ตรึงในอำนาจ แล้วชาติได้อะไร? ไม่ว่าขั้วไหน ฝ่ายไหน ในความเป็นคนไทยนั้นน่าจะมีอารมณ์ร่วมไม่ต่างกันคือ วิถีความเป็นไปของชาติบ้านเมืองคือยังมองไม่เห็น “ทางออก” ของประเทศคนไทยจึงเกิดความ “อึดอัด” อารมณ์แห่งความสุขขาดหายไปสำนักโพลไม่ลองไปสำรวจความเห็นของคนไทยทั่วทุกภาคว่ามีความรู้สึกอย่างไรต่อความเป็นไปในสภาพที่ดำรงอยู่ ณ เวลานี้เอาแค่ 2 หัวข้อก็พอ...1.ทุกข์-สุขอย่างไรกันบ้าง2.จะหาทางแก้ไขกันอย่างไรได้คำตอบนี้อาจจะไม่ต้องไปคิดถึงเรื่องความสมานฉันท์ปรองดองอย่างที่พยายามจะทำให้เกิดขึ้นมาเพื่อคลี่คลายปัญหาขัดแย้งกันคณะราษฎร-ฝ่ายค้านส่งสัญญาณออกมาแล้วว่าไม่ขอร่วมสังฆกรรมด้วยอ้างว่าไม่เป็นกลางรัฐบาลเข้ามาครอบงำพูดง่ายๆว่าปฏิเสธแนวทางนี้คิดว่าไม่ใช่หนทางแก้ไขปัญหาต้องทำอย่างไรที่พวกเขาคิดตามข้อเรียกร้องที่เสนอต่อสังคมไปแล้ว หลักๆก็คือนายกฯต้องลาออก แก้ไขรัฐธรรมนูญและปฏิรูปสถาบันยังไม่นับที่แยกย่อยลงไปจากภาคสังคมต่างๆที่ต้องการให้มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลง แม้กระทั่งต้องการแต่งตัวไปรเวตไปโรงเรียนคือไม่ต้องการใส่เครื่องแบบและปฏิบัติตามระเบียบของโรงเรียนหยิบเอาการเมืองมาชี้นำว่านี่คือปัญหาของประเทศทำให้ขาดอิสระ จำกัดสิทธิเสรีภาพอันเป็นอณูหนึ่งที่เชื่อมโยงกับโครงสร้างระบบการปกครองที่ซ้อนๆกันมาก็คือเรื่องเพศที่ 3 ซึ่งถูกกดทับมานานแล้วว่าไปแล้วเรื่องนี้หากมองกันอย่างเป็นกลางและเข้าใจถึงความ เป็นไปต่อพัฒนาการของคนไทยนั้นไม่เคยมีปัญหาเรื่องนี้มาก่อนผิดกับต่างประเทศที่มีปัญหาสูงเพราะทัศนคติ ความเชื่อ การยอมรับต่างกับสังคมไทยที่แม้จะไม่มีการสำรวจความคิดเห็นที่กว้างขวางแต่ที่เป็นมานั้นคนไทยไม่ได้ต่อต้าน ไม่ได้ทำให้เกิดปัญหาทางสังคม นั่นทำให้เราอยู่ร่วมกันได้เป็นอย่างดีเป็นการยอมรับโดยไม่ต้องมีกฎหมายกำกับตรงนี้แหละถือเป็นข้อดีของคนไทยซึ่งที่มีจิตใจสูงด้วยมาตรฐานความปกติบุคคลเพศที่ 3 น่าจะรู้กันดีอยู่แล้วถึงการยอมรับจากสังคม เพียงแต่ยังต้องการหลักประกันสิทธิเพื่อให้เกิดความมั่นใจเท่านั้นในท่ามกลางสังคมประเทศด้วยบรรยากาศที่ต้องการแสวงหาสิทธิเสรีภาพด้วยขบวนการเปลี่ยนผ่านคือความเป็นประชาธิปไตยในทุกลมหายใจข้อเรียกร้องต่างๆ นอกจากประเด็นหลักที่นำเสนอต่อสังคมแล้วยังมีข้อเรียกร้องจากกลุ่มก้อนต่างๆของผู้คนในสังคมมีมากมายหลายเรื่องหลายราวที่ไม่คิดไม่แก้ไขหรือพัฒนาไปในทางที่ดีมองในแง่ดีสังคมไทยกำลังเป็นเวทีแสดงออกกว้างขวางที่สุดก็ว่าได้.“สายล่อฟ้า”