ฟอร์มบริหารไม่เด่น เน้นอีเวนต์เป็นหลัก สภาพขาดทุนบักโกรก “มาดามแต๋ม” ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ที่ร่วมวง “แม่ค้าออนไลน์คนดัง” แห่ขาย “ทุเรียนลูกละร้อยบาท” ตัดราคาชาวสวนที่ปกติขายกันเป็นกิโลกรัม กิโลฯละ 100 กว่าบาท ราคาลูกละ 3—4 ร้อย ผลก็คือโดนเกษตรกรตะโกนสวดชยันโต “รวยไม่ไหวแล้วโว้ย” พ่อค้าแม่ค้าเจ้าของแผงตลาดสดจิกด่ากันเปิง ไอ้ที่หวังแห่ผลงานโบแดงกลายเป็นโบดำ รมว.พาณิชย์คือผู้ทำลายกลไกราคาทุเรียนพังยับเยินความตื้นเขินของ “มือใหม่หัดขับ” ในฟอร์ม “อินฟลูเอนเซอร์”รองนายกฯเบอร์ใหญ่อย่าง “ศุภจี” เลยเจอ “อินฟลูฯตัวแม่” เรียงหน้ากระดานสอนมวยไล่ตั้งแต่ “แพรี่ ไพรวัลย์ วรรณบุตร” ไล่ให้ไป “ไลฟ์สด” ขายปุ๋ยกระสอบละ 100 ช่วยเกษตรกรดีกว่า อย่าบ้องตื้นทำสงครามราคาซ้ำเติมชาวสวนหรือสไตล์ขาป่วนแบบมีกึ๋นอย่าง “ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์” นักวิชาการประจำมหาวิทยาลัยเกียวโต โพสต์ข้ามประเทศจากญี่ปุ่น เหน็บแนมในเชิง เห็น “เจ๊ศุภจี” ไลฟ์ขายทุเรียนกับแม่ค้าออนไลน์คนดังแล้วทุเรศทุรังประเทศไทยไม่ได้มีเศรษฐกิจระบบเล็ก เรา Connect กับโลก Supply Chain รัฐมนตรีต้องกระทุ้ง Economies of Scale การมาขายของในโซเชียลแบบนี้ ไม่ได้สร้างผลกระตุ้นอะไรให้เศรษฐกิจเลยทุเรียนลูกละร้อย ทำเสียหายหลักล้าน พาลเจ๊งตามๆกันด้วยฟอร์มของรัฐบาล “อนุทิน 2 พลัส” ที่เน้นเอาใจพวกชอบของถูกของฟรี ตีกินคะแนนนิยมการเมืองงานหยาบฉาบฉวยเฉพาะหน้า โดยไม่สนผลกระทบในระยะยาว ทำลายกลไกตลาด ทุบระบบเศรษฐกิจของประเทศพังยับเยินทุเรียนลูกละร้อย ไฟฟ้าหน่วยละ 3 บาท เบียดกันมาเลยกับฟอร์มของ “เสี่ยขิง สุดซอย” นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน ที่กำลังเมามันกับบทบู๊ดุดัน เทกแอ็กชันโชว์ทุบราคาพลังงานน้ำมันยังคาราคาซัง หันมาปั่นราคาไฟฟ้าเรียกยอดไลค์กันแล้วแนวถนัดปั่นกระแส ตีกินล่วงหน้า ตีปี๊บผ่านสื่อประโคมข่าวการโปรฯไฟฟ้าราคาถูกสำหรับบ้านที่ใช้ไม่เกิน 200 หน่วย จ่ายต่ำกว่าหน่วยละ 3 บาทเป้าหมาย “อุ้ม” คนใช้ไฟฟ้าน้อย 23.2 ล้านครัวเรือน กะฟันแต้มเนื้อๆแต่ดูเหมือนจะไม่ง่ายเหมือน “ปิดประตูตีแมว” ทุบราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่น เพราะโปรฯค่าไฟฟ้าแบบขั้นบันได มันคือการผลักภาระไปให้คนใช้ไฟฟ้าเกิน 401 หน่วย “บ้านใหญ่-โรงงาน” ต้องจ่ายค่าไฟบานตะไทเกินหน่วยละ 5 บาทในเครื่องหมายคำถาม ทำผิดอะไรถึงต้องโดนทำโทษจ่ายแพงกว่างานนี้ต่อให้เกณฑ์ม็อบสลิ่ม ม็อบเหลืองมาช่วยแห่ ก็ไม่ง่ายที่ “เสี่ยขิง” จะฝ่าดงสหบาทาของคนบ้านใหญ่และโรงงานที่ไม่ยอมแบกภาระค่าไฟแทน “ก๊วนการเมือง” ที่ฉวยเหลี่ยมตีกินคะแนนนิยมจากพวกชอบโปรฯไฟฟ้าราคาถูกแต่ที่ยากกว่าก็คือการไล่ทุบ “เสือนอนกิน” กับฟอร์มที่ “เสี่ยขิง” ประกาศลุยปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้า เลิกสัญญาแอดเดอร์ไม่ให้เอกชนฟันค่าไฟ จ่อจารึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่กันเลยท่ามกลางเสียงเชียร์ประชันกับเสียงเย้ย ระดับ “ลุงตู่” ยุครัฐประหาร “อำนาจเบ็ดเสร็จ” ยังบ้อท่า แล้ว “เอกนัฏ” เป็นใคร ต่อให้ “ลุงกำนันพุนพิน—ครูใหญ่เขากระโดง” ถือหางก็เถอะก๊วนสุดซอยจะลุยทุบไฟฟ้าไปถึงไหน หรือแค่ไปโผล่ “สุดซอยละลายทรัพย์”ตามฟอร์มที่จับไต๋ได้จากวีรกรรมทุบเหล็กที่กระทรวงอุตสาหกรรม มันก็แค่ทุบไปเคลียร์ไป ตีกินเอายอดไลค์ แต่ไม่รู้สุดท้ายจะออกลูกไหน กับสภาพที่เห็นประเด็นฉาว “ไอ้โม่งปล้นน้ำมัน” ก็ยังเก้ๆกังๆหลังทุบโรงกลั่นจนนักลงทุนฝรั่งจ่อทิ้งหุ้นถอนสมอหนี “การเมืองมั่วน้ำมัน” หั่นราคาแลกคะแนนนิยมล่าสุด “เสี่ยขิง” ส่งก๊วนสุดซอยไปโผล่โชว์มอบหลักฐานใบกำกับขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงทางเรือให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กับตำรวจ ถ่ายรูปประโคมข่าวกล่าวหาโรงกลั่นเอกชนเป็นจำเลยกักตุนน้ำมันยัดข้อหากรอกข้อมูลขนส่งไม่ครบ จ่อตัดจบต้นทาง ไม่ไปถึง “ไอ้โม่ง” ซะทีเทียบมาตรฐาน จังหวะก๊วนสุดซอยได้แค่ไล่ตามก้น “รังสิมันต์ โรม” มือปราบค่ายส้ม ที่นำทีมเจาะเกราะ ลุยไปตรวจคลังน้ำมันยักษ์ที่ จ.เพชรบุรี ไล่เช็กหลักฐานพบการพาดโยง “เสี่ยตือ” ลูกหนี้ “โกเกี๊ยะ” ที่ซิกแซ็กขุมทรัพย์หุ้นกลุ่มบางจากฯของแก๊งสแกมเมอร์เขมร มาเก็งกำไรคลังน้ำมันล่วงหน้า“ไอ้โม่ง” เห็นกันตำตา คนไทยแกะรอยตามกลิ่นน้ำมัน รู้กันทั้งบ้านทั้งเมืองเรื่องย้อนคอหอย “เสี่ยขิง” ที่ยึกๆยักๆอยู่แค่ต้นซอย ไปไม่สุดซอยตามราคาคุย.ทีมข่าวการเมืองคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม