เตรียมลิฟต์เผื่อรอรับขึ้นชั้นเป็นนายกรัฐมนตรีอาการแบบที่ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ต้องปฏิเสธลิ้นรัวๆ กับคำถามแนวอวยของนักข่าว กระเซ้าถึงโครงการสร้างลิฟต์ในตึกไทยคู่ฟ้าทำเนียบรัฐบาล สถานการณ์ล้อกับโอกาสที่ “พี่ใหญ่” ทีม 3 ป. จะได้นั่งแท่นผู้นำ ผมไม่เป็น ผมไม่เป็น ผมไม่เป็นเอาเป็นว่า ประเด็นนี้ไม่ใช่อำกันเล่นๆ สไตล์นักข่าวหูตาไว น่าจะแว่วๆเสียงแห่ของไอ้ห้อยไอ้โหนในค่ายพลังประชารัฐ ที่กำลังเดินเกมผนึกกำลังเข็น “บิ๊กป้อม” ขึ้นแท่นนายกรัฐมนตรี แทน “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหมนัยว่า “พี่ใหญ่” ใจถึงพึ่งได้มากกว่า “น้องเล็ก”ยิ่งอารมณ์คึก อาการฮึกเหิม “พ่อท่านป้อม” เพิ่งนำทัพชนะ “สงครามสั่งสอน” พลพรรคประชาธิปัตย์ พาคนของพรรคพลังประชารัฐ “เข้าวิน” ศึกเลือกตั้งซ่อม ส.ส.นครศรีธรรมราช เขต 3ฤกษ์งามยามดี ประเดิมขึ้นเวทีปราศรัยหาเสียงครั้งแรกในชีวิตชื่นสะดือคนแก่ ครึ้มอกครึ้มใจผลงานโบแดง มีหรือ “บิ๊กป้อม” จะไม่ติดลมครั้งหนึ่งในชีวิตกับตำแหน่งเบอร์หนึ่งตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล อำนาจอันหอมหวาน ไม่เข้าใครออกใคร แม้ปากบอกปัดด้วยเคอะเขิน แต่ในใจอาจเคลิบเคลิ้มก็แล้วกันแต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ลำพัง “บิ๊กป้อม” จะขึ้นลิฟต์ไปนั่งเก้าอี้เบอร์หนึ่งตึกไทยคู่ฟ้าไม่ได้หากขาด “ขุมกำลัง” คนสำคัญ ตัวเอกตามท้องเรื่องอย่าง “ผู้กองนัส” ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯผู้มากบารมี เจ้าของสวนกล้วยใหญ่สุดในค่ายพลังประชารัฐที่กำลังอยู่ในฟอร์ม “เข้าฝัก” เดินหมากเกมอำนาจได้เข้าเป้าจากแต้มโหวตไว้วางใจเท่า “พี่ป้อม” มากกว่า “พี่ตู่” ตอกย้ำอิทธิฤทธิ์ฤาษี “ตัวจริง” ทั้งลิงในคาถา ทั้งงูเห่าในอาคม กดปุ่มเสกตัวเลขได้ดั่งใจ ล่าสุดคิวเลือกตั้งซ่อม ส.ส.นครศรีธรรมราช “ผู้กองนัส” ก็โชว์บทขุมกำลังหลัก ในปฏิบัติการเจาะพื้นที่ยี่ห้อประชาธิปัตย์ทั้งบนดิน ใต้ดิน ล็อกจนเจ้าถิ่นไปไม่เป็นเพิ่มแต้ม ส.ส.ในสังกัด “ผู้กองนัส บานานาฟาร์ม”ยังไม่นับ “พลังพิเศษ” ที่เจ้าตัวจัดฉากโชว์กันชัดๆให้รู้ไปเลยว่า “ไม่ธรรมดา”สถานะ “ผู้กองนัส” พองตัว เบ่งกล้ามโชว์ได้สมราคาณ จุดนี้ อัปเกรดรัฐมนตรีว่าการได้สบายๆ แถมเจ้าตัวจะจิ้ม กระทรวงเพื่อวางยุทธศาสตร์ เผื่อเกมยุบสภาเลือกตั้ง ตามสถานะขาใหญ่เจ้าของสวนกล้วย ต้องตุนเสบียง วางขุมกำลัง อีกต่างหาก“บิ๊กป้อม” ลุ้นขึ้นลิฟต์ไปนั่งเก้าอี้นายกฯบนตึกไทยฯ โดยมี “ผู้กองนัส” นำขบวนแห่พี่ใหญ่ภาคต่อไปของมหากาพย์อำนาจ “ทหารเฒ่า” ครองเมืองเว้นแต่มีเหตุพลิกคว่ำ พลิกหงาย กลายเป็น “จุดเปลี่ยน”ตามฉาก “รุ้ง” น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล “ไมค์” นายภาณุพงศ์ จาดนอก และ “ไผ่ ดาวดิน” นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา ถูกนำตัว เข้าเรือนจำ ภายหลังศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว ในคดีการชุมนุม 19 กันยายน 2563 ทวงอำนาจคืนราษฎร และมีการเพิ่มข้อกล่าวหาในมาตรา 112ชะตากรรมเดียวกับ “เพนกวิน” นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ “ทนายอานนท์” นายอานนท์ นำภา “หมอลำแบงค์” นายปติวัฒน์ สาหร่ายแย้ม และนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข ที่โดนรวบไปก่อนหน้าไม่นับ “แอมมี่ เดอะบอตทอมบลูส์” นายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ ผู้ต้องหาคดีลอบเผาหน้าเรือนจำคลองเปรม กับ “โตโต้” นายปิยรัฐ จงเทพ หัวหน้าการ์ดวีโว่ ผู้ต้องหาคดีฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน“หัวโจก” มวลชนราษฎรเกือบยกเซต โดนล็อกอยู่ในห้องขังท่ามกลางอาการสะใจของฝ่ายหนุนอำนาจ 3 ป. ที่เชื่อม็อบเด็กหมดฤทธิ์ โดนจับติดคุกดัดสันดานหนุนเกมทุบแรงๆขู่เด็กให้หายซ่าแต่อีกทาง บรรดานักวิชาการสายกลางต่างผวาอารมณ์เด็กรุ่นใหม่โดนกดดัน ปิดกั้นทางออก สุมแค้นจนระเบิดรุนแรง ตามภาพการเคลื่อนไหวมวลชนไร้แกนนำที่เปิดฉากตะลุมบอนกับเจ้าหน้าที่แบบไม่กลัวตาย ตามจังหวะล้อกับม็อบ 3 นิ้วพม่าที่เคลื่อนไหวต้านอำนาจเผด็จการทหารอาการชิงชังนับวันปะทุ ถึงขั้นอยู่ร่วมประเทศกันไม่ได้หนี “ลุงตู่” ปะ “ลุงป้อม” น่าจะเดาอารมณ์ม็อบเด็กไทยไม่ยาก.ทีมข่าวการเมือง