ตั้งแต่สามโมงเช้าวันพุธ กว่าหกชั่วโมง ผมหลับๆตื่นๆฟัง รัฐสภาอภิปรายร่างแก้รัฐธรรมนูญวาระ 3 ก็จึงนึกขึ้นมาได้ ในสถานการณ์การเมือง แบบศาลรัฐธรรมนูญตัดสินคดีนักการเมืองอีสานคนดัง ครั้งหนึ่ง นานถึงยี่สิบปีที่แล้ว ผมเคยเปรียบเปรย ด้วยการเขียนเรื่องเณรเชียงเมี่ยง หรือศรีธนญชัย ฉบับลาวเรื่องมีว่า พ่อค้าต่างเมืองตะโกนถามพ่อเณร อีกฟากของฝั่งคลอง น้ำ (ลึกตื้น) พอข้ามไปได้หรือไม่ เณรว่าไม่ เกิดท้าพนันกัน พ่อค้าเดิมพันด้วยสินค้ากับจีวรพันกายพ่อเณรผืนเดียวเมื่อพ่อค้าเดินลุยน้ำข้ามคลองมาได้ ก็ถือว่าชนะจะยึดจีวรเณร เณรไม่ยอมเถียงว่า พ่อค้าแพ้ เพราะไม่ได้ข้ามน้ำ เกิดเป็นกรณีฟ้องร้องถึงศาล สรุปเณรเชียงเมี่ยงชนะบังเอิญเหลือเกิน ครั้งนี้ มีหนังสือ จิตรกรรมเล่าเรื่อง วรรณคดีอมตะ (วิไลรัตน์ ยังรอด ธวัชชัย องค์วุฒิเวทย์ เรียบเรียง สำนักพิมพ์มิวเซียมเพรส พ.ศ.2555) อยู่ตรงหน้าเรื่อง ศรีธนญชัย อยู่ลำดับที่สอง มีภาพจิตรกรรมฝาผนัง ในวิหารวัดปทุมวนาราม เขียนสมัย ร.4 ผู้เรียบเรียงเจาะแต่ละภาพ อธิบายทุกตอน อ่านเข้าใจง่ายศรีธนญชัย ฉบับนี้ ไม่ได้บวชเณร แต่เป็นเด็กเกเรเล่นพิเรนทร์จน “หลวงนาย” เห็นแวว เอาไปฝากเป็นตลกหลวงในราชสำนักแสดงฝีมือจนได้บรรดาศักดิ์ เป็นขุนศรีธนญชัย ชื่อศรีธนญชัย ได้มาก็ตอนนี้เป็น “ท่านขุน” แล้ว แต่เบี้ยหวัดเงินปีไม่มี ท่านขุนจึงต้องดิ้นรนทำมาหากิน ประเดิมงานแรก เอาเงินเหรียญสามเหรียญปนหญ้าป้อนเข้าปากวัว แล้วจูงไปหาเศรษฐี“ขอจำนำไว้เท่านั้น” ศรีธนญชัยว่าวัวตัวนี้ฉันขายไม่ได้หรอก มันมักขี้ออกมาเป็นเหรียญ”พูดไม่ขาดปาก วัวก็ขี้ออกมาเป็นเหรียญจริงๆ ธรรมดาเศรษฐีไม่ว่าที่ไหนก็ขี้งกเหมือนกัน เห็นว่าได้กำไรแน่ เศรษฐีก็เจรจาขอซื้อขาดศรีธนญชัยลีลาโก่งราคา จนได้ 150 ชั่ง ก็ออกท่าเสียดายแต่ก็ยอมตัดใจก่อนลากัน เศรษฐีฝันหวานว่ายังไงๆ ก็กำไรเกินคุ้ม แสดงความใจกว้าง ยกเงินสามเหรียญที่วัวขี้ออกมาคืนให้ศรีธนญชัย ไปด้วยภาพจิตรกรรมศรีธนญชัยในหนังสือมีสามช่อง ทุกช่องมีคำบรรยาย “นี่ค่าวัววิเศษของเจ้า เอาไปเลย” เศรษฐีว่า “เห็นเป็นท่านหรอกนะ” ศรีธนญชัย ยื่นมือรับเงินแล้วยังทวงบุญคุณ“ถ้าเป็นคนอื่น กระผมไม่ยอมขายให้เด็ดขาด”ได้วัวเป็นของตัวเองแล้ว เศรษฐีก็สั่งบ่าวไพร่เฝ้าไม่ยอมห่าง พอวัวขี้ออกมา ก็สั่งบ่าวไพร่เข้าไปคุ้ยหา ครั้งแรกก็ไม่เจออดทนเฝ้ารอ ครั้งต่อมา และต่อๆ มา อีกกี่ครั้ง ก็ไม่เจอเลยสักเหรียญเดียวเรื่องถึงศาล ศรีธนญชัย ขอให้เศรษฐีนำบ่าวไพร่ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ตอนซื้อวัว มาเป็นพยาน ศาลซักทุกปากก็ได้ความชัดเจน ศรีธนญชัยพูดว่า “วัวขี้ออกมาเป็นเหรียญ” จริงๆแต่ไม่มีคำว่า “ทุกครั้ง” ศรีธนญชัยก็รอดคดีหลอกลวงไปได้เขียนถึงพ่อเณรเชียงเมี่ยง ชนะเดิมพันพ่อค้า เพราะคำ “ข้ามน้ำ” ไม่ใช่ “ลุยน้ำ” ผมตั้งชื่อเรื่อง วิชาศรีธนญชัยมาคราวนี้ ศาลรัฐธรรมนูญ ท่านตัดสิน รัฐสภามีอำนาจร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับได้ เพียง“แต่ต้องถามประชาชนก่อน”เหตุเพราะมีคำว่า “ก่อน” คำเดียว ผมต้องทนฟังนักการเมืองสองฟาก ปั้นโวหารเหตุผล กันยืดยาวเป็นวันไม่ว่ากันนะครับ ผมขอตั้งชื่อเรื่องวันนี้ซ้ำว่า วิชาศรีธนญชัย ยี่สิบปีกว่ามาแล้ว นักการเมืองเมืองไทยยังวนอยู่กับลีลาศรีธนญชัย ไปไม่ถึงไหนกันเลย.กิเลน ประลองเชิง