หลังวิบากกรรม บ้านพักทหาร จบไปแบบไม่ต้องลุ้น ประเมินกันว่า การต่อสู้ทางการเมือง เที่ยวนี้ จะแบ่งเป็น 3 ขั้ว ระหว่าง เพื่อไทย ก้าวไกล และ ขั้วรัฐบาล ที่ใช้คำว่า ขั้วรัฐบาล เพราะไม่มีพรรคร่วมรัฐบาลพรรคใดพรรคหนึ่งได้เสียงข้างมากแบบ เบ็ดเสร็จเด็ดขาด หรือเป็น พรรคเสียงข้างมาก จึงต้องอาศัยการรวมตัวกันในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล ประกอบด้วย พลังประชารัฐ ภูมิใจไทย และ ประชาธิปัตย์ เป็นหลักกลายเป็นว่าในสนามการเมือง ที่จะต้องแข่งกันจริงๆ กลับเป็น ก้าวไกล กับ เพื่อไทย แน่นอนว่าในต่างจังหวัดเพื่อไทยยังมีแฟนคลับที่เหนียวแน่นมากที่สุด ในเมือง ม้ามืดอย่าง ก้าวไกล ยึดหัวหาดได้เกือบหมด รวมทั้งใน กทม.ด้วย โดยเฉพาะ คนรุ่นใหม่กับการเมืองใหม่ จะมีผลกับการเลือกตั้งในครั้งหน้ามากทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ทางการเมืองจะชี้นำแค่ไหนเมื่อเป็นเช่นนี้ เพื่อไทย จึงอ่อนไหวมากกว่า ทุกพรรค ปัญหาภายในจะต้องเคลียร์กันให้จบ ก่อนที่จะเดินหน้าปรับปรุงเปลี่ยนแปลงในพรรค ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อระหว่าง คนรุ่นเก่ากับรุ่นใหม่ ภารกิจนี้ สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย คนเดียวเอาไม่อยู่แน่นอน ต้องตั้งคณะกรรมการการเมืองระดมผู้อาวุโสมาช่วยอีกแรงหลังจาก คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ตัดใจลาออกจาก เพื่อไทย และตัดขาดจาก ชินวัตร เท่ากับเป็นดาบสองคม มีทั้งดีและไม่ดี เป็นโอกาสที่พรรคจะ คิดใหม่ทำใหม่ ส่วนจะทำได้แค่ไหนหรือจะจมดิ่งลงกว่าเดิม เป็นเรื่องของการเปลี่ยนแปลง แทบจะเรียกว่าเป็นยุคขาลงของ เพื่อไทย ก็ว่าได้ปัญหาสำคัญคือ เพื่อไทย ขาดผู้นำ คนที่จะมานำตัวจริงก็นำไม่ได้ พูดง่ายๆ เพื่อไทย โตเพราะผู้นำ เพราะฉะนั้น จะไม่โตก็เพราะผู้นำเช่นกัน ประชานิยม ใครก็ลอกเลียนแบบได้ แต่การจะทำให้ ประชานิยมไปอยู่ในใจของชาวบ้าน ลอกเลียนแบบกันไม่ได้จะว่ากันไปแล้ว ในสถานการณ์เช่นนี้ ประเทศไทยก็ขาดแคลนผู้นำทางการเมือง แทบทุกพรรค ไม่ใช่ว่าไม่มีคนเก่ง คนดี แต่ ส่วนใหญ่คนเก่ง มักจะไม่ค่อยเกิด หรือไม่ก็จบไม่สวยทุกรายเพื่อไทยเคยถูกทาบทามให้เข้าร่วมรัฐบาล เมื่อเร็วๆนี้ด้วยซ้ำเพราะรัฐบาลไม่ต้องการเห็นการต่อรองทางการเมืองจากพรรคร่วมมากเกินไป แต่ก็ไปไม่ถึงฝัน การเป็นรัฐบาลกึ่งแห่งชาติ กำลังจะเกิดขึ้นแล้วเชียวแต่มาแท้งเสียก่อนหัวหน้าพรรคเพื่อไทย สมพงษ์ กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ วัยน่าจะใกล้เคียงกัน ว่ากันว่า ห้องผู้นำฝ่ายค้าน มักจะไม่มีคนอยู่เพราะผู้นำฝ่ายค้าน ชอบไปคุยกับหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐในฐานะคนวัยใกล้เคียงกันคุยกันรู้เรื่องมากกว่า กะหนุงกะหนิง ไม่มีวี่แววของความเป็นศัตรูแม้แต่น้อยฝ่ายรัฐบาลด้วยกันเสียอีก ต้องคอยระวังคมมีดสั้น อยู่ตลอดเวลา ถ้าเกิดเพื่อไทยจับมือกับรัฐบาลได้ก็จะเป็นอีกปรากฏการณ์ของสมานฉันท์ การเมืองพลิกขั้วในสภาปรองดอง แต่นอกสภา ต้องไปลุ้นกันเอาเอง.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.th