เป็นภาพที่เพิ่งเคยเห็น ภาพข่าวหนึ่ง นสพ.ไทยรัฐ ฉบับวันเสาร์ “วัดจุฬามณี” ประกาศปิดวัด 15 วัน เนื่องจากมีประชาชนวันละเป็นหมื่นคน ไปสักการะ “ท้าวเวสสุวรรณ” ช่วงวันหยุดจะมีมากกว่าหมื่นคน ส่งผลให้การจราจรบริเวณรอบวัดติดขัดจนถูกชาวบ้านร้องเรียน คณะกรรมการวัดจึงมีมติให้ปิดวัด 15 วัน ตั้งแต่วันที่ 12-27 มกราคม พร้อมกับตัดสินใจซื้อที่ดินข้างวัด 23 ไร่ มูลค่า 130 ล้านบาท สร้างที่จอดรถกว่า 600 คัน เพื่อแก้ปัญหาการจราจร จึงแจ้งมาให้ญาติโยมทราบโดยทั่วกันดูภาพข่าวหน้าหนึ่งไทยรัฐแล้วก็ต้องบอกว่า ผู้คนไปกันแออัดมากมายจริงๆ สะท้อนถึงความทุกข์ยากของประชาชนที่หมดที่พึ่งต้องไปขอพรพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์แทนนอกจาก “วัดจุฬามณี” แล้ว ยังมีวัดอีกแห่งหนึ่งที่มีประชาชนไปกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์กันแน่นขนัดเช่นเดียวกัน คือ วัดเถรพลาย อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี ในวัดมีทั้ง หลวงพ่อดำ หลวงพ่อสีชมพู มัดหวายศักดิ์สิทธิ์ โดยเฉพาะ ท้าวเวสสุวรรณ 2 องค์ ที่ประดิษฐานอยู่หน้าเจดีย์เก่าสมัยกรุงศรีอยุธยา โดย ท้าวเวสสุวรรณองค์ซ้าย ถือกระบองเหมือนท้าวเวสสุวรรณที่อื่นๆ แต่ ท้าวเวสสุวรรณองค์ขวา แปลกไม่เหมือนใครในโลก เพราะในมือถือ “กระดานชนวน” เรียกว่า “ปางสางบัญชี” ชาวบ้านเรียกกันว่า “ท้าวปลดหนี้” ชาวบ้านเชื่อกันว่า เมื่อมากราบไหว้ “ท้าวปลดหนี้” แล้ว จะช่วยปลดเปลื้องภาระหนี้สินและสิ่งไม่ดีให้หมดไป หน้าที่การงานก็จะเจริญก้าวหน้าอีกด้วยช่วงโควิดระบาดนี้ ประชาชนเป็นหนี้กันมากมาย ตกงานกันมากมาย จึงพากันไปกราบไหว้ “ท้าวปลดหนี้” แทนการพึ่งพารัฐบาลซึ่งทำให้เป็นหนี้กันมหาศาลกลับมาที่ “วัดจุฬามณี” กันต่อครับ ตามข่าวบอกว่าเป็นวัดโบราณ ตั้งอยู่ ริมฝั่งคลองอัมพวา อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม ต่อเนื่องกับ คลองผีหลอก สร้างขึ้นตั้งแต่ สมัยกรุงศรีอยุธยา สมัยรัชกาล พระเจ้าปราสาททอง ชาวบ้านศรัทธาไปสักการะ สังขารที่ไม่เน่าเปื่อย ของอดีตเจ้าอาวาส “หลวงพ่อเนื่อง โกวิท” ชมความสวยงามของ โบสถ์จัตุรมุขหินอ่อน และ สักการะ ท้าวเวสสุวรรณ ตามความเชื่อของพุทธศาสนาว่ามี 4 ภาค เพื่อเสริมกำลังใจสู้อุปสรรคและเช่าวัตถุมงคลนสพ.บางกอกทูเดย์ รายงานว่า วัดจุฬามณี เดิมเรียกว่า วัดเจ้าแม่ทิพย์ สร้างมาตั้งแต่สมัย พระเจ้าปราสาททอง สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นระหว่างปี พ.ศ.2172-2190 นับถึงปีนี้ก็มีอายุ 393-375 ปีแล้ว ตามประวัติเล่าว่า ท่านท้าวแก้วผลึก (น้อย) ธิดาคนหนึ่งของ ท่านพลาย ซึ่งเป็นนายตลาดท่าช้าง มีหน้าที่เก็บภาษีอากรขนอนตลาด ต้นวงศ์ราชนิกูล “ณ บางช้าง” เป็นผู้สร้างท้าวเวสสุวรรณ เป็นเทพเจ้าแห่งอสูรยักษ์และภูตผีปีศาจ เป็นหนึ่งในท้าวจตุโลกบาลที่มีหน้าที่คุ้มครองดูแลโลกมนุษย์ทางทิศเหนือ สารานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานก็ระบุว่า เป็นเทพแห่งยักษ์ ผู้เป็นเจ้าแห่งขุมทรัพย์ มียักษ์และคุยหกะเป็นบริวาร ตามตำนานก็เล่ากันว่า มีอดีตชาติเป็น พราหมณ์ใจบุญ ชอบบริจาคเงินทองให้ผู้ยากไร้ พระพรหม และ พระอิศวร จึงให้พรเป็นอมตะ เป็นเจ้าของทรัพย์สมบัติทั่วปฐพี เป็นเทพแห่งความร่ำรวย ผู้คนจึงนิยมกราบไหว้บูชา นอกจากนี้ ท้าวเวสสุวรรณ ยังมีหน้าที่ รักษาความเรียบร้อยยุติธรรมในสวรรค์ มือขวาจึงถือตะบอง ถูกนำมาเป็น “สัญลักษณ์ของอัยการ” ตั้งแต่แรกที่ตั้ง “กรมอัยการ” เมื่อกว่า 100 ปีที่แล้วการที่ประชาชนแห่ไปกราบไหว้ “ขอปลดหนี้” จาก ท้าวเวสสุวรรณ วันละเป็นหมื่นคน สะท้อนถึงความทุกข์ของประชาชนที่เป็นหนี้ สิ้นหวังต่อรัฐบาล ไม่รู้จะปลดหนี้ได้อย่างไร จึงต้องไปพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ไม่รู้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี อ่านข่าวนี้แล้วจะรู้สึกอย่างไร หรือคิดว่าประชาชนงมงาย?7 ปีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นำพี่น้อง 3 ป.ขึ้นครองอำนาจ หนี้ครัวเรือนเพิ่มจาก 49.1% เป็น 89.3% ของจีดีพี ประชาชนมีหนี้ 14.27 ล้านล้านบาท ไปกราบไหว้ ท้าวเวสสุวรรณ เพื่อ ขอให้ช่วยปลดหนี้แล้ว คงต้อง ขอให้ช่วยปลดคนสร้างหนี้ด้วย.“ลม เปลี่ยนทิศ”