ตำรวจ คฝ.ส่งชุดเคลื่อนที่เร็วลุยจับม็อบ ทะลุแก๊ส รวบ 52 ผู้ต้องหา เป็นเยาวชน 9 คน และต่างด้าว 2 คน สอบเครียด เตรียมฝากขัง วันที่ 13 ก.ย. มีตำรวจถูกระเบิดบริเวณใบหน้าบาดเจ็บสาหัส 1 นาย ขณะเดียวกัน ก็มีเหตุระเบิดหน้า นสพ.ไทยรัฐ คาดเป็นไปป์บอมบ์ กองทุนราษฎรประสงค์เผยมีคนแห่บริจาคเงินกว่า 1 ล้านบาท ภายในคืนเดียว ช่วยประกันตัวกลุ่มทะลุแก๊สที่ถูกจับ ชี้เป็นการแสดงเจตจำนงของราษฎรจำนวนมหาศาล ที่ยืนยันสิทธิในการแสดงออกทาง การเมืองแยกดินแดงกรณีความเคลื่อนไหวทางการเมืองขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ของม็อบทะลุแก๊สบริเวณสามเหลี่ยมดินแดง เกิดเหตุปะทะกับตำรวจ คฝ. ความคืบหน้าเมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 12 ก.ย. ภายหลังเจ้าหน้าที่ คฝ.ตัดสินใจเปิดยุทธการปิดประตูตีแมว ส่งหน่วยเคลื่อนที่เร็วออกมาหลายชุด ทยอยจับกุมตัวผู้ชุมนุมกว่า 50 คน ยึดรถ จยย.จำนวนหลายคัน ระหว่างนั้นยังถูกตอบโต้ด้วยการจุดไฟเผาขยะและยางรถยนต์ สลับกับจุดประทัดและปาระเบิดเป็นระยะๆ เบื้องต้นได้ข้อมูลว่าผู้ถูกจับกุมถูกทยอยนำตัวไปสอบสวนที่ สน.ดอนเมือง และ บช.ปส. กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ระดมทีมพนักงานสอบสวนจากทั้ง 9 กองบังคับการ มีญาติผู้ถูกจับกุมเดินทางฝ่าเคอร์ฟิวมาขอเยี่ยมผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่พิจารณาเป็นรายๆไป เนื่องจากมีเยาวชนชายหญิงรวมอยู่ด้วยที่ สน.มักกะสัน พ.ต.ท.ไพรัตน์ คำลี สว. (สอบสวน) สน.มักกะสัน รับแจ้งเหตุทะเลาะวิวาทมีผู้บาดเจ็บบนสะพานยกระดับพระราม 9 เหนือแยกอสมท ถนนพระราม 9 ไปตรวจสอบพร้อมอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูและหน่วยกู้ชีพเอราวัณ ที่เกิดเหตุบนสะพานยกระดับพระราม 9 พบผู้บาดเจ็บคือนายภูวดล ประสิทธิ์ อายุ 26 ปี ถูกฟันที่ศีรษะและแขนทั้ง 2 ข้างเป็นแผลฉกรรจ์ นำตัวส่ง รพ.สิรินธร นอกจากนี้ ยังมีผู้บาดเจ็บอีกคนหนีการถูกทำร้ายกระโดดจากสะพานสูง 7 เมตรลงไปที่พื้นถนนด้านล่างบาดเจ็บสาหัส ทราบชื่อนายชนชิต จันทร์ทัด อายุ 27 ปี เจ้าหน้าที่ช่วยใส่เฝือกอ่อนที่ลำคอ ขา และแขนส่ง รพ.พระมงกุฎเกล้า สอบสวนทราบว่า ผู้บาดเจ็บทั้ง 2 คนขี่รถ จยย.มาด้วยกัน เจอวัยรุ่นขี่รถ จยย.จับกลุ่มมา 5-6 คน คาดว่าเป็นกลุ่มทะลุแก๊สหลบหนีมาจากแยกดินแดงหลังตำรวจ คฝ.กระชับพื้นที่ หลังเจอกันมีการโต้เถียงก่อนกลุ่มวัยรุ่น 5-6 คนขี่รถ จยย.ไล่ทำร้ายมาถึงกลางสะพานยกระดับพระราม 9 รถ จยย.ผู้บาดเจ็บเกิดดับ ถูกมีดฟันได้รับบาดเจ็บและตกใจกระโดดสะพานหนีลงมาบาดเจ็บดังกล่าว เวลา 01.15 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเสียงระเบิดดังสนั่นพร้อมกลุ่มควันสีขาวขนาดใหญ่ บริเวณด้านหน้า บจก.วัชรพล (ไทยรัฐ) ถนนวิภาวดีรังสิตขาออก แขวงจอมพล เขตจตุจักร กทม. รุดไปตรวจสอบพบสะเก็ดระเบิดแสวงเครื่องแบบใช้กระดาษสมุดลายเส้นห่อดินระเบิดพันด้วยเทปกาวสีดำทำงานไปแล้ว 1 ลูก สอบถามพยานเป็นพนักงานเก็บสิ่งปฏิกูล สำนักงานเขตจตุจักร (ขอสงวนชื่อและนามสกุล) จอดรถ จยย.ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 150 เมตร เล่าว่า กำลังขี่รถ จยย.ตามรถเก็บสิ่งปฏิกูลของกรุงเทพมหานครเพื่อไปเก็บขยะตามปกติ รถแล่นผ่านหน้าหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ปรากฏว่าล้อหน้าเกิดไปทับก้อนวัตถุต้องสงสัยจนเกิดระเบิดขึ้น รีบจอดรถตรวจสอบไม่พบว่าตัวเองได้รับอันตรายและไม่พบว่ารถ จยย.ได้รับความเสียหาย เบื้องต้นเชื่อว่าน่าจะเป็นระเบิดที่กลุ่มวัยรุ่นทำตกไว้ หรือนำมาปาสร้างสถานการณ์แล้วไม่ทำงาน กระทั่งถูกรถผ่านมาทับจนเกิดระเบิดต่อมา พ.ต.ต.กานต์พงศ์ มีสายมงคล สว. (สอบสวน) สน.สุทธิสาร นำกำลังสายตรวจรุดตรวจสอบที่เกิดเหตุ นำกำลังเดินปูพรมค้นหาวัตถุพยานเพิ่มเติม สอบสวน รปภ.บริษัท วัชรพล จำกัด ที่เข้าเวรตรงป้อมหน้าบริษัท เก็บรวบรวมหลักฐานเป็นสะเก็ดระเบิดแสวงเครื่อง 3 ชิ้น หลังจากนี้จะสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิดต่อไปด้าน พ.ต.อ.นครินทร์ สุคนธวิท รอง ผบก.น.9 ปฏิบัติราชการ บก.อคฝ. เผยกรณี ส.ต.ต.ธนาวุฒิ จิรคเชนทร หรือ “หมู่เบส” ผบ.หมู่กองร้อยที่ 1 กก.คฝ.2 บก.อคฝ.ช่วยราชการ บก.น.9 ได้รับบาดเจ็บถูกแรงระเบิดอัดที่ใบหน้าขณะปฏิบัติหน้าที่ควบคุมฝูงชนในยุทธการปิดประตูตีแมวกลุ่มทะลุแก๊สในพื้นที่สามเหลี่ยมดินแดง เมื่อคืนวันที่ 11 ก.ย. ว่าขณะเกิดเหตุหมู่เบสได้รับคำสั่งให้ทำหน้าที่พลคุ้มกันหัวหน้าชุดเคลื่อนที่เร็ว เข้าไปปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งผู้บังคับบัญชาจนตัวเองบาดเจ็บ ส่วนประเด็นที่ถกเถียงกันว่า เป็นเพราะเหตุใด ปืนแตกหรือโดนระเบิดโยนใส่กันแน่ ยังไม่แน่ชัดกำลังอยู่ระหว่างสอบสวน ตามข้อมูลที่ได้รับรายงานทราบว่า เเผลฉกรรจ์มาก เหมือนแผลถูกสะเก็ดระเบิด ล่าสุดหมู่เบสยังอยู่ระหว่างการผ่าตัดที่โรงพยาบาลตำรวจ ยังไม่สามารถให้การได้ ส่วนเรื่องการให้ความช่วยเหลือ ผู้บังคับบัญชาจะดูแลสวัสดิการทุกด้านเต็มที่ไม่มีใครทอดทิ้งอย่างแน่นอนที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เวลา 12.00 น. พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. ฐานะโฆษก บช.น. เผยสถานการณ์การชุมนุมว่า เมื่อเวลา 21.15 น. วันที่ 11 ก.ย. เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายผลักดันกลุ่มผู้ชุมนุมให้ออกจากพื้นที่เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง มีเจ้าหน้าที่ตำรวจบาดเจ็บบริเวณแยกดินแดง เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ 1 นาย จับกุมผู้กระทำความผิด 52 คน เป็นผู้ชาย 40 คน ผู้หญิง 12 คน เป็นเยาวชน 9 คน ต่างด้าว 2 คน ดำเนินคดีข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ มั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไปก่อความวุ่นวายในบ้านเมืองฯ เมื่อเจ้าพนักงานสั่งผู้ที่มั่วสุมให้เลิกแล้วไม่เลิกฯ และร่วมกันต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่โดยมีอาวุธฯ และความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง พรุ่งนี้ (13 ก.ย.) จะทยอยส่งฟ้องศาลต่อไป พล.ต.ต.ปิยะกล่าวต่อว่า บช.น.จะดำเนินการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานทุกชนิด เพื่อติดตามจับกุมผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายทุกราย โดยเฉพาะผู้ใช้ความรุนแรงและก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง หากเยาวชนกระทำความผิด ผู้ปกครองอาจมีความผิดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กฯด้วยเช่นกัน ส่วนกรณีบุคคลที่ถูกจับดำเนินคดีเป็นคนต่างด้าว สัญชาติกัมพูชานั้น ถูกจับกุมดำเนินคดีนี้ข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และข้อหามั่วสุมก่อความวุ่นวายฯ ทางปฏิบัติบุคคลดังกล่าวต้องถูกส่งออกไปนอกราชอาณาจักร ตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง เนื่องจากกระทำผิดเกี่ยวกับความมั่นคง กระทรวงมหาดไทยจะพิจารณาออกคำสั่งให้เนรเทศผู้นั้นออกไปนอกราชอาณาจักร อีกทั้งยังมีรายชื่อเป็นบุคคลต้องห้ามเข้ามาในราชอาณาจักรของตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ส่วนการดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ชุมนุมตั้งแต่เดือน ก.ค.ถึงปัจจุบันรวมทั้งสิ้น 203 คดี ผู้ต้องหาทั้งหมด 754 คน ติดตามจับกุมตัวแล้ว 509 คนด้านแนวร่วมม็อบทะลุแก๊ส ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ คฝ.เข้าสลายการชุมนุมกลุ่มทะลุแก๊ส ทำให้แนวร่วมถูกจับกุมดำเนินคดีจำนวนมาก ปรากฏว่าเครือข่ายต่างๆที่มีจุดยืนต่อต้านรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมใจกันออกแถลงการณ์ประณามฝ่ายเจ้าหน้าที่รัฐอย่างรุนแรงแต่ไม่ได้มีการกล่าวถึงกรณีตำรวจได้รับบาดเจ็บสาหัสจากวัตถุระเบิด หรือการเผาทำลายทรัพย์สินราชการ สภานักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่มีกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมเป็นสมาชิก ออกแถลงการณ์ว่า การต่อสู้เรียกร้องสิทธิเสรีภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ไม่สมควรได้รับการตอบแทนเป็นปลายกระบอกปืนและความรุนแรงจากภาครัฐ ขอประณามและขอประกาศเคียงข้างราษฎรผู้กล้าหาญยืนหยัดท้าทายอำนาจอธรรมโดยไม่ย่อท้อ ส่วนกลุ่มทะลุฟ้าระบุว่า ขณะที่ประชาชนกำลังเรียกร้องชีวิตที่ดีกว่าให้พวกท่าน แต่พวกท่านยังกล้าแว้งกัดประชาชนด้วยการใส่ร้ายป้ายสี ใช้ความรุนแรงไม่เลือกหน้า แล้วยังจะเหลือเหตุผลใดที่ประชาชนจะไม่ลุกขึ้นมาตอบโต้ พร้อมประกาศส่งตัวแทนสังเกตการณ์ที่ดินแดงวันที่ 12 ก.ย.ส่วนความเคลื่อนไหวของกองทุนราษฎรประสงค์ ดูแลโดย น.ส.ไอดา อรุณวงศ์ และ ผศ.ดร.ชลิตา บัณฑุวงศ์ เงินกองกลางสำหรับใช้ประกันตัวกลุ่มผู้ชุมนุมต่อต้านรัฐบาล และประกันตัวผู้ต้องหาคดี ม.112 โพสต์ข้อความเฟซบุ๊กเพจกองทุนฯแจ้งยอดใช้จ่ายต่างๆ พร้อมระบุเงินระดมทุนล่าสุดหลังเหตุสลายการชุมนุมที่แยกดินแดงว่า หลังจากเหตุการณ์ สลายการชุมนุมด้วยความรุนแรงตลอดคืนวันที่ 11 ก.ย.ข่าวเบื้องต้นว่า มีประชาชนถูกจับกุมไปราว 40 คน ทำให้ประชาชนร่วมกันระดมเงินบริจาคเพิ่มเข้ามาเพื่อใช้วางประกันผู้ถูกจับกุมเหล่านี้ ทำให้ขณะนี้ยอดเงินในบัญชีเพิ่มขึ้นมากลายเป็น 4,059,701.02 บาท หรือเพิ่มขึ้นมาราวล้านกว่าบาทในคืนเดียว ยอดเงินที่โอนเข้ามายังคงเป็นยอดย่อยๆจากสารพัดทิศทางต่อเนื่องเป็นรายวินาที ทั้งหมดนี้แสดงถึงเจตจำนงประสงค์ของราษฎรจำนวนมหาศาลที่ยืนยันสิทธิการแสดงออกทางการเมือง อันหมายรวมถึงเยาวชน หญิงชายในนามทะลุแก๊สทุกท่านที่สามเหลี่ยมดินแดง ด้านความเคลื่อนไหวของกลุ่มทะลุแก๊สบริเวณสามเหลี่ยมดินแดง ช่วงเย็นมีกลุ่มวัยรุ่นแนวร่วมเริ่มทยอยเข้าพื้นที่ พร้อมจุดประทัดประปราย กระทั่งเวลา 19.00 น. กลุ่มทะลุแก๊สเริ่มจุดไฟเผายางรถยนต์ใต้ทางด่วนดินแดง 2 จุด ทำให้มีกลุ่มควันสีดำลอยคลุ้ง พร้อมปาขวดบรรจุน้ำมันเข้าไปเพิ่มเป็นระยะ ขณะที่กลุ่มรถ จยย.นั่งซ้อนท้ายตรงเข้าไปหน้ากรมดุริยางค์ทหารบก สลับกันปาประทัดลงถนนวิภาวดี รังสิต แต่เจ้าหน้าที่ คฝ.ยังคงวางกำลังอยู่ในที่ตั้ง ไม่ได้ใช้แก๊สน้ำตาหรือจัดกำลัง คฝ.ออกมาเผชิญหน้าแต่อย่างใดเวลา 19.40 น. กำลังตำรวจ คฝ. 1 กองร้อยพร้อมรถจีโน่ 2 คัน ออกจากที่ตั้งภายในกรมดุริยางค์ทหารบก เพื่อสกัดกั้นเพลิงไหม้บริเวณทางขึ้นด่วนดินแดง ขณะที่กลุ่มผู้ชุมนุมล่าถอยพร้อมสกัดกั้นด้วยการระดมยิงพลุไฟ และปาระเบิดใส่เจ้าหน้าที่ตลอดเวลา สถานการณ์ขณะนี้พบว่า แสงเพลิงเกิดขึ้น บริเวณทางขึ้นด่วนดินแดงมอดลงไปแล้ว ขณะที่กำลังชุดปฏิบัติการควบคุมฝูงชนล่าถอยกลับที่ตั้ง เพื่อสังเกตการณ์รอเวลาเคอร์ฟิว ขณะที่ด่านดินแดงประกาศงดใช้บริการชั่วคราวเนื่องจากเกิดเหตุเพลิงไหม้ ให้ผู้ใช้บริการใช้เส้นทางอื่น ทำให้การจราจรหน้าด่าน ดินเเดงติดขัด เนื่องจากด่านเก็บเงินประกาศงดใช้บริการ ต้องระบายรถไปเส้นทางอื่น