โรคแทรกทำท่าจะน่าห่วงกว่าโรคหลักเรื่องความขัดแย้ง ในซีนเชื้อร้ายโควิด–19 ส่อเค้ากลับมาอาละวาดหนักในประเทศไทย ตามตัวเลขผู้ป่วยรายใหม่ ที่กระทรวงสาธารณสุขแถลงรายวัน พุ่งแตะเลขสองหลักมาต่อเนื่องมาหลายวัน ไวรัสมฤตยูแพร่เชื้อไปหลายจังหวัด ภายในไม่กี่วัน จากต้นตอของ “แก๊งสาวท่าขี้เหล็ก” ขยายวงไปสู่บุคลากรทางการแพทย์ และยังมีกลุ่มเสี่ยงสัมผัสเชื้อที่อยู่ในข่ายต้องเฝ้าระวังอีกนับร้อยคนภาวะที่คนไทยขนหัวลุก เกิดอาการแพนิก ตื่นตระหนกกันไปทั่วพังทลายความหวังการท่องเที่ยวช่วงไฮซีซัน จ.เชียงราย และเชียงใหม่ ประชาชนพากันแคนเซิลห้องพัก เลื่อนโปรแกรมท่องเที่ยวท้าลมหนาวระนาวผู้ประกอบการได้แต่กลืนเลือด ภาวะเศรษฐกิจที่สะลึมสะลือ ตั้งท่าจะฟื้น ยังต้องฟุบยาวกันต่อไป“บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กับ “เสี่ยหนู” นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข หัวหมุน ปรับทัพสกัดโควิดระลอกใหม่กันวุ่น ต้องเร่งตีปี๊บสร้างความมั่นใจการันตี “เอาอยู่” เชื้อร้ายไม่มีระบาดรอบสองในประเทศ ประคองระบบสาธารณสุขและระบบเศรษฐกิจให้ไปรอดด้วยกันทั้งสองระบบเช่นเดียวกับในมุมม็อบนักเรียน นักศึกษาก็จ่อปรับกระบวนทัพเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนไหวเช่นกันประกาศเปิดตัวสัญลักษณ์คลับคล้ายคลับคลาค้อนเคียวของระบบสาธารณรัฐ ภายใต้สโลแกน RT MOVEMENT เชิญชวนแรงงานที่ถูกกดขี่ทุกคน ร่วมรีสตาร์ตประเทศไทยสร้างสังคมที่คนเท่ากันตามแคมเปญต่อสู้รูปแบบใหม่ “ไม่มีแกนนำ ไม่มีเวที ไม่มีการ์ด ไม่มีรถห้องน้ำ ไม่มีการเจรจา ไม่มีการต่อรอง” ที่จะเริ่มปฏิบัติการหลังปีใหม่เป็นต้นไปม็อบราษฎรเวอร์ชันใหม่แตกไลน์หาแนวร่วมเพิ่ม หันไปตีตลาดชนชั้นแรงงานทุกระดับ นอกเหนือจากกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เป็นฐานกำลังเดิมเบนเข็มจากคนรุ่นใหม่ไปยังคนกลุ่มใหญ่ของประเทศ เปลี่ยนการต่อสู้จากกลุ่มนักเรียน นักศึกษาเป็นขบวนผู้ใช้แรงงานยกระดับเพิ่มความเข้มข้นกันมากขึ้น ทั้งช่องทางในประเทศและต่างประเทศ อย่างที่เห็นการเดินเกมของแนวร่วมม็อบราษฎรยื่นหนังสือผ่านตัวแทนสหประชาชาติ ประจำประเทศไทยเรียกร้องนานาชาติร่วมกดดัน การคว่ำประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ต่อเนื่องจากช็อตที่ ส.ว.สหรัฐอเมริกาออกมาตีปี๊บถือหางม็อบราษฎร สนับสนุนขบวนการเรียกร้องประชาธิปไตยในประเทศไทยม็อบเดินเกมโลกล้อมประเทศไทยคู่ขนานไปกับการกดดันในประเทศ จ้องฉีกมาตรา 112 ของแสลงที่หัวโจกม็อบทุกยุคทุกสมัยพากันขยาด รู้พิษสงกันดีหวังช่วยปลดล็อกให้การชุมนุมเคลื่อนไหวของเหล่าแกนนำม็อบเดินเครื่องได้เต็มที่ ไม่ต้องกล้าๆกลัวๆ ถูกมาตรา 112 ใช้เป็นเครื่องมือเล่นงาน ต้องวิ่งรอกรับทราบข้อกล่าวหากันรายวันสปอตไลต์นานาประเทศส่องสถานการณ์ประชาธิปไตยในประเทศไทยทุกทิศกดดัน “ลุงตู่” ห้ามเล่นของหนักกับผู้ชุมนุม ขืนพลาดท่าใช้ความรุนแรงขึ้นมา มีสิทธิถูกตอบโต้ด้วยมาตรการแซงก์ชันทางเศรษฐกิจจากโลกตะวันตกม็อบสามนิ้วถึงจะพักบู๊ออมพลัง จากอาการเหนื่อยล้าที่เริ่มแผ่วปลาย และสถานการณ์โควิดที่จ่อระบาดรอบใหม่ แต่ก็เปลี่ยนแผนไปใช้เวทีต่างประเทศเดินเกมบีบผู้นำสารพันปัญหารุกไล่หายใจรดต้นคอ “บิ๊กตู่” ไม่ให้ได้หยุดพักช็อตเรื่องความขัดแย้งในประเทศยังไม่คลี่คลาย ก็ถูกไวรัสโควิดจ่อประชิดระลอกใหม่ เศรษฐกิจไทยอยู่ในภาวะลูกผีลูกคน ยังไม่รู้ชะตากรรมจะเจอมาตรการล็อกดาวน์กลับมาหลอนหรือไม่โจทย์ฉุกเฉินเฉพาะหน้า เรื่องการกู้ชีพปัญหาปากท้องจากพิษโควิดจ่อคัมแบ็กกลายเป็นเดิมพันความอยู่รอดของรัฐบาล ในภาวะที่ “ลุงตู่” ต้องปั๊มชีพจรเศรษฐกิจเร่งด่วน อัดฉีดเงินเข้าโครงการคนละครึ่ง ช้อปดีมีคืน เราเที่ยวด้วยกัน ที่จะหมดโปรโมชันสิ้นปี ออกไปอีกพักใหญ่ทุ่มงบฯเข้าระบบเศรษฐกิจต่อเนื่อง เพื่อลดภาระรายจ่าย กระตุ้นให้เกิดกำลังซื้อ ให้ทุกสาขาอาชีพแฮปปี้ ไม่ตกที่นั่งหลังผิงฝา แต่ก็ไม่รู้จะยื้อระยะได้นานแค่ไหน ถ้าหมดเม็ดเงินที่จะอัดฉีดเข้าระบบไฟต์บังคับที่ต้องยื้ออารมณ์ประชาชนระดับกลางและระดับรากหญ้าให้อยู่เป็นพวก ไม่ไขว้เขวไปอยู่กับฝ่ายตรงข้าม ที่กำลังเปิดสงครามแย่งชิงมวลชน ยืดความพึงพอใจของประชาชนได้ ก็เหมือนต่อลมหายใจรัฐบาลไปในตัว!!!ทีมข่าวการเมือง