“แอสตราฯสามเข็ม” ต่อ “โอมิครอน” ดีจริงหรือ? ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หรือ “หมอดื้อ” ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สะท้อนบทวิเคราะห์ของ ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา นักไวรัสวิทยา สวทช. ไว้น่าสนใจข่าวที่มีการนำเสนอออกมาบอกว่า ผลวิจัยชี้ว่าภูมิคุ้มกันที่เกิดจากการฉีด AZ×3 คือ ใช้ AZ เป็นเข็ม 3 สามารถสร้างภูมิคุ้มกันมากเพียงพอในการป้องกันการติดเชื้อโอมิครอน ลองมาพิจารณาดูข้อมูลวิจัยที่ทางออกซ์ฟอร์ด (Oxford) เผยแพร่ออกมานะครับ โดยข้อมูลเปรียบเทียบระดับภูมิคุ้มกันชนิดแอนติบอดียับยั้งไวรัส หรือ NAb ในซีรัมที่ได้จากการฉีด AZ เข็มที่ 3 ไป 28 วัน (V3+28) โดยการทดลองนี้ใช้ไวรัสตัวจริง รวมถึงไวรัสโอมิครอนด้วยระดับ NAb ที่ยับยั้งไวรัสได้ ของ AZ×3 จะสูงกว่าระดับที่พบใน AZ×2 ครับ โดยจะสูงขึ้นประมาณ 1.9–2.7 เท่า ขึ้นอยู่กับไวรัสที่ใช้ทดสอบแต่สิ่งที่อยากเน้นคือระดับของ NAb ครับ AZ×3 มี NAb ต่อ สายพันธุ์ดั้งเดิมจีนได้ถึง 726 ต่อเดลตาได้ 206 และต่อโอมิครอนได้ 57 ...โดยภูมิสูงกว่าตอนได้ AZ×2 เพิ่มจาก 21 เป็น 57“ตัวเลข 57 ตรงนี้ถูกนำมาเปรียบกับระดับที่ AZ×2 มีต่อเดลตาที่ 75 ซึ่งมองว่าใกล้เคียงกัน แสดงว่า AZ×3 น่าจะป้องกันโอมิครอนได้ใกล้เคียงกับ AZ×2 ป้องกันเดลตา...ซึ่งเป็นไวรัสคนละตัว”ประเด็นที่ไม่มีใครพูดถึงคือ “ตกลง 57 เพียงพอจริงๆหรือไม่?” การ ใช้ตัวเลขอนุมานข้ามไปที่เดลตาจะใช้ได้แบบนั้นหรือไม่?...ข้อมูลชุดที่ 2 มาจากลุ่มที่ได้รับ PZ×3 ซึ่งตัวเลขสามารถป้องกันสายพันธุ์ดั้งเดิมและเดลตาที่ระดับสูงมากคือ 9219 และ 2337 และที่สำคัญ PZ×3 มีแอนติบอดี NAb ต่อโอมิครอนสูงถึง 649ซึ่งมากกว่าตัวเลขของ AZ×3 มากกว่า 10 เท่า ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนาเนื่องจากเรามีตัวเลขประสิทธิภาพของวัคซีน PZ×3 ออกมาแล้ว ที่ 1-4 สัปดาห์หลังฉีดอยู่ที่ประมาณ 55-70% ขึ้นอยู่กับจะใช้ตัวเลขของ UK หรือเดนมาร์ก และมีแนวโน้มตกลงมาที่ 45% ที่ 3 เดือน ค่าตัวเลขที่น้อยกว่า PZ×3 กว่า 10 เท่า...ทำให้ผมมีความกังวลกับ AZ×3 พอสมควรครับ“เนื่องจากข้อมูลที่ AZ แถลงมามีเท่านี้ ผมก็สามารถวิเคราะห์ได้เท่านี้ครับ ไม่ได้มีเจตนาด้อยค่าวัคซีนใดๆ แต่อยากให้วัคซีนที่เรามี นำมาใช้ประโยชน์ที่สูงสุดครับ”ย้อนไปวันที่ 24 ธ.ค.64 ประเด็นความรู้ “Sinovac 3 เข็ม กับโอมิครอน” ดร.อนันต์ บอกว่า ช่วง 2-3 วันที่ผ่านมามีข่าวแชร์กันเกี่ยวกับระดับภูมิคุ้มกันของผู้ได้รับ Sinovac เข็มกระตุ้นเป็นเข็มที่ 3 (SV×3) จะสามารถยับยั้งไวรัสโอมิครอนได้สูงเทียบเท่ากับ PZ×3สืบตามข่าวไปเหมือนต้นเรื่องจะมาจากทีม Sinovac ที่ให้สัมภาษณ์เบื้องต้นหลังจากได้นำไวรัสโอมิครอนที่แยกได้จากฮ่องกงไปทดสอบกับตัวอย่างซีรัมจำนวนนึง ซึ่งผลการทดลองยังไม่ได้ออกมายืนยันให้เห็นตัวเลข แต่คนอ่านข่าวสรุปและกระจายข่าวกันเรียบร้อยแล้วทีมวิจัยที่ฮ่องกง เจ้าของไวรัสโอมิครอนต้นเรื่องเลยทำการทดลองเปรียบเทียบให้เห็นกันชัดๆครับว่า ระดับภูมิคุ้มกันของ SV×3 กับ PZ×3 ต่อไวรัสโอมิครอน แตกต่างกันหรือไม่อย่างไรนอกจากนี้ยังมีข้อมูลแถมเกี่ยวกับ สูตร SV-SV-PZ ที่ทางทีมวิจัยได้ทดสอบเช่นกัน โดยวิธีที่ใช้คือ...การหาปริมาณแอนติบอดีที่ยับยั้งโอมิครอนเข้าสู่เซลล์ได้ โดยทีมวิจัยกำหนดว่าค่าแอนติบอดีที่ประมาณ 25 คือ ระดับที่มากเพียงพอในการยับยั้งการติดเชื้อโอมิครอนกราฟข้อมูลแสดงให้เห็นว่า ทั้ง PZ และ SV ที่ได้รับมาเพียง 2 โดส มีระดับแอนติบอดีไม่เพียงพอ โดยกลุ่ม PZ×2 อาจมีจำนวน 1-2 คนที่เกินมา...แต่เกินมาไม่มาก กลุ่ม PZ×3 คือกลุ่มที่มีระดับแอนติบอดีดีดสูงที่สุด ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 160 ซึ่งทุกคนในกลุ่มที่ทดสอบสูงกว่า 25 แต่กลุ่ม SV×3 ไม่มีใครได้ภูมิสูงกว่าเลยจากข้อมูลนี้ SV×3 ไม่มีระดับแอนติบอดีมากพอจะป้องกันการติดเชื้อโอมิครอนได้ครับ ซึ่งย้อนแย้งกับข้อมูลที่มีการแชร์ออกมาว่า เทียบเท่ากับ PZ×3อีกข้อมูลที่น่าสนใจคือ “SV-SV-PZ” มีค่าเฉลี่ยของแอนติบอดีที่ประมาณ 50 ซึ่งสูงกว่าระดับที่ต้องการในการยับยั้งไวรัสโอมิครอน และ มีเพียงคนเดียวในกลุ่มนี้ที่ได้น้อยกว่าเกณฑ์ ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลเบื้องต้นที่ทางทีม BIOTEC สวทช. ทดสอบโดยใช้ระบบไวรัสตัวแทน กับตัวอย่างในประเทศไทยผลเบื้องต้นที่ได้มาพบว่า สูตร SV-SV-AZ ที่เก็บตัวอย่าง 2 สัปดาห์มีแอนติเพียงพอต่อการยับยั้งโอมิครอนได้ ส่วน สูตร SV-SV-AZ มีค่าเฉลี่ยที่ต่ำกว่า มีจำนวนตัวอย่างที่ระดับแอนติบอดีสูงพอต่อโอมิครอนน้อยกว่า SV-SV-PZ ส่วนสูตร 2 เข็ม SV-AZ และ SV-SV ไม่มีแอนติบอดีมากพอต่อโอมิครอนครับ เนื่องจากผลการทดลองมีความสำคัญ ทีมวิจัยจำเป็นต้องทำซ้ำเพื่อยืนยันผลการทดลองขั้นต้นที่ได้ จึงไม่สามารถเผยแพร่ให้ข้อมูลที่เป็นตัวเลข หรือกราฟแสดงผลได้ในตอนนี้ เนื่องจากอาจมีตัวเลขที่ไม่นิ่งและอาจคลาดเคลื่อนได้...ตัดไปที่กรณีคลัสเตอร์ร้านอาหารกึ่งผับแห่งหนึ่งในตลาดโรงสีเมืองกาฬสินธุ์ ก่อนหน้านี้พบ “โอมิครอน” 19 คน เชื่อมโยงสามีภรรยา กลับจากเบลเยียม ล่าสุด...พบผู้ติดเชื้ออีก 45 ราย รอยืนยันโอมิครอน?“ไม่น่าแปลกใจครับที่อีก 45 คนจะเป็นโอมิครอนทั้งหมด คลัสเตอร์แบบนี้จะเกิดขึ้นได้เรื่อยๆ ตัวเลขที่งานคริสต์มาสปาร์ตี้ที่นอร์เวย์สามารถติดได้มากถึง 80 คน ในเหตุการณ์เดียว โดยทุกคนมีวัคซีนครบหมดแล้ว ข่าวอาจจะดูชวนตกใจ แต่ถ้าติดตามไวรัสนี้มาตลอด มันคือสิ่งที่คาดเดาได้ครับ” ดร.อนันต์ ว่า รู้จัก “โอมิครอน” อย่างเท่าทัน ตื่นตัวแต่อย่าตื่นตูม ด้วยว่าทีมวิจัย ของญี่ปุ่นนำไวรัสโอมิครอนไปทดสอบความรุนแรงในหนูแฮมสเตอร์ โดยเปรียบเทียบกับไวรัสสายพันธุ์ดั้งเดิมและเดลตาพบว่า หนูแฮมสเตอร์ ติดโควิดจากสายพันธุ์เดิม และเดลตาได้ดี มีอาการเห็นชัดมากจากน้ำหนักตัว ที่ลดลงหลังติดเชื้อส่วนหนูที่ติดโอมิครอน...น้ำหนักแทบไม่ลดลงเลยเมื่อเทียบกับหนูที่ไม่ได้รับเชื้อ อาการป่วยปอดติดเชื้อดูจากระดับออกซิเจนก็ไปในแนวเดียวกัน เมื่อนำปอดของแฮมสเตอร์ในแต่ละกลุ่มมาตรวจสอบก็เห็นชัดว่า “โอมิครอน” ติดปอดหนูเหล่านี้ไม่ดีเท่าไวรัสอีกสองชนิด ทีมวิจัยเชื่อว่า...โอมิครอนเป็นไวรัสที่มีการเปลี่ยนแปลงไปตรงตำแหน่งของโปรตีนหนามสไปก์ที่ทำให้ถูกตัดโดยเอนไซม์ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการเข้าสู่เซลล์ได้น้อยลง“เมื่อสไปก์เปลี่ยนยาก ก็เข้าสู่เซลล์ได้ยาก ทำให้ความรุนแรงในสัตว์ทดลองน้อยลง”คำอธิบายดังกล่าวยังใช้อธิบายไม่ได้ว่า ถ้าเข้าสู่เซลล์ได้ยาก เหตุใดไวรัสโอมิครอนถึงเพิ่มจำนวนได้ไวกว่าในเซลล์หลอดลมมนุษย์ถึง 70 เท่า และแพร่กระจายได้ไวมาก หรือ...อาจเป็นไปได้ว่าหนูแฮมสเตอร์อาจจะไม่ใช่โมเดลที่เหมาะสมในการศึกษาความรุนแรงของโอมิครอนเหมือนสายพันธุ์อื่นแล้วเพราะโอมิครอนจับกับโปรตีน ACE2 ของแฮมสเตอร์ไม่ดีเหมือนสายพันธุ์อื่น?...ไม่แน่ใจว่าความสามารถในการแพร่กระจายจากแฮมสเตอร์ ติดเชื้อไปหาแฮมสเตอร์จะเหมือนที่พบได้ในมนุษย์ตอนนี้หรือไม่นะครับ ถ้าไม่เหมือนคาดว่า...คำถามจะกลับมาที่ทีมวิจัยว่า ตกลงโอมิครอนรุนแรงน้อยกว่าขนาดนั้นจริงๆหรือ...แน่นอนว่าทุกคนอยากให้โอมิครอนเป็นแบบที่พบในแฮมสเตอร์ ซึ่งผลการทดลองยังมีอีกหลายคำถามที่ต้องตอบให้ชัดเจน ที่ดีที่สุดคือ ป้องกันตัวเองให้มากๆ...“ตื่นตัวอย่าตื่นตูม การ์ดอย่าตก”.