โควิด-19 มีผลให้วิถีชีวิตผู้คนเปลี่ยนไป พี่น้องมุสลิมภาคใต้เคยทักทาย อิสลามาลัยกุม แล้วจับมือกัน ก็ต้องเลิกจับมือกัน คนยุโรป เคยกอดกัน ก็ต้องเลิกกอดกัน มาถึงคนไทย ยังพนมมือ เอ่ยคำสวัสดีกันได้ เหมือนเดิมผมสะดุดคิดขึ้นมา คนไทยที่มีธรรมเนียม กราบพระ พนมมือไหว้ผู้ใหญ่ ในสมัยที่ยังไม่ใช้คำว่า “สวัสดี” เราใช้คำอะไรมาก่อนใน “เกร็ดภาษา หนังสือไทย” เล่ม 1 สำนักพิมพ์พิมพ์คำ พิมพ์ ครั้งที่ 7 พ.ศ.2553 อาจารย์ ส.พลายน้อย เขียนไว้ว่า ในส่วนที่จะนำคำ “สวัสดี” มาใช้เป็นคำทักทาย พระยาอุปกิตศิลปสาร (นิ่ม กาญจนาชีวะ) เล่าถึงต้นเหตุเดิมไว้ว่าเจ้าหน้าที่วิทยุกระจายเสียง ได้ใช้คำว่า “ราตรีสวัสดิ์” ลงท้ายคำพูดเมื่อจบกระจายเสียงตอนกลางคืน โดยอนุโลมตามคำว่า กู๊ดไนต์ ภาษาอังกฤษเมื่อมีผู้ไม่เห็นด้วย สถานีวิทยุกระจายเสียงจึงขอให้กรรมการชำระปทานุกรม ของกระทรวงธรรมการในสมัยนั้นให้ช่วยคิดหาคำ ก็ได้คำ “สวัสดี” ไปใช้พ.ศ.2476 พระยาอุปกิตศิลปสาร นำไปเผยแพร่ให้นิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยใช้ เป็นคำทักทายเมื่อพบกัน คำสวัสดีเริ่มใช้กันต่อมา แต่ก็ยังไม่แพร่หลายนักถึงรัฐบาลท่านผู้นำ จอม พล ป.พิบูลสงคราม มอบหมายให้กรมโฆษณาการ ออกข่าวประกาศ เมื่อวันที่ 22 มกราคม พ.ศ.2486 ดังต่อไปนี้ (คำสะกดการันต์ ตามต้นฉบับเดิม)ด้วยพนะท่านนายกรัฐมนตรี ได้พิจารณาเห็นว่า เพื่อการส่งเสริมเกียรติแก่ตนและแก่ชาติ ให้สมกับที่เราได้รับการยกย่องว่า คนไทยเป็น อารยชน คำพูดจึงเป็นสิ่งหนึ่งที่แสดงภูมิของจิตใจว่าสูงต่ำเพียงใดฉะนั้น จึงมีคำสั่งให้กำชับบันดาข้าราชการทุกคนกล่าวคำ “สวัสดี” ต่อกัน ในโอกาสที่พบกันครั้งแรกของวัน เพื่อเป็นการผูกไมตรีต่อกัน และฝึกนิสัยให้กล่าวคำที่เป็นมงคลว่าอะไรว่าตามกันขอให้ข้าราชการช่วยแนะนำแก่ผู้ที่อยู่ในครอบครัวของตน ให้รู้จักกล่าวคำ สวัสดี เช่นเดียวกันด้วยส.พลายน้อย เคยไปเที่ยวดูวัดโบราณที่ญี่ปุ่น สงสัยทำไม ตามวัดจึงมีแต่เครื่องหมาย สวัสดิกะ พอรู้ว่าเป็นเครื่องหมายเก่าแก่ แล้วก็รู้ต่อมาว่า สวัสดิกะ ใช้กันตั้งแต่สมัยหิน พบจารึกที่ก้อนหินยุคประวัติศาสตร์ พบสวัสดิกะในลัทธิบูชาพระอาทิตย์ พวกฝรั่งสันนิษฐานว่า มาจากคำ สุอัสติ ที่แปลว่า ความสุขโชคดีในภาษาสันสกฤต อินเดีย จีน ญี่ปุ่น ใช้เป็นเครื่องรางคุ้มครองให้อายุยืนและโชคดีในศิลาจารึก พบที่วัดหัวเวียง อำเภอไชยา มีข้อความภาษาโบราณ ที่แปลเป็นไทย ได้ว่า “สวัสดี” พระเจ้าผู้คุ้มครองเมืองตามพรลิงค์สมุทรโฆษคำฉันท์ วรรณคดีไทย สมัยอยุธยา มีว่า “ขอสวัสดีพิพัฒน์ชำนะ ชัยสิทธิตบะ จงศานติสุขธาษตรี”ส.พลายน้อย สรุปว่า คำ “สวัสดี” ใช้ในความหมายที่เป็นมงคล เป็นการให้พรมาแต่โบราณ ไม่ใช่จะเพิ่งมีใช้ในสมัยประชาธิปไตยของจอม พล ป.บ้านเมืองเราวันนี้ คนไทยเราใช้คำสวัสดีกันเป็นปกตินิสัย ผมเพิ่งได้ข่าว หลังการเลือกตั้ง อบต.น้อยใหญ่ทั่วประเทศเกือบหมื่นแห่ง...เพื่อนพ้องน้องพี่ ที่พบปะกันในร้านน้ำชา ใช้คำว่าสวัสดีกันน้อยลงเหตุเพราะการเลือกตั้ง ทำให้ชาวบ้านที่รักใคร่กันอยู่ดีๆ ต้องเลือกข้าง เลือกใครสักคน ผลเลือกตั้งมีทั้งคนสมหวังคนผิดหวัง ทำให้สบตากันไม่สนิทประชาธิปไตย ที่กระจายไปถึงหมู่บ้าน...ข้อดี มี แต่จะคุ้มกับน้ำใจไมตรีที่ชาวบ้านเคยมีให้กันหรือไม่ เป็นประเด็นที่จะต้องช่วยกันคิดต่อไปในวันข้างหน้า.กิเลน ประลองเชิง