มวลชนวัยรุ่นสายบวกผิดหวัง กลุ่มทะลุฟ้าปรับแผนใหม่เน้นสันติวิธี ไม่เคลื่อนขบวนจากอนุสาวรีย์ ประชาธิปไตย ตำรวจเข้าใจไม่ขัดขวางเปิดทางแสดงสัญลักษณ์ จัดกิจกรรมร่วมยืนไว้อาลัยผู้เสียชีวิตจากความล้มเหลวของรัฐในการแก้ปัญหาโควิด-19 เผาหุ่นฟางไล่ “บิ๊กตู่” ย้ำไม่ได้จัดม็อบที่ดินแดง แกนนำอาชีวะขึ้นเวทียืนยันพวกก่อเหตุที่ดินแดงไม่ใช่สายฟันเฟือง พร้อมประกาศชัยชนะชุมนุมสันติวิธีสำเร็จ ผบช.น.นำตำรวจ อคฝ.ทดสอบการยิงแก๊สน้ำตา ชี้เป็น รุ่นใหม่ไม่อันตรายถึงชีวิต ปลอดภัยกว่าที่ใช้ปราบม็อบเมื่อปี 51 เพราะยิงแล้วไม่มีการระเบิดออก วัยรุ่นสายฮาร์ดคอร์มาตามนัดบริเวณแยกดินแดง รวมตัวเข้าตีแนวตู้คอนเทนเนอร์หลายครั้ง ประเคนทั้งลูกแก้ว ใช้หนังสติ๊กยิงระเบิดปิงปองใส่ และพยายามเผาตู้ แต่ตำรวจยังนิ่งยิงแก๊สน้ำตาและกระสุนยางโต้เป็นระยะ ยังไม่ออกมากระชับพื้นที่ ด้านอาการเด็ก 15 เหยื่อกระสุนปริศนา หน้า สน.ดินแดง ยังโคม่า แพทย์ รพ.ราชวิถีดูแลอย่างใกล้ชิด กรณีกลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุม กลุ่มราษฎร เยาวชนปลดแอก พร้อมกลุ่มแนวร่วมอีกหลายกลุ่มออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองหลายครั้ง เพื่อขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม และรัฐบาล เนื่องจากบริหารบ้านเมืองผิดพลาด ต่อมา กลุ่มทะลุฟ้านัดชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยมุ่งหน้าทำเนียบรัฐบาล แต่ถูกตำรวจ อคฝ.ตั้งแนวรั้วลวดหนามสกัดบริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ ขณะเริ่มปราศรัยมีกลุ่ม จยย.ฮาร์ดคอร์บุกไปตัดลวดหนาม ทำให้ตำรวจยิงแก๊สน้ำตาและกระสุนยาง ตอบโต้จนต้องประกาศยุติการชุมนุม ขณะที่กลุ่ม จยย.มุ่งหน้ากลับไปปะทะตำรวจควบคุมฝูงชนบริเวณแยกดินแดง จนเกิดเหตุบานปลายมีผู้ถูกยิงบริเวณด้านหน้า สน.ดินแดง บาดเจ็บอาการเด็ก 15 ยังทรงตัวความคืบหน้าจาก สน.ดินแดง เมื่อวันที่ 18 ส.ค. ที่โรงพยาบาลราชวิถี ผู้สื่อข่าวเข้าไปสอบถามอาการนายฤทธิ์ (นามสมมติ) อายุ 15 ปี นักเรียนชั้น ม.3 โรงเรียนแห่งหนึ่ง ที่ถูกยิงที่บริเวณท้ายทอยบาดเจ็บ ได้รับแจ้งว่าขอให้ติดตามการแถลงผลการ รักษาที่เพจโรงพยาบาลราชวิถี จะออกแถลงการณ์ความคืบหน้าเป็นระยะ ต่อมา นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เผยความคืบหน้าอาการผู้บาดเจ็บ ที่ รพ.ราชวิถี จากเหตุชุมนุมที่สามเหลี่ยมดินแดง และมีกระสุนค้างบริเวณก้านสมอง 1 นัดว่า ล่าสุด ได้รับรายงานจาก รพ.ถึงอาการยังคงที่ ไม่ได้ดีขึ้น หรือแย่ลง สมองยังคงบวมอยู่ แพทย์ยังไม่สามารถผ่าตัดนำเอากระสุนออกมาได้ เนื่องจากกระสุนฝังบริเวณ สำคัญ ต้องรอให้อาการคงที่จึงสามารถผ่าตัดได้ เพื่อความปลอดภัยของคนไข้ ตำรวจทำความสะอาดป้าย ตร.ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เจ้าหน้าที่สำนักเลขานุการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตำรวจกองบัญชาการตำรวจสันติบาล และกลุ่มจิตอาสาจาก โรงเรียนพาณิชยการกรุงเทพ เข้าทำความสะอาดและ ปรับปรุงป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ถูกผู้ชุมนุมกลุ่มทะลุฟ้า และเครือข่ายทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ด้วยการสาดสี และขว้างปาสิ่งของใส่จนสกปรกเสียหาย เจ้าหน้าที่ทำนั่งร้านขึ้นไปทำความสะอาดและทาสีใหม่ ส่วนป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติหลังทำความสะอาดนำผ้าใบ สีฟ้ามาคลุมทับไว้ชั่วคราว ส่วนผิวจราจรและทางเท้าในรั้วสำนักงานตำรวจแห่งชาติ บริเวณทางเข้าถนนพระราม 1 ที่เปรอะเปื้อนด้วยสีชมพูเต็มพื้น ยังพบว่า มีร่องรอยสีชมพูตกค้างอยู่แม้ทำความสะอาดแล้วน.1 สาธิตยิงแก๊สน้ำตาที่สนามบุณยะจินดา สโมสรตำรวจ เมื่อเวลา 11.00 น. พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. และเจ้าหน้าที่ชุดควบคุมฝูงชน บก.อคฝ. ร่วมกันทดสอบและสาธิตการยิงแก๊ส น้ำตาที่ใช้ควบคุมฝูงชนในสถานการณ์การชุมนุม เนื่องจากถูกกล่าวหาในวงกว้างว่าทำอันตรายต่อผู้ชุมนุม พล.ต.ท.ภัคพงศ์กล่าวว่า การสาธิตยิงแก๊สน้ำตาวันนี้ เพื่อให้เห็นว่าการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจใช้อุปกรณ์ควบคุมฝูงชนที่ได้รับอนุมัติตามมติ ครม. อุปกรณ์ที่ใช้ไม่ถึงแก่ชีวิต วันนี้จะให้ดูกระสุนแก๊สที่ใช้ในปัจจุบันว่าลักษณะก่อนและหลังยิงเป็นอย่างไร ยืนยันว่าแก๊สน้ำตาไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต ตำรวจคิดว่า หากไม่ทำอะไรจะมีความรุนแรงกว่านี้ กรณีเกิดเหตุถกเถียงกันว่าผู้ถูกยิงอยู่ในระยะไม่ต่ำกว่า 100 เมตร เราจะจำลองดูว่าลักษณะการยิงจริงๆทำอย่างไร เพราะการยิงแก๊สบางครั้งมีข้อจำกัดไม่ว่าจะเป็นทิศทางลม พื้นที่ชุมนุม เรามีความจำเป็นต้องยิงไปตามสถานการณ์นั้นๆ ทั้งนี้ แก๊สน้ำตาจะใช้ยิงในระยะไกล ส่วนระยะใกล้ใช้การขว้าง ส่วนกระสุนยาง ปกติยิงในระยะ 15 เมตร ยันแก๊สน้ำตารุ่นใหม่ไม่ระเบิดหลังจากนั้น พ.ต.ท.ศรายุทธ อรุณฉาย รองผกก.1 บก.อคฝ. สาธิตวิธียิงแก๊สน้ำตา ICL-830 cartridge with tear gas projectile ขนาด 38 มม. แบบวิถีโค้งเพื่อควบคุมฝูงชน 3 นัด กำหนดจุดตกบริเวณริมสนามฟุตบอล ห่างจากจุดยิงประมาณ 150 เมตร ผลการสาธิตกระสุนแก๊สน้ำตาตกใกล้เคียง เป้าหมาย เนื่องจากมีผลกระทบจากกระแสลม พ.ต.ท.ศรายุทธอธิบายว่า การยิงแก๊สน้ำตามีระยะยิงอยู่ที่ 50 เมตร 100 เมตร และ 150 เมตร แต่ละครั้งจะคาดคะเนจุดตก เพื่อให้ลมพัดเอาควันไปยังจุดที่เป็น เป้าหมาย ยืนยันว่าไม่มีการเล็งใส่ตัวบุคคล ยิงแต่ละครั้ง ต้องคิดคำนวณให้ดี เพราะแต่ละลูกราคากว่า 3,000 บาท และมาจากภาษีของประชาชน มุมที่ทดสอบวันนี้เป็นมุมยิงปกติในการควบคุมฝูงชน แสดงให้เห็นว่าตัวปลอกกระสุนที่เป็นโลหะยังค้างอยู่ในลำกล้องปืน ไม่ลอยไปทำอันตรายผู้ชุมนุม ส่วนที่ลอยออกไปมีเพียงส่วนตัวกระบอกบรรจุแก๊สน้ำตาทำจากพลาสติกสีน้ำเงิน ภายในบรรจุสารแก๊สน้ำตาลุกไหม้ได้ด้วยตัวเอง ไม่ใช่ชนิดระเบิดเหมือนที่เคยใช้ สลายการชุมนุมปี 2551 ดังนั้นชนิดที่ใช้ปัจจุบันจึงไม่เป็นอันตราย แต่ยอมรับว่าบางครั้งลมมีผลต่อวิถีของแก๊สน้ำตา ทำให้ไม่ไปตกในจุดเป้าหมาย อาจโดนถูกผู้ชุมนุมได้เช่นกันกำชับยิงวิถีโค้งเท่านั้นผู้สื่อข่าวถามว่า การสาธิตเห็นยิงเป็นวิถีโค้ง แต่ภาพที่ปรากฏเวลาปะทะระหว่างเจ้าหน้าที่กับมวลชน เจ้าหน้าที่จะขึ้นไปอยู่บริเวณจุดสูงข่ม เช่น บนทางด่วน ยิงกดลงมาด้านล่าง กำชับเจ้าหน้าที่อย่างไร พ.ต.ท.ศรายุทธกล่าวว่า ในหน่วยของตนก่อนออกปฏิบัติ หน้าที่ทุกครั้ง จะสั่งกำชับการปฏิบัติให้เป็นไปตามที่ฝึกเสมอ ส่วนภาพเหตุการณ์การยิงลักษณะจากบนที่สูง หากเป็นหน่วยอื่นตนไม่สามารถให้ความคิดเห็นได้ แต่ถ้าพบในหน่วยตนจะทบทวนและเน้นย้ำให้ปฏิบัติตามหลักที่ฝึกมาทุกครั้ง เพราะตำรวจไม่ใช่คู่ขัดแย้ง แต่มีหน้าที่ควบคุมให้สถานการณ์บ้านเมืองสงบ ระหว่างนั้นมีผู้สื่อข่าวขอทดลองสัมผัสปืนยิงแก๊สน้ำตาและลองเล็งยิงด้วยแจงเบี้ยเลี้ยงตำรวจ อคฝ.ด้าน พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (โฆษก ตร.) กล่าวถึงกรณีโซเชียลมีเดียแชร์ข้อมูลตำรวจควบคุมฝูงชน (คฝ.) ร้องเรียนไม่ได้รับเบี้ยเลี้ยงค่าปฏิบัติงานว่า การดูแลเรื่องอาหาร ประจำวัน เราโอนให้ บช.น. ตรงนี้ไม่มีข้อขัดข้องอะไร ส่วนเบี้ยเลี้ยงรายวันจะมี 2 แนวทาง 1.ทางหน่วยมีเงินสำรองจะแจกจ่ายให้ติดตัวมาปฏิบัติหน้าที่ 200 บาทต่อวัน และ 2.การโอนเข้าบัญชีภายในไม่เกิน 5 วัน ไม่ใช่เสร็จงานแล้วจ่ายทันที ยืนยันว่าเงินไม่ตกหล่นไปไหน อาจมีบางท่านเข้าใจคลาดเคลื่อนว่า ทำไมกลับไปแล้วไม่ได้ อยากให้ผู้บังคับบัญชาทำความเข้าใจผู้ใต้บังคับบัญชา หากมีหลักฐานว่า หน่วยใดทุจริต พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.สั่งให้ดำเนินการอย่างเด็ดขาด “ทะลุฟ้า” ชุมนุมไล่รัฐบาลที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนินกลางเวลา 15.00 น. กลุ่มทะลุฟ้านำโดยนายนวพล ต้นงาม และนายทรงพล สนธิรัตน์ นัดหมายมวลชนแนวร่วมจัดชุมนุม 18 สิงหาไล่ล่าทรราช ชุมนุมต่อเนื่องครั้งที่ 5 หลังแกนนำสำคัญ 2 คน คือ นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน และ น.ส.ปนัดดา ศิริมาศกูล หรือต๋ง ถูกจับกุมและยังไม่ได้ประกันตัว กิจกรรมชุมนุมครั้งนี้ได้รับการจับตาจากสื่อมวลชนทุก แขนงมารายงานข่าวพร้อมอุปกรณ์ป้องกันตัวครบถ้วน แต่ปรากฏว่า กลุ่มทะลุฟ้าปรับแผนใหม่เป็นปักหลักอยู่กับที่ ไม่เคลื่อนมวลชนไปยังสถานที่ราชการเพื่อหลีกเลี่ยงเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง แต่ยังคงมีมวลชนวัยรุ่นจำนวนหนึ่งขี่รถ จยย.มาจอดรอดูท่าทียันสันติวิธีไม่เคลื่อนย้ายเวลา 16.00 น. แกนนำกลุ่มทะลุฟ้าเริ่มทำกิจกรรมประท้วงเชิงสัญลักษณ์แบบสันติวิธี ด้วยการปิดการจราจรรอบอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย 2 ช่องทาง นำหุ่นฟางทาสีแดงสื่อถึงประชาชนที่เสียชีวิต ปีนขึ้น ไปห้อยไว้รอบอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ติดป้ายข้อความ “รัฐล้มเหลวประชาชนล้มตาย” บนพานอนุสาวรีย์ฯ นำธงกาชาดสีแดงขาวไปติดเพื่อสื่อว่าประเทศไทยต้องการความช่วยเหลือ บริเวณฐานอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยมีกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์เสียดสีผู้นำ ด้วยการนำ หุ่นฟางไปวางท่านั่งบนเก้าอี้พลาสติกสีแดง หุ่นแต่ละตัว ติดภาพใบหน้าคล้ายคณะรัฐมนตรี สื่อถึงรัฐบาลที่ บริหารประเทศล้มเหลวทำประชาชนล้มตาย แจกจ่ายชอล์กสีให้มวลชนนำไปเขียนความในใจลงบนพื้นผิว จราจรรอบฐานอนุสาวรีย์ฯ นอกจากนี้ ยังโปรยกระดาษ 2475 แผ่นที่เขียนข้อความความล้มเหลวของรัฐบาลรอบอนุสาวรีย์ฯด้วยดัดหลังฮาร์ดคอร์ปะทะตำรวจผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังกลุ่มทะลุฟ้าปรับแผน ใหม่เป็นปักหลักอยู่กับที่ และใช้วิธีแสดงสัญลักษณ์แทน ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่เคลื่อนกำลังเข้ามาใกล้ กลุ่มผู้ชุมนุม ปล่อยให้ทำกิจกรรมส่งผลให้มวลชนวัยรุ่นขี่ จยย.ที่เดินทางมาเป็นกลุ่มๆเริ่มออกอาการ คันไม้คันมือ บ้างเร่งเครื่องรถ จยย.เสียงดัง บ้างบีบ แตรขี่รถวนไปวนมา แต่แกนนำกลุ่มทะลุฟ้าไม่ได้สนใจ นำรถเครื่องกระจายเสียงมาจอดพร้อมเปิดการ ปราศรัยโจมตีรัฐบาล ทั้งยังมีการแจกจ่ายอาหารให้ ผู้มาร่วมชุมนุม และประกาศด้วยว่า “ขอให้ผู้ชุมนุมร่วมกันจับตาวันนี้ อาจมีบุคคลมาสร้างความไม่สงบ ขอให้พี่น้องที่อยู่โดยรอบระมัดระวังด้วย ถ้าพบสิ่ง แปลกปลอมขอให้แจ้งเรา ขอย้ำว่าทะลุฟ้าจะยังยึดในหลักสันติวิธีไม่ใช้ความรุนแรงกับรัฐเหมือนกับที่รัฐทำกับเรา” ปราศรัยโจมตีบริหารล้มเหลวเวลา 17.20 น. กลุ่มทะลุฟ้าเปิดการปราศรัยอย่างเป็นทางการ พร้อมปิดการจราจรถนนราชดำเนินกลางขาเข้า พิธีกรบนเวทีประกาศย้ำว่า “วันนี้กลุ่มทะลุฟ้าเราจัดชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยไม่ใช่ แยกดินแดง ขอยืนยันหลักสันติวิธี ขอร้องไม่ให้ไป ยั่วยุเจ้าหน้าที่ เพราะศัตรูเราคือประยุทธ์ไม่ใช่ตำรวจ แค่เขาโดนนายสั่งมาก็แย่แล้ว ขณะเดียวกัน พล.ต.ต. อรรถวิทย์ สายสืบ ผบก.น.3 นายตำรวจฉายานักเจรจา ม็อบ เดินทางมาในพื้นที่ชุมนุมและทักทายผู้ชุมนุมที่รู้จักกันอย่างอารมณ์ดี กระทั่งเวลา 18.00 น. เวที ม็อบทะลุฟ้าเชิญชวนผู้เข้าร่วมยืนตรงชูสามนิ้วเคารพธงชาติ จากนั้นยืนสงบนิ่ง 1 นาที ไว้อาลัยให้ผู้เสียชีวิต จากโควิด-19 เพราะความล้มเหลวของรัฐ บรรยากาศการชุมนุมเป็นไปอย่างสงบเรียบร้อย ทำให้มีกลุ่มเด็กวัยรุ่นนำสเกตบอร์ดมาเล่นรอบบริเวณ ส่วนกลุ่ม จยย.มุ่งหน้าไปที่แยกดินแดงแกนนำอาชีวะยันไม่เกี่ยวม็อบดินแดงต่อมา 18.30 น. แกนนำกลุ่มอาชีวะขึ้นปราศรัยชี้แจงเหตุความรุนแรงที่เกิดขึ้นที่แยกดินแดงต่อเนื่องหลายวัน นายธนเดช ศรีสงคราม หรือม่อน มีนโป แกนนำกลุ่มอาชีวะพิทักษ์ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวว่า อาชีวะเราไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่ดินแดง ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มไหน เราไม่มีกิจกรรมหรือความเคลื่อนไหววันนี้ กำลังสงสัยว่าเหตุที่ดินแดงนั้น คนที่ก่อเหตุคือใครและใครจ้างมา อาชีวะเรายึดหลักสันติมาตั้งแต่ต้น เราเชื่อมโยงหลายสถาบันให้เลิกตีกัน และออกมาเรียกร้องประชาธิปไตยปกป้องมวลชนเตือนสติรุนแรงไม่มีวันชนะ“น้องอาชีวะฟังพี่ให้ดีว่า ที่ออกมาทำแบบนี้ทำด้วยหัวใจหรือความคึกคะนอง อย่าตกเป็นเครื่องมือของใคร ความรุนแรงไม่ได้ทำให้เราได้สิ่งที่เรียกร้อง สามเหลี่ยมดินแดงไม่ใช่จุดหมายปลายทาง จุดหมายเราอยู่ตรงนี้คือประชาธิปไตย พวกเราไม่อยากเห็นใครต้องจบชีวิตเพราะออกมาเรียกร้องประชาธิปไตยอีก ฝากถึงคนที่อยู่สามเหลี่ยมดินแดงถ้าได้ยินเสียงนี้เก็บไปคิดว่า ถ้าน้องเป็นอะไรไปคนที่เสียใจคือพ่อแม่ ถ้าใช้ความรุนแรงแล้วจบทำไปนานแล้ว ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มไหน ถ้าได้ฟังขอให้ยุติแล้วกลับบ้าน การ ต่อสู้ไม่ได้จบภายในวันเดียว” นายธนเดชกล่าวหวั่นรุนแรงแนวร่วมหายด้านนายเกวลัง ธัญญเจริญ หรือเก่งอาชีวะ แกนนำกลุ่มการ์ดราษฎร กล่าวว่า เหตุที่สามเหลี่ยมดินแดงไม่ใช่ประวัติศาสตร์ แต่ที่เราต้องการประวัติ– ศาสตร์ที่เราอยากบันทึกคือ สิ่งที่เราไล่ พล.อ.ประยุทธ์ ให้ออกไป ขอให้นึกถึงคนอื่นที่เขาอยากมาร่วมกับ พวกเรา พอเกิดเหตุปะทะเขาก็ไม่อยากมา เราต้องสู้อีกหลายครั้ง วันนี้ทะลุฟ้าพิสูจน์แล้วว่า สันติวิธีอยู่ตรงนี้ไม่ได้อยู่ตรงสามเหลี่ยมดินแดง อย่าตกหลุมพราง ยั่วยุไปสู่ความรุนแรงที่เขาพยายามให้เราแรง เพื่อยกระดับให้ไปจบที่ทหาร ทุกคนอยากเห็นอย่างนั้นหรือ ตนขอให้จบที่เราเพื่อจะสร้างรัฐธรรมนูญขึ้นมาใหม่ประกาศชัยชนะยุติการชุมนุมเวลา 19.20 น. เวทีม็อบทะลุฟ้าจุดไฟกองเล็ก เผาหุ่นฟางขึ้นบริเวณหน้าอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเป็นสัญลักษณ์ แล้วเปิดเพลงเชิญชวนผู้ชุมนุมออกมารำวงอย่างสนุกสนาน คล้ายกิจกรรมปิดงานค่ายอาสาพัฒนาตามที่แกนนำและมวลชนกลุ่มทะลุฟ้าส่วนใหญ่เป็นนักกิจกรรมสังคมถนัด นายนวพลกล่าวว่า การชุมนุมวันนี้เราต้องการแสดง ออกเพื่อตอกย้ำความล้มเหลวของรัฐบาล นำโดย พล.อ.ประยุทธ์ ที่ส่งผลให้ประชาชนล้มตายทุกวัน วันนี้พวกเราทำสำเร็จแล้ว และไม่ถูกสลายการชุมนุม นี่คือชัยชนะของประชาชน จากนั้นก็มีการประกาศยุติการชุมนุมแยกย้ายกันกลับโดยสงบ กลุ่มฮาร์ดคอร์ดินแดงลุยตำรวจส่วนบรรยากาศที่แยกสามเหลี่ยมดินแดงเวลาเดียวกัน มีกลุ่มวัยรุ่นหัวรุนแรงเคลื่อนขบวนไปปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนด้านหลังแนวกำแพงตู้คอนเทนเนอร์บนถนวิภาวดีรังสิตขาออกรายวัน เริ่มต้นเมื่อเวลา 17.15 น. กลุ่มวัยรุ่น ส่วนใหญ่เป็นนักศึกษา อาชีวะ และเยาวชนอายุต่ำกว่า 15 ปี ประมาณ 50 คน เคลื่อนขบวนรถ จยย.มารื้อแนวรั้วลวดหนามของเจ้าหน้าที่บริเวณปากซอยร่วมมิตร ถนนอโศก-ดินแดง พร้อมบีบแตรและเบิ้ลเครื่องรถเสียงดัง บุกเข้าไปยิงหนังสติ๊ก ปาประทัด และระเบิดปิงปอง ใส่แนวกำแพงตู้คอนเทนเนอร์ที่ตั้งสกัดทางเข้าถนนวิภาวดีฯขาออก ทำให้ตำรวจควบคุมฝูงชนด้านหลังแนวกำแพงตู้คอนเทนเนอร์ ยิงแก๊สน้ำตาออกมาสกัดเป็นระยะตอบโต้ด้วยกระสุนยาง–แก๊สน้ำตาเวลา 19.00 น. กลุ่มมวลชนเด็กวัยรุ่นยังคงปักหลักใช้หนังสติ๊กยิงระเบิดปิงปอง ประทัดยักษ์ ใส่ แนวป้องกันของเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนหลังกำแพงตู้คอนเทนเนอร์และทางด่วนมหานครทุกทิศทาง ทั้งฝั่งถนนวิภาวดีรังสิตขาออกและถนนวิภาวดีรังสิตขาเข้า ช่วงสำนักงานด่านเก็บค่าผ่านทางด่วนดินแดง เป็นเวลานานกว่า 2 ชม. นอกจากนี้มีวัยรุ่นบางกลุ่มพยายามจุดไฟเผากำแพงตู้คอนเทนเนอร์แต่ไม่สำเร็จ ขณะที่ฝ่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้เพียงการยิงกระสุนยางและแก๊สน้ำตาสกัดการโจมตีทุก 10-15 นาทียังไม่มีการเคลื่อนกำลังกระชับพื้นที่ ท่ามกลางเสียงตะโกนท้าทายกลุ่มวัยรุ่นบางส่วนที่เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจออกมาปะทะกันซึ่งหน้า อย่างไรก็ตาม การปะทะวันนี้ กลุ่มมวลชนวัยรุ่นปรับ ยุทธวิธี ใช้การหมุนเวียนกำลังแต่ละกลุ่มผลัดกันเข้าปะทะกับตำรวจ นอกจากนี้มีประชาชนละแวกสามเหลี่ยมดินแดงและพื้นที่ใกล้เคียงออกมาดูการปะทะมากกว่าทุกวันกลุ่ม จยย.ถอย–ตร.กระชับพื้นที่เวลา 19.30 น. เด็กวัยรุ่นส่วนใหญ่ออกจากพื้นที่แยกดินแดง กลุ่มที่ล่าถอยบางคนอ้างว่า ลูกพี่สั่งให้ถอย เพราะใกล้เวลาเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนออกปฏิบัติการกระชับพื้นที่ และบางส่วนระบุมาไกล จากร่มเกล้าไม่อยากเจอด่านตรวจ ถ้าออกจากพื้นที่ช้าอาจติดเคอร์ฟิว แต่หลังจากเด็กๆออกจากแยกสามเหลี่ยมดินแดงมุ่งหน้าแยกราชปรารภเพียง 10 นาที เจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิออกปฏิบัติการกระชับพื้นที่ เริ่มจากอนุสาวรีย์ชัยมุ่งหน้าแยกราชปรารภ แยกสามเหลี่ยมดินแดง และแยกประชาสงเคราะห์หน้าแฟลตดินแดง มีชุดค้นหา และจับกุมเดินตรวจตามซอยต่างๆ ตลอดแนวถนนราชวิถี ถนนอโศก-ดินแดงที่กลุ่มวัยรุ่นล่าถอยออกไป กระจายกันหลบหนีเข้าซอยทางลัดออกถนนจตุรทิศ ถนนพระรามเก้า และพญาไท