ศิลปวัฒนธรรม ฉบับเดือน มี.ค. เลือกเรื่อง คุยกับหนังกั้น (ทองหล่อ) ไว้เป็นเรื่องแรก โดยไม่มีไตเติ้ลที่ปก นี่คือการแสดงมุทิตาจิตแบบฉับพลัน ให้เอนก นาวิกมูล ผู้เขียน หลังได้ข่าวเป็นศิลปินแห่งชาติผมมีหนังสือของเอนกสูงท่วมหัว นับถือเป็นครู ใช้เขียนในคอลัมน์ นับครั้งไม่ถ้วน ขอถือโอกาสนี้ แสดงมุทิตาจิต เอาตอนท้ายๆข้อเขียน คุยกับหนังกั้น มาเล่าต่อยุคก่อน 2500 แวดวงหนังตะลุงดัง เมื่อมาประชันเอาแพ้ชนะกัน ยังมีการใช้คาถาอาคม ที่เรียกว่า “มบ” กันอยู่การทำมบ เชื่อกันว่า มีการเสกตะเกียงของอีกฝ่ายให้ดับ เสกให้ตลกไม่ออก เสกให้เบื่อเล่นหนัง ฯลฯ“ใครให้คาถา ลุงรับหมด” หนังกั้นว่า “แต่ลุงไม่เชื่อ”หนังกั้นมีชื่อเสียงเป็นหนังตะลุงระดับตำนาน ยืนยงคงอยู่มาได้ด้วยความเป็นคนมีเหตุมีผล ไม่เชื่อเรื่องงมงายนับถือ “สุนทรภู่” เป็นครูใหญ่ เวลาประชันหนังตะลุงกับใคร หนังกั้นใช้หลักแรก หลักความสามารถตอนเชิดหนัง หนังกั้นยึดหลักสวมวิญญาณเข้าไปในตัวรูป ถ้าถือรูปพระเอก เราก็สวมวิญญาณพระเอก ถ้าถือรูปนางเอกหรือตัวไพร่ ก็สวมวิญญาณนางเอกหรือตัวไพร่นี่คือคำอธิบาย ทำไมคนดูจึงประทับใจบทบาทลีลาของหนังกั้นทุกตัวหลักที่สอง คือเมตตา เราจะให้เขาเอ็นดูเรา เราต้องเมตตาเขาก่อน กระทั่งคู่ประชัน หนังกั้นเมตตาเขาทุกคน“ถ้าไม่รู้จักตัวเอง พระเจ้าหรือมนต์คาถา ก็ช่วยไม่ได้ เอาแต่ภาวนาคาถาย่อมไม่ได้ผล ต้องเมตตาเขาด้วย”หากจะว่ากันถึงเรื่องความไม่เชื่อเรื่องงมงาย ที่หนังกั้นบอกไว้ ก็มียกเว้นบางเรื่อง เพื่อนคนหนึ่งรักกันหนักหนา เรียก “พี่เนตร” แกเสกปูนกินหมากให้ยิง ก็ยิงไม่ออกหนังกั้นเชื่อเรื่องที่เห็นกับตา อยากจะทำได้บ้าง พี่เนตรให้คาถามา เราก็ทำไม่ได้ “เพราะลุงไม่เข้าใจทำ”เอนกถาม “ที่เขาทำให้บ้า หรือทำให้ตะเกียงดับได้ เป็นยังไง?”“ไม่เป็นความจริง” หนังกั้นตอบ แล้วอธิบายต่อหนังที่บ้าคือหนังโง่ รู้เท่าไม่ถึงการณ์คาดว่าคาถานี้จริง พอรู้ว่าเขาทำก็บ้าเสียแล้วตะเกียงดับ ก็ไม่จริง ลุงเที่ยวมานานจังแล้ว ไม่เคยเห็น ตะเกียงเจ้าพายุถูกลมก็ดับ น้ำมันไม่ขึ้นก็ดับ น้ำมันขึ้นมากก็ดับ กำลังปั๊มๆไส้ขาดก็เสร็จ ไม่จริงสักอย่างลุงนี่ ถูกทำมากที่สุด หนังในจังหวัดภาคใต้แข่งกับเราทุกโรง สมัยลุงนะ โดยมากเขาสู้ไม่ได้ เขาก็ทำมีหนังโรงหนึ่ง เขาเรียกหนังสุข ท่าไหล อยู่ในเขตอำเภอปากพะยูน พัทลุง เป็นหนังดีมีชื่อ เขาเล่นผีมากที่สุด ผีกี่เปรวๆ (ป่าช้า) เวลาไปแข่งที่ไหน เขาเรียกไปหมดตอนนั้น ลุงเพิ่งดัง ไปแข่งกับหนังสุข ข้างเจ้าภาพเจ้าวัดสมภารท่านสงสาร บอกว่า “อิ๊ มาแข่งกับหนังสุข กั้นมา...ขาด น่าเอ็นดูจังหมอ (ผี) ไม่มาด้วยสักคน แล้วจะแข่งได้ยังไง”ลุงว่า “แข่งได้” เขาว่า “แข่งกับผีเนี่ยนะ”ลุงบอกว่า ในชีวิตนี้ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยเห็นผีสักที ดีแล้ว ถ้าหากผีมีจริง ผมก็จะได้เห็นคืนนี้พอเล่นจริง ผีไปเข้าหนังสุข โน่น หนังสุขแล่นออกจากโรงตอนกลางดึก...เบื่อจะไล่จับกัน...ทำเองแล้วก็กลับเข้าตัวเองเอนก คุยกับหนังกั้น ถึงบทจบ...“พวกนั้น ว่าทำ (มบ) ไม่ถูกเพราะลุงชื่อกั้นแล้วพอดีเราก็ไม่เชื่อเขาเล่า ก็ไม่ถูกอีกนั่นแหละ”ผมตั้งใจ เอาเรื่องหนังกั้นมาเล่า เพราะได้ข่าว แถวๆทำเนียบรัฐบาล ที่มีข่าวรัฐมนตรีโรมรันพันตูแย่งเก้าอี้ ถึงขนาดรัฐมนตรีชายทำท่าจะชกรัฐมนตรีหญิง ตามด้วยบทกราบเท้าผู้ใหญ่เรื่องสนุกยิ่งกว่าหนังตะลุงปลุกผีจากป่าช้าสู้กัน รัฐมนตรีหญิงที่ว่า มีคนเกลียดถึงขนาดเสกคาถาแช่ง ไม่เชื่อผมก็ต้องเชื่อ ได้เห็นมากับตาได้ยินมากับหู เขาเล่นกันถึงขั้นนั้นแล้วเชียว.กิเลน ประลองเชิง