งานกร่อยตั้งแต่ยังไม่ทันเริ่มเทศกาล ตามรูปการณ์ที่กระทรวงวัฒนธรรมได้กำหนดแนวทางการจัดงานประเพณีสงกรานต์ ประจำปี 2564 “สงกรานต์วิถีใหม่ สืบสานวัฒนธรรมไทย” โดยที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่อนุมัติสรุปห้ามการสาดน้ำ ห้ามใช้ปืนฉีดน้ำ ห้ามประแป้ง พื้นที่ที่มีการจัดงานจะต้องมีการเว้นระยะห่าง 1 คนต่อ 1 ตารางเมตร สวมใส่หน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้า 100 เปอร์เซ็นต์ส่วนการจัดกิจกรรมตามประเพณีไทย เช่น รดน้ำดำหัว สรงน้ำพระ สามารถทำได้ทั้งหมดทั้งปวงล้อตามเงื่อนไขสถานการณ์ไวรัสมรณะโควิด-19 ที่อยู่ในโหมดอันตราย ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายวันเด้งกลับมาอย่างน่าตกใจและหนักใจโดยเฉพาะ “คลัสเตอร์” ตลาดเขตบางแค ฝั่งธนบุรี ชานเมืองกรุง สถานการณ์ติดเชื้อไวรัสมรณะพุ่งขึ้น สวนทางกับ ความหวังสุดท้ายในการสกัดโรคระบาด “วัคซีนโควิด-19” ยังกึกๆกักๆ ท่ามกลางอาการกล้าๆกลัวๆแบบที่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม นำทีมรัฐมนตรีจัดอีเวนต์ฉีดวัคซีนยี่ห้อ “แอสตราเซเนกา” โชว์กระตุ้นความมั่นใจงานนี้อย่าว่าแต่จะกระตุ้นความมั่นใจของประชาชนคนไทยท่ามกลางข้อมูลสับสนเกี่ยวกับผลข้างเคียงของวัคซีนแอสตราเซเนกาสังเกตว่ารัฐมนตรีบางคนยังหายไปจากเฟรม อาทิ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ก็ยอมรับสารภาพตรงๆตัวเองแก่แล้ว ไม่ใช่เด็ก ช็อกตายจะทำอย่างไร อารมณ์ใกล้เคียงกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ ผู้มากบารมี ที่อ้างกลัวผลข้างเคียงวัคซีน ทำให้แผนมีบุตรเกิดปัญหาขาใหญ่ยังส่ออาการกล้าๆกลัวๆ แหยงวาฬตายน้ำตื้นสถานการณ์วัคซีนโควิดที่มีผลโดยตรงต่อโอกาสฟื้นเศรษฐกิจยังไม่มีแววตั้งหลักได้ในเร็ววันนั่นยังซ้ำด้วยแรงกดทับทางการเมืองที่ไหลเข้าโหมด “หักดิบ” กันไปแล้วภายหลังที่ประชุมร่วมรัฐสภาเดินหน้าลงมติคว่ำร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 256 และเพิ่มหมวด 15/1ด้วยอิทธิฤทธิ์ของ “ส.ว.ลากตั้ง” ผนึกกำลังกับค่ายพลังประชารัฐรวบรัดตัดเกมฝ่ายสนับสนุนให้รื้อรัฐธรรมนูญแบบไม่ทันตั้งหลัก มือกฎหมาย “ม้าใช้” ของทีม 3 ป. อย่างนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ชิงเล่นเกมเร็ว เสนอญัตติโหวตคว่ำ ล้มกระดานสารพัดญัตติที่รัฐสภากำลังเดินหน้าลงมติฟาวล์ไปโดยปริยายลากเกมรื้อรัฐธรรมนูญ วนกลับไปเริ่มนับหนึ่งกันใหม่ในอารมณ์แบบที่ค่ายภูมิใจไทยทำเป็นโชว์บทเกรียน ฮึดฮัดกันพอเป็นพิธี โวยวายด่าสภาโจ๊ก ส่งทีมเด็กรุ่นใหม่มาแถลงทำทีเป็นขอโทษประชาชนที่ทำตามที่สัญญาไว้ไม่ได้ แต่ตอนจบนักข่าวถามจะมีผลต่อการร่วมรัฐบาลหรือไม่ ทีมเซราะกราวออกตัวทันที เรื่องรัฐธรรมนูญกับการบริหารมันคนละเรื่องกันแต่โชว์หล่อ ขอตีกินกระแส แต่เอาเข้าจริงก็เกาะขาทหารเฒ่าต่อไปงานนี้เลยโดนกระแสโซเชียล รู้ทัน ด่าซ้ำทีมเซราะกราว “ลิเกหลงโรง”เช่นเดียวกับค่ายประชาธิปัตย์ที่แค่ส่งตัวจี๊ดออกมาโวยวายพอเป็นพิธี แต่สุดท้ายก็ปล่อยเลยตามเลย ไม่มีอาการขึงขันดึงดัน กับการรักษาสัญญารื้อรัฐธรรมนูญที่ให้ไว้กับประชาชนตอนหาเสียงประชาธิปัตย์ก็แค่เกาะหลักการที่โยกเยก ถึงที่สุดก็เลือกเกาะขบวนรถเสบียงรัฐบาล 3 ป. ต่อไป ภายใต้เงื่อนไขสถานการณ์พรรคที่กระแสถดถอย แม้ฐานที่มั่นยังถูกเจาะกระจุยประชาธิปัตย์ ภูมิใจไทย ไม่มีพรรคไหนกล้าสบตาแกล้ง “หูดับ” กับเสียงท้าให้ถอนยวงจากรัฐบาล แม้แต่ฝ่ายค้านอย่างพรรคเพื่อไทยเอง ก็ยังสังเกตได้ถึงอาการชกผิดฟอร์ม แค่ออกแอ็กชันพอเป็นกระษัย แต่ไม่ใส่แบบเต็มแรงตามสถานะหัวขบวนที่ชูธงประกาศรื้อรัฐธรรมนูญมาตั้งแต่ก่อนเลือกตั้งพอถึงจังหวะทีเด็ดทีขาด แทนที่จะระดมพลังกลับออกลูกแทงกั๊กแถมยังมี ส.ส.บางคนของทีมดูไบ เล่นบท “อีแอบ” ไม่กล้ากดปุ่มโหวตหนุนญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 3 อ้างแหยงติดเงี่ยงคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญตอกย้ำเหลี่ยม “มวยล้ม” ค้านไปลุ้นเสียบร่วมรัฐบาลไปฟอร์มธรรมชาติ สัญชาตินักเลือกตั้งอาชีพมีแต่อยากเสียบร่วมรัฐบาล ไม่มีใครอยากเหนื่อยเลือกตั้งเกมรื้อรัฐธรรมนูญก็แค่ “ลิเก” แก้บน หลอกคนดู ให้ตามแห่ก็เท่านั้นถึงวันนี้เกมหักดิบเล่นกันชัด โอกาสรื้อรัฐธรรมนูญในสภา แทบปิดประตูล็อกตายแม้จะยังมีช่อง ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญแบบรายมาตรา แต่ดูจากเงื่อนไขที่ย้อนแย้ง ตามเงื่อนไขร้อนแรงแบบที่นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ทวีตข้อความส่งสัญญาณฝ่ายเดินหน้าลุยรื้อรัฐธรรมนูญ รณรงค์เข้าชื่อเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมเป็นรายมาตรา1.ยุบวุฒิสภา ใช้สภาเดียว 2.ปฏิรูปศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ 3.ยกเลิกแผนยุทธศาสตร์ชาติ ทั้งหมดนี้เพื่อจัดการเครื่องกีดขวางการแก้รัฐธรรมนูญ จัดการนั่งร้านระบอบสืบทอดอำนาจคณะรัฐประหารโดยคำตอบที่แทงล่วงหน้าได้ชัดกว่า “ไฮโลเปิดถ้วยแทง”ทหารเฒ่า 3 ป. “ปักหมุด” ลากยาว ไม่ใช่แค่ 2 ปีที่เหลือ แต่ยังต่อโปรโมชันถึงเลือกตั้งสมัยหน้า“ส.ว.ลากตั้ง” ไม่มีวัน “ทุบหม้อข้าวตัวเอง”โอกาสแก้ไขรัฐธรรมนูญแบบรายมาตรา สกัดเส้นทางต่อท่ออำนาจทหารเฒ่า 3 ป. โละ 250 ส.ว.ลากตั้ง ไม่มีทางผ่านด่าน 250 ส.ว. แม้ชาติหน้าตอนบ่ายเอาเป็นว่าเกมรื้อรัฐธรรมนูญในสภา “ปาหี่” เลิกถึงจุดที่คนดู โดยเฉพาะมวลชนคนรุ่นใหม่ อ่านไต๋ทหารเฒ่า 3 ป. ทะลุไปยันตับไตไส้พุง คิวรื้อรัฐธรรมนูญแค่ลิเก ถ่วงเวลาคนดู ยื้ออาการเฮี้ยวม็อบนักศึกษาจบที่ “เบี้ยว” ตามฟอร์มนิทานหลอกเด็กไม่เป็นแบบที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ประกาศเปิดทางให้ดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พูดกันชัดถ้อยชัดคำ ช่วงที่โดนม็อบเด็กออกมาล้นถนน ไล่ต้อนเข้าจนกระดานตามรูปการณ์เป็นอย่างที่นักเรียน นิสิต นักศึกษา ไม่หลง “เกม” คนแก่ ไม่ร่วมวงมาตั้งแต่ต้นเด็กรู้ทัน ไม่หลงกล แกะรอยตาม “เกมแกง” มาตลอดช็อตจากนี้ก็ลุ้นต่อฉากบันเทิงเกมอำนาจการเมืองไทยลิเกเลิก ลุ้นหนังบู๊ ตามเงื่อนไขสถานการณ์บังคับ ในเมื่อลำพังพลังมือของพรรคก้าวไกลที่แตะกับพรรคเสรีรวมไทยยก 2 แขน 2 ขา ยังไม่มีทางดันประตูกลที่ “ซือแป๋มีชัย” ซ่อนหมากป้องรัฐธรรมนูญ 2560 ได้มันก็หนีไม่พ้นต้องลากเกมในสภา ไหลไปรวมพลังกับพลังมวลชนนอกสภาในจังหวะสถานการณ์ที่แกนนำระดับ “หัวโจก” ไล่ตั้งแต่ “ทนายอานนท์” นายอานนท์ นำภา นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข “ไผ่ ดาวดิน” นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา “เพนกวิน” นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ “รุ้ง” น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล “ไมค์” นายภาณุพงศ์ จาดนอก “แอมมี่ เดอะบอตทอมบลูส์” นายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ ฯลฯโดนล็อกตัวอยู่ในเรือนจำ โดยศาลไม่ให้ประกันตามความมั่นอกมั่นใจของฝ่ายหนุนอำนาจทหารเฒ่า 3 ป. และการประเมินของหน่วยความมั่นคง อาจจะเชื่อในยุทธศาสตร์ล็อกหัวแล้วหางจะไม่ส่ายไร้แกนนำป่วนแล้วม็อบเด็กจะหมดฤทธิ์แต่อีกมุมหนึ่งก็อาจคิดผิด ตามสัญญาณการเรียกระดมผลของกลุ่ม REDEM โหวตผ่านเพจของแนวร่วมเยาวชนกลุ่มราษฎร ปักหมุดชุมนุมใหญ่ท้องสนามหลวงวันที่ 20 มีนาคมเรียกร้องให้ปล่อย “เพื่อนแกนนำ” ในเรือนจำ ต่อต้านอำนาจมาตรา 112ม็อบไร้แกนนำ แต่เคลื่อนได้อย่างเป็นระบบและทรงพลังพร้อมยกระดับลากเงื่อนไขประจานโลก เดินหน้าฟ้องยูเอ็นและองค์กรสิทธิมนุษยชนโลกให้ “แซงก์ชัน” การทำโทษกลุ่มเยาวชนต้านอำนาจเผด็จการที่ขัดหลักประชาธิปไตยสากลลิเกในสภาจบแบบปาหี่ แต่หนังบู๊นอกสภา ลุ้นกันนั่งไม่ติดแน่.“ทีมการเมือง”