งานศพ หมอมงคล ณ สงขลา มีผู้ที่เคารพนับถือไปกันไม่มาก ท่านสมัครใจบริจาคศพเป็นอาจารย์ใหญ่ ให้นักศึกษาแพทย์ได้เรียนรู้ต่อทีวีช่องไทยพีบีเอสรายงานตลอดชีวิตหมอของท่าน ทำเรื่องใหญ่ๆเอาไว้มาก เช่น โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค ที่หมอสงวน นิตยารัมพงษ์ เริ่มต้น หมอมงคลก็ช่วยประคับประคองทิศทางเมื่อเป็นรัฐมนตรีสาธารณสุข ท่านก็ปรับจากโครงการ 30 บาท มาเป็นรักษาฟรีแต่เรื่องที่ชาวบ้านไม่ค่อยรู้ แต่แวดวงหมอด้วยกันรู้ ก็คือท่านเป็นตัวการต่อรองให้ราคายารักษาโรคเอดส์ ที่แสนแพงเกินกว่า คนจนๆจะได้ใช้ ลดลงมากว่าครึ่งเรื่องระดับนี้ สำหรับผมถือเป็นปาฏิหาริย์ ที่ใช่ว่าหมอธรรมดาๆจะทำได้ง่ายๆข้อสะดุดใจของผม ก็คือ หมอทำงานเชิงระบบสาธารณสุขได้เต็มมือ ตอนเป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลทหารนึกถึงศาสตราจารย์ พิริยะ นามพงศ์พันธ์ ครับ ท่านอภิปรายในสภาในฐานะ ส.ว. ประโยคหนึ่งว่า โอกาสที่คนแบบท่านจะมีก็แต่ในรัฐบาลทหารแล้วโครงการช่วยคนพิการ ที่ผมฟังเต็มหูว่าจำเป็น ก็ไม่ผ่านสภาเหมือนที่ท่านทักไว้จริงๆบังเอิญผมเป็นคนหนึ่ง ที่เห็นข้อดี...ของรัฐบาลทหารมาก่อนหน้า กว่าสามสิบปีที่แล้ว มีกระแสต่อต้าน ยาแก้ปวดเอพีซี...หลายยี่ห้อ ที่มีส่วนผสมแอสไพริน ฟีนาเซติน และคาเฟอีนผ่านมาหลายรัฐบาล ทั้งประชาธิปไตยครึ่งใบ ค่อนใบจนเต็มใบยาแก้ปวดที่ชาวบ้านติดกันงอมแงมทั้งประเทศ ก็ยังขายได้มาถูกสั่งเลิกขาย เอาในสมัยรัฐบาลทหาร เอ่ยชื่อไว้ก็ได้ พลเอกสุนทร คงสมพงษ์ หรือ “บิ๊กจ๊อด”และรัฐมนตรีสาธารณสุขของรัฐบาลนี้ ผมจำได้อีกว่า ชื่ออรรถสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นคนเซ็นชื่อผมแกล้งลำเลิกความหลังเรื่องนี้ เพื่อจะชี้ให้เห็นว่า ระบอบเผด็จการที่กำลังเห่อต่อต้านกันนักหนาในวันนี้ ก็เคยมีข้อดี แสดงคุณประโยชน์ยิ่งใหญ่ แบบที่ประชาธิปไตยทำไม่ได้ หรือทำได้ยาก มาไม่น้อยน่าแปลก ที่หมอดีๆ หรือคนดีๆจำนวนหนึ่ง มีโอกาสได้ทำงานในรัฐบาลทหารนี่เป็นเรื่องที่นักข่าวรุ่นเก่าอย่างผม พอจำได้ อยากจะฟื้นความหลังให้คนรุ่นใหม่ได้ฟังส่วนเรื่องใหม่ ผมไม่มีหนังสือเรื่องของหมอมงคลใกล้มือ นึกถึงหนังสือ “หอมกลิ่นความดี” ที่คุณประสาร มฤคพิทักษ์ รวบรวมเปิดดู ก็เจอเรื่องที่หมอมงคลเขียนถึง ศ.นพ.อมร นนทสุต เอาไว้ท่านตายไปก่อนหน้า เมื่อ 2 มิ.ย.63เมื่อเข้าไปพบชาวบ้าน อ.อมร จะมีวิธีการง่ายๆ คือตั้งคำถามว่า เวลาลุงป้าน้าอาเจ็บไข้ได้ป่วยขึ้นมา จะไปหาให้ใครช่วย เมื่อเขาชี้ไป ที่บ้านหลังไหน ก็ไปเชิญเขาพูดให้เกียรติเขา ลุงเป็นคนที่ชาวบ้านนับถือ มาช่วยกันเป็นอาสาสมัครกันเถอะ ไม่จำเป็นต้องให้เงินตอบแทนเลย ทุกคนทำงาน ด้วยความภาคภูมิใจ ที่ได้แสดงน้ำใจแบบบ้านๆตอนแรกเรียกว่า ผสส.ผู้สื่อข่าวสาธารณสุข ตอนหลังจึงยกระดับมาเป็น อสม.การเกิดขึ้นของ อสม.กลายเป็นเนื้อนาบุญอันสำคัญยิ่งของระบบสาธารณสุขไทยผมประทับใจที่หมอมงคลเขียนว่า หมออมรทำกุศลกรรมแบบ คนนำทางสำหรับคนไทย ทั้งหมอมงคล ทั้งหมออมร ท่านไม่ได้ทำงานแบบหมอธรรมดา แต่ทำงานแบบหมอนำทาง ยิ่งใหญ่กว่างานให้ความรู้แบบอาจารย์ใหญ่ ที่ท่านกำลังทำอยู่ตอนนี้หลายเท่าทวี.กิเลน ประลองเชิง