“บิ๊กป้อม” ปลื้มโพลยกเป็นบุคคลของสังคมแห่งปี 64 น้อมรับฉายา “รองช้ำ” ทำเพื่อชาติ “จุรินทร์” บอกฮาดี “นายกฯบางโพล” เหน็บคนตั้งเก่ง “สุพัฒนพงษ์” ไม่เคืองฉายา “มหาเฉื่อย 4D” ชี้กว่าจะเห็นผลต้องใช้เวลา “สุชาติ” ยิ้มรับฉายา “ชมเก่ง” โวเรื่องงานก็เก่งเหมือนกัน แต่ “บิ๊กตู่” งดจ้อสื่อดื้อๆ โฆษกยันเปล่างอน ฝ่าย ก.ม.สภาฯชงหวานเงื่อนไขนายกฯอยู่ 8 ปี ต้องนับหนึ่งหลังโปรดเกล้าฯ วันที่ 9 มิ.ย.62 ชี้ ก.ม.ย้อนหลังเป็นโทษไม่ได้ “บิ๊กตู่” มีโอกาสอยู่ต่อยาวๆถึงปี 70 เคาะแล้วเลือกซ่อม ส.ส.กทม. 30 ม.ค.65 พปชร.ส่ง “เมียสิระ” ทวงเก้าอี้ “อรรถวิชช์” พรรคกล้าลงด้วย จ่อได้คะแนนหนุนจาก “ปชป.-สกลธี” ก้าวไกลเผยสเปกผู้ว่าฯ กทม.ขาลุยล้างบางมาเฟียฉายาสภา-ทำเนียบ ที่ผู้สื่อข่าวระดมสมองตั้ง ให้เชิงหยิกแกมหยอกสะท้อนบุคลิกการทำงานในรอบปี 2564 ยังเป็นควันหลงให้บรรดารัฐมนตรีต้อง ออกมาให้ความเห็นอย่างต่อเนื่อง ส่วนใหญ่จะให้สัมภาษณ์ว่าเป็นเรื่องขำๆ ฮาๆ แต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม กลับไม่ให้ สัมภาษณ์สื่อมวลชนภายหลังการประชุม ครม.ไปเสียดื้อๆ “บิ๊กป้อม” ปลื้มโพลชูบุคคลของสังคมเมื่อวันที่ 28 ธ.ค. เวลา 09.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล มีการประชุมคณะรัฐมนตรีประจำสัปดาห์ โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมถึงผลสำรวจความคิดเห็นของซูเปอร์โพล ที่ พล.อ.ประวิตรถูกยกให้เป็นบุคคลของสังคมแห่งปี 2564 ในใจประชาชน ด้านการแก้ปัญหาปากท้องของประชาชน และปัญหาสังคม ว่า จะทำต่อไปให้ดีที่สุดในเรื่องการ ช่วยประชาชน จะยืนหยัดเป็นฐานของพรรค เราจะต้อง ช่วยคนจน ช่วยทุกคนให้อยู่ดีกินดี เมื่อถามว่า ทราบฉายา ที่สื่อทำเนียบตั้งให้เป็น “รองช้ำ” แล้วหรือยัง พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “อ่อ ผมก็รองช้ำ รองช้ำเพื่อชาติ ไม่เป็น อะไรหรอก รองช้ำเพื่อชาติ เพื่อให้ประเทศชาติอยู่ต่อไปได้”“จุรินทร์” ฮาฉายา “นายกฯบางโพล”นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ กล่าวถึงกรณีสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาล ตั้งฉายารัฐบาลและรัฐมนตรีประจำปี 2564 โดยนายจุรินทร์ได้ฉายา “นายกฯบางโพล” ว่า ตลกดี ส่วนตัวไม่มีความเห็นอะไร แต่ยอมรับว่าคนตั้งก็เก่ง เมื่อถามอีกว่า คิดว่าจะเป็นนายกฯตัวจริง ไม่ใช่แค่ นายกฯบางโพล ตามที่มีการตั้งฉายาได้หรือไม่ นายจุรินทร์ ตอบว่า เป็นเรื่องอนาคต วันนี้เราก็มีนายกฯอยู่แล้วด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงฉายา “ว้ากซีน” ที่สื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาลตั้งให้ว่า “ก็ดี จะได้เป็นคำติดหู คนจะได้มาฉีดวัคซีนกันเยอะๆ”“สุพัฒนพงษ์” ไม่เคือง “มหาเฉื่อย 4D”นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกฯและ รมว.พลังงาน กล่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้มถึงฉายา “มหาเฉื่อย 4D” ว่า ไม่เคือง ตนอาจจะไม่เก่ง การเมือง แต่จะสานต่อนโยบาย 4D ต่อไป เนื่องจากเป็นเรื่องที่ดี เป็นเรื่องของการให้ความรู้ความเข้าใจ การจะเห็นผลในเรื่องนี้คงต้องใช้เวลา ระยะยาวก็จะเห็น เมื่อถามย้ำว่า ไม่โกรธสื่อใช่หรือไม่ นายสุพัฒนพงษ์ หัวเราะพร้อมกล่าวว่า “จะโกรธทำไม ไม่ได้ทำอะไรผิด” “สุชาติ” ยิ้มรับฉายา “สุชาติ ชมเก่ง”นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ให้สัมภาษณ์ถึงฉายา “สุชาติ ชมเก่ง” ว่า ขอบคุณสื่อมวลชนที่เอ็นดูและตั้งฉายาให้น่ารักดี แต่ที่ต้องพูดสิ่งต่างๆ เกิดความสำเร็จได้ เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม รวมทั้ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ที่กำกับดูแลกระทรวงแรงงาน ผู้สื่อข่าวถามว่า ไม่ใช่แค่ชมเก่งแต่ทำงานเก่งด้วยใช่หรือไม่ นายสุชาติตอบว่า ภาพที่เห็นออกมาจากกระทรวงแรงงานเป็นบวกทั้งนั้น เมื่อถามว่า ในที่ประชุม ครม. มีใครแซวเรื่องฉายาบ้างหรือไม่ นายสุชาติตอบว่า ตนมีโดนบ้าง เพราะฉายาน่ารัก โดย พล.อ.ประวิตร แซวว่าฉายาของตนน่ารักกว่าของ พล.อ.ประวิตร ส่วนนายกฯไม่ได้แซวอะไร“บิ๊กตู่” งดจ้อสื่อหลังประชุม ครม.ต่อมาเวลา 13.00 น. ภายหลังการประชุม ครม. สำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกฯ ได้แจ้ง ขอความร่วมมือสื่อมวลชนงดรอบริเวณทางเชื่อมตึกไทยคู่ฟ้าและตึกสันติไมตรี ที่ตามปกติจะเป็นจุดที่สื่อมวลชนมาดักรอสัมภาษณ์นายกฯวันประชุม ครม. โดยนายกฯเดินจากตึกสันติไมตรีกลับขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า แต่ไม่ให้สัมภาษณ์เพียงแค่ยกมือรับไหว้หลังสื่อมวลชนกล่าวสวัสดีปีใหม่ ไม่ได้หันมาและ ไม่พูดอะไรนายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนัก นายกฯ เผยว่า เนื่องจาก พล.อ.ประยุทธ์มีภารกิจช่วงเย็น จึงไม่ได้ตอบคำถามสื่อมวลชนที่ฝากคำถามไว้ และขอยืนยันว่านายกฯไม่ได้งอนสื่อ“บิ๊กป้อม” นำ ครม.อวยพรปีใหม่นายกฯนายธนกรกล่าวด้วยว่า วันนี้ ครม. นำโดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ เป็นตัวแทน ครม.กล่าวอวยพรนายกฯในโอกาสขึ้นปีใหม่ โดยขออาราธนาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และพระบารมีพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระราชินี ประทานพรให้นายกฯมีสุขภาพแข็งแรง สามารถปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสำเร็จ โดยนายกฯได้น้อมรับคำอวยพร และยืนยันจะปฏิบัติหน้าที่ให้ดีที่สุด พร้อมกับขอบคุณคณะรัฐมนตรีทุกคนที่เป็นครอบครัวเดียวกัน ในการแก้ปัญหาต่างๆให้ลุล่วงโดยเร็วเพื่อประเทศชาติและประชาชน ขณะเดียวกันนายกรัฐมนตรีได้ให้แนวทางการจัดงานวันเด็ก ประจำปี 2565 เน้นการจัดงานในรูปแบบเสมือนจริง เพื่อลดการรวมกลุ่มของคนจำนวนมาก โดยให้มีแพลตฟอร์มอวยพรซึ่งกันและกัน หรือพิจารณาการส่งของขวัญให้เด็กๆแทนการมอบโดยตรง ครม.เคาะผ่านร่าง ก.ม.ลูก 2 ฉบับน.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.อนุมัติหลักการร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ รวม 2 ฉบับ คือ ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่...) พ.ศ. ... และร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมือง (ฉบับที่...) พ.ศ. ... ตามที่ กกต. เสนอ เพื่อให้สอดคล้องตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2564 ที่ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมในมาตรา 83 มาตรา 86 และมาตรา 91สภาชี้วาระ 8 ปีนายกฯให้นับหนึ่ง 9 มิ.ย.62ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า หลังจากมี ประเด็นถกเถียงทางกฎหมายถึงการนับวาระการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญปี 2560 มาตรา 258 วรรค 4 ที่ระบุนายกรัฐมนตรีมีวาระดำรงตำแหน่งรวมกันแล้วไม่เกิน 8 ปี จะให้เริ่มนับวาระการดำรงตำแหน่งตั้งแต่เมื่อใดนั้น ทางสภาผู้แทนราษฎรได้มอบให้ฝ่ายกฎหมายไปพิจารณาหาข้อสรุปในประเด็นดังกล่าว ล่าสุดฝ่ายกฎหมายได้พิจารณาและส่งความเห็นให้เลขาธิการสภาผู้แทน ราษฎร และนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร รับทราบข้อสรุปในประเด็นนี้แล้ว ตั้งแต่ปลายเดือน ต.ค.2564 โดยเห็นว่า การนับระยะเวลาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญปี 2560 มาตรา 158 วรรค 4 ต้องเริ่มนับตั้งแต่วันที่ 9 มิ.ย.2562 ที่เป็นวันโปรดเกล้าฯ ให้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญปี 2560 เป็นต้นไปกฎหมายย้อนหลังในทางเป็นโทษไม่ได้ทั้งนี้ เพราะการกำหนดเงื่อนไขให้นายกฯดำรงตำแหน่งรวมแล้วเกิน 8 ปีไม่ได้นั้น เป็นเงื่อนไขการจำกัดสิทธิบุคคลที่จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เป็นการบัญญัติกฎหมายในทางเป็นโทษ จะนำมาบังคับใช้ย้อนหลังในทางที่เป็นโทษไม่ได้ การกำหนดเงื่อนไขในรัฐธรรมนูญให้ผลย้อนหลังใช้บังคับกับการกระทำที่เกิดขึ้นก่อนวันที่รัฐธรรมนูญมีผลใช้บังคับ ย่อมขัดหลักกฎหมายโต้เนื้อหา ม.264 แค่ใช้บังคับชั่วคราวส่วนประเด็นรัฐธรรมนูญปี 2560 มาตรา 264 ที่แม้จะกำหนดให้ ครม.ที่บริหารราชการแผ่นดินอยู่ในวันก่อนวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ เป็น ครม.ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้นั้น การปฏิบัติหน้าที่ของ พล.อ.ประยุทธ์ตามมาตรา 264 เป็นการปฏิบัติหน้าที่แทน ครม. ตามบทหลักของรัฐธรรมนูญปี 2560 เพียงชั่วเวลาหนึ่ง และต้องพ้นจากหน้าที่ ภายหลังจากที่ ครม.ตามรัฐธรรมนูญปี 2560 เข้าปฏิบัติหน้าที่ หากรัฐธรรมนูญมีเจตนารมณ์ให้นับระยะเวลาปฏิบัติหน้าที่นายกฯของ พล.อ.ประยุทธ์ในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ก่อนหน้านี้ จะต้องบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญให้ชัดเจนว่าให้นับระยะเวลาดังกล่าวรวมเป็นระยะเวลาดำรงตำแหน่งนายกฯ ของ พล.อ.ประยุทธ์ด้วย ดังนั้น ระยะเวลาดำรงตำแหน่งนายกฯของ พล.อ.ประยุทธ์ ตามมาตรา 264 นับตั้งแต่วันที่ 6 เม.ย.2560 ที่รัฐธรรมนูญปี 2560 บังคับใช้ จนถึงวันที่ 9 มิ.ย.2562 ที่ พล.อ. ประยุทธ์ได้รับการโปรดเกล้าฯเป็นนายกฯ ตามรัฐธรรมนูญปี 2560 จึงไม่ถือเป็นการดำรงตำแหน่งนายกฯ ตามรัฐธรรมนูญปี 2560 มาตรา 158 ร้อง กกต.เอาผิด หน.พปชร.รับรอง “สิระ”เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ กกต. นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เข้ายื่นคำร้องต่อ กกต.ให้เอาผิด พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำ กทม. กรณีรับรองคุณสมบัติของนายสิระ เจนจาคะ อดีต ส.ส.กทม. พปชร. ให้สมัคร ส.ส.อันเป็นเท็จ หลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้สมาชิกความเป็น ส.ส.ของสิระสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. จึงอาจเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 120 มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และจะต้องถูกเพิกถอนสิทธิ์ในการเลือกตั้ง 5 ปีเคาะเลือกตั้งซ่อม ส.ส.หลักสี่ 30 ม.ค.เมื่อเวลา 13.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ เผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีวันที่ 28 ธ.ค. มีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง และการเลือกตั้ง ส.ส. ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เสนอเข้ามา หลังจากนี้จะส่งให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจสอบประมาณ 15 วัน ก่อนเสนอไปยังสภาฯหลังวันที่ 15 ม.ค. ขณะที่ร่างกฎหมายลูกของ ส.ส.ก็จะบรรจุในระเบียบวาระหลังวันที่ 15 ม.ค. เช่นเดียวกัน สำหรับค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งครั้งต่อไปจะอยู่ที่ประมาณ 5.6 พันล้านบาท นอกจากนี้ ครม.ยังเห็นชอบออกพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 9 กทม. ตามที่ กกต.เสนอ โดยวันเลือกตั้งจะชัดเจนหลังพระราชกฤษฎีกาประกาศออกมา จะมีขึ้นวันที่ 30 ม.ค.2565 เป็นระยะเวลา 40 วัน หลังนายสิระ เจนจาคะ อดีต ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ พ้นจากตำแหน่ง ส่วนการชดใช้ค่าใช้จ่ายการเลือกตั้งของนายสิระนั้น จะต้องชดใช้การเลือกตั้งสำหรับเขตหลักสี่ในปี 62 ส่วนการเลือกตั้งที่กำลัง จะเกิดขึ้น กกต.เป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายพปชร.ส่งเมียสิระลงทวงเก้าอี้เมื่อเวลา 15.00 น. ที่ทำการพรรคพลังประชารัฐ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรค เป็นประธานประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค เพื่อพิจารณาส่งผู้สมัครรับเลือกซ่อม ส.ส.กทม.เขต 9 (หลักสี่-จตุจักร) แทนนายสิระ เจนจาคะ อดีต ส.ส.กทม. ที่สิ้นสุดสมาชิกภาพการเป็น ส.ส. โดยมีกรรมการบริหารพรรคเข้าประชุมอย่างพร้อมเพรียง ภายหลังการประชุมประมาณ 1 ชั่วโมง น.ส.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ส.ส.กทม. ในฐานะโฆษกพรรคพลังประชารัฐ แถลงว่า ที่ประชุมมีมติเอกฉันท์ส่งนางสรัลรัศมิ์ เจนจาคะ ภรรยานายสิระ ลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อม ส.ส.กทม.เขต 9นางสรัลรัศมิ์กล่าวว่า ขอขอบคุณ พล.อ.ประวิตร และกรรมการบริหารพรรคทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจ ตนจะไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอน ไม่มีความกังวลในเรื่องของคู่แข่ง และที่ผ่านมารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์สร้างผลงานให้กับประชาชนไว้มากมาย รวมถึงพรรค พลังประชารัฐที่นำโดย พล.อ.ประวิตรดูแลประชาชนเรื่องปากท้องมาโดยตลอด จึงมั่นใจคน กทม.ยังรักและศรัทธาการบริหารประเทศของรัฐบาลและพรรคพลังประชารัฐ “อรรถวิชช์” พรรคกล้าลงสมัครด้วยที่พรรคกล้า ถนนรัชดาฯ กรุงเทพฯ นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เลขาธิการพรรคกล้า ประกาศลงสมัครเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 9 หลักสี่-จตุจักร กทม. โดยมีนายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรค คณะผู้บริหาร และทีมพรรคกล้า กทม. ร่วมให้กำลังใจ โดยนายอรรถวิชช์กล่าวว่า ตนตั้งพรรคกล้าขึ้นมาเพื่อเป็นทางเลือกใหม่ให้ประชาชน จึงอยากเห็นการเมืองสร้างสรรค์บนแนวคิดปฏิบัตินิยม เน้นลงมือทำงาน ส.ส.ไม่ใช่แค่เข้าประชุมสภาฯ หรือการต่อสู้ฟาดฟันกับฝ่ายที่เห็นต่าง การทำการเมืองสร้างสรรค์ปฏิบัตินิยมนั้นไม่มีอะไรดีกว่าทำให้ดู ตนจะถือโอกาสเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ครั้งนี้ พาทีมงานว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.หน้าใหม่ไฟแรงของพรรค เรียนรู้ขั้นตอนต่างๆทางการเมืองด้วย ตนเคยเป็นผู้แทนทั้งเขตหลักสี่และจตุจักร มั่นใจว่าห้วงเวลาที่ตนเป็นผู้แทนทำหน้าที่อย่างเต็มที่ และจะขอกลับมาทำหน้าที่อีกครั้งหนึ่ง ขอพี่น้องประชาชนให้โอกาสสร้างสรรค์การเมืองคุณภาพให้เกิดขึ้นในหลักสี่-จตุจักรปชป.-“สกลธี” เตรียมเทคะแนนหนุนผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังพรรคประชาธิปัตย์มีแนวโน้มไม่ส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งซ่อม ส.ส.กทม. เขตหลักสี่ อ้างว่าเพื่อรักษามารยาทพรรคร่วมรัฐบาล เนื่องจากเป็นพื้นที่เดิมของพรรคพลังประชารัฐ จึงมีแนวโน้มที่ฐานเสียงของประชาธิปัตย์จะหันมาเทคะแนนให้นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เลขาธิการพรรคกล้า และยังจะได้รับการสนับสนุนจากนายสกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่าฯ กทม. อดีต ส.ส.เขตหลักสี่ ในการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้อีกด้วยก้าวไกลทาบ “สันติธาร” ลงผู้ว่าฯ กทม.ขณะที่ความเคลื่อนไหวของนายสกลธีภายหลังลาออกจากสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ เตรียมจะเปิดตัวลงสมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ในนามพรรคการเมืองใหม่พรรคหนึ่ง ที่อยู่ระหว่างดำเนินการจัดตั้งและจะเปิดตัวในช่วงหลังปีใหม่ ส่วนแคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม.ในนามพรรคก้าวไกล ที่เตรียมเปิดตัววันที่ 23 ม.ค.2565 นั้น ล่าสุดมีกระแสข่าวว่าได้ทาบทามนายสันติธาร เสถียรไทย นักเศรษฐศาสตร์ การเงิน ผู้บริหารบริษัทเทคโนโลยี อีคอมเมิร์ซชื่อดัง บุตรชายนายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย อดีตรองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ต่างประเทศ ให้มาลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.ในนามพรรคก้าวไกลเจ้าตัวโพสต์เฟซบุ๊กขอบคุณแต่ปฏิเสธอย่างไรก็ตาม นายสันติธารได้ออกมาชี้แจงผ่านเพจเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า “ขออนุญาตใช้พื้นที่นี้ชี้แจงกับทุกท่านว่ากระแสข่าวที่ออกมาว่าผมจะลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ไม่เป็นความจริง ในฐานะคนไทยคนหนึ่งที่ย่อมเป็นกังวลกับความท้าทายต่างๆที่ประเทศเรากำลังเผชิญ และต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างอนาคตที่ดีขึ้นให้กับคนทุกรุ่นในประเทศ ผมจะยังคอยเฝ้าติดตามสถานการณ์บ้านเมืองอย่างใกล้ชิดและแชร์ข้อคิดที่ผมมีต่อสาธารณะตามโอกาสที่เหมาะสม บทบาทหลักที่ผมให้ความสำคัญในขณะนี้คือการทำหน้าที่ประธานทีมเศรษฐกิจและผู้บริหารบริษัท Sea ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้ความสนใจ และผมขอเป็นกำลังใจให้ผู้สมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ครับ” “วิโรจน์” เผยสเปกขาลุยล้างมาเฟียนายวิโรจน์ ลักขณาอดิสร ส.ส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ถึงสเปกแคนดิเดตผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ในนามพรรคก้าวไกล ว่า มีคาแรกเตอร์ไม่ยอมประนีประนอมกับความไม่เป็นธรรม ทำให้คนกรุงต้องรับสภาพทนทุกข์อย่างที่เป็นอยู่ พร้อมเป็นมือประสานทุกฝ่ายเเต่ไม่พร้อมรอมชอม โดยเอาความเสียเปรียบของคนกรุงไปแลก หากเปิดชื่อเมื่อไหร่ ทุกคนจะรู้เลยผู้สมัครคนนี้จะเป็นคนที่กล้าประกาศว่า จะหยุดรีดไถทันที จะไม่ยอมให้คนกรุงต้องเสียค่าคุ้มครองในเมืองใหญ่ ขจัดการรีดไถ ขจัดเรียกรับผลประโยชน์ซ้ำเติมคนกรุง และถ้าวัคซีนไม่พอ มาไม่ครบ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ของพรรคคนนี้จะไม่อยู่เฉย จนทำให้คนกรุงต้องยอมจำนนเหมือนที่ผ่านมา ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.คนนี้ของเรา ถ้าเห็นชื่อตอนเปิดตัวปุ๊บ จะรู้ได้เลยพร้อมลุย ไม่ว่าจะตัวใหญ่แค่ไหนก็ตามครม.ไฟเขียวเด้ง 2 ตั้ง 4 อธิบดีน.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ที่ประชุม ครม.มีมติแต่งตั้งนายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เป็นรองปลัดกระทรวงดีอีเอส และ น.ส.ชมภารี ชมภูรัตน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวง เป็นอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา นายโอภาส ทองยงค์ อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กระทรวงเกษตรฯ เป็นรองปลัดกระทรวง และนาย อำพันธุ์ เวฬุตันติ รองปลัดกระทรวง เป็นอธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ นายเฉลิมชัย สุวรรณรักษ์ รองอธิบดีกรมประมง เป็นอธิบดีกรมประมง และนายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ รองอธิบดีกรมการข้าว เป็นอธิบดี กรมการข้าว ครม.ยังเห็นชอบแต่งตั้งนายเกรียงไกร ไชยศิริวงศ์สุข เป็นผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย รับค่าตอบแทนคงที่ในอัตราเดือนละ 290,000 บาท และค่าตอบแทนพิเศษประจำปี รวมทั้ง สิทธิประโยชน์อื่นๆที่ผู้รับจ้างจะได้รับตามที่กระทรวงการคลังเห็นชอบไขเซฟ “ธรรมนัส” ยังรวย 758 ล้านผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่า เมื่อวันที่ 28 ธ.ค.2564 ป.ป.ช.เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา พรรคพลังประชารัฐ กรณีพ้นตำแหน่ง รมช.เกษตรฯ เมื่อวันที่ 8 ก.ย.64 แจ้งว่า มีคู่สมรส 2 คน ได้แก่ นางอริสรา พรหมเผ่า และ น.ส.ธนาพร ศรีวิราช มีบุตร ยังไม่บรรลุนิติภาวะ 2 คน โดยมีทรัพย์สิน 606,657,059 บาท มีหนี้สินเงินกู้ 145,433,890 บาท ขณะที่นางอริสรามีทรัพย์สินรวม 38,067,208 บาท และ บุตรมีทรัพย์สิน 58,200,395 บาท ส่วน น.ส.ธนาพร มีทรัพย์สิน 55,922,431 บาท หนี้สินเป็นเงินกู้ 11,575,486 บาท รวมทรัพย์สิน ร.อ.ธรรมนัสกับคู่สมรส และบุตรทั้งสิ้น 758,847,094 บาท มีหนี้สิน 178,491,910 บาท เทียบขณะเข้ารับตำแหน่ง ส.ส.พะเยา วันที่ 24 มี.ค.62 ที่แจ้งมีทรัพย์สิน 866,022,010 บาท ทรัพย์สินลดลง 107,174,916 บาท มีหนี้สินเพิ่มขึ้น 105,129,974 บาทอดีตเด็กก้าวไกลไขก๊อกอู้ฟู่ 678 ล้านผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวินท์ สุธีรชัย ที่พ้น จากตำแหน่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เมื่อวันที่ 6 ต.ค.64 มีทรัพย์สินรวม 678,463,119 บาท มีหนี้สิน 105,349,219 บาท นอกจากนี้ ป.ป.ช.ยังเปิดเผยบัญชี ทรัพย์สิน และหนี้สินของอดีต ผบ.เหล่าทัพ ที่พ้นจาก ตำแหน่งวันที่ 1 ต.ค.64 อีก 3 ราย ได้แก่ พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม และ ส.ว. มีทรัพย์สินรวมกับคู่สมรสทั้งสิ้น 29,514,036 บาท มีหนี้สิน 607,565 บาท พล.ร.อ.ชาติชาย ศรีวรขาน อดีต ผบ.ทร. และ ส.ว. กับคู่สมรสมี 29,270,306 บาท หนี้สิน 2,661,557 บาท และ 3.พล.อ.อ.แอร์บูล สุทธิวรรณ อดีต ผบ.ทอ. และ ส.ว. กับคู่สมรสมี 108,960,960 บาท ไม่มีหนี้สิน เป็นทรัพย์สิน พล.อ.อ.แอร์บูล 20,590,105 บาท ทรัพย์สินนางพรรณระพี สุทธิวรรณ คู่สมรส 88,370,854 บาท “ลุงตู่” มอบแว่น “เด็กไทยสายตาดี”วันเดียวกัน ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาธิการ นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข นำคณะเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม เพื่อประชาสัมพันธ์กิจกรรมรณรงค์เด็กไทยสายตาดีวิถีชีวิตใหม่สู่การเรียนรู้ที่ดีกว่า ภายใต้ข้อตกลงความร่วมมือระหว่างกระทรวงสาธารณสุข ราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงมหาดไทย สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และห้างแว่น ท็อปเจริญ โดยนายกฯได้มอบแว่นสายตาแก่เด็กนักเรียน 5 คน พร้อมเตือนให้ใช้สายตาด้วยความระมัดระวัง อย่าเล่นเกมออนไลน์เป็นเวลานาน