรอบบ้าน หรือแจกมุ้งเพื่อกางป้องกันยุงนั้น แม้จะได้ผล แต่ผลย่อมแปรปรวนมาก ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของแต่ละคนจะทำหรือไม่ทำ ทำไหวหรือไม่ไหว สม่ำเสมอหรือไม่สม่ำเสมอ ยิ่งไปกว่านั้นหากเสื้อผ้ามิดชิดมีน้อย ยากันยุงมีจำกัด ทรายอะเบทมีปัญหาด้านปริมาณและคุณภาพ มุ้งราคาแพง ความเพียงพอหรือความทั่วถึงย่อมเป็นเรื่องท้าทาย และยากที่ทุกคนทุกครัวเรือนจะป้องกันได้...พอสถานการณ์เป็นดังที่กล่าวมาข้างต้น จึงมี 2 เรื่องที่ทำได้หนึ่ง...ระบบการตรวจคัดกรองโรคเวลาคนในบ้านไม่สบายจึงมีความสำคัญยิ่งนัก จำเป็นจะต้องมีจุดบริการอย่างเพียงพอ ปริมาณมากเพียงพอ เข้าถึงได้ทันเวลา จึงจะช่วยชีวิตคนได้ และบรรเทาการระบาดได้ สอง...กระตุ้นเตือนให้คนในบ้านหมั่นสังเกตอาการ หากไม่สบาย มีอาการผิดปกติ ต้องรีบไปตรวจรักษา“การใช้ชีวิตอยู่กับโควิด-19 นั้นคงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในอนาคต แต่จำเป็นต้องใช้ศาสตร์และศิลป์ในการปกป้องพลเมือง ลดโอกาสสูญเสียชีวิต ประเมินตนเองให้ดีพอว่าพร้อมแค่ไหน และดำเนินการให้เหมาะสมกับความพร้อมนั้น”.