เมื่อได้อ่านหนังสือ“ วัฒนธรรมบันเทิงในชาติไทย” ภัทราวดี ภูชฎาภิรมย์ พ.ศ.2491-2500 (สำนักพิมพ์มติชน พ.ศ.2550) ผมเพิ่งรู้ ตัวเองเป็นเด็กที่โตมา ในกระแสการเมือง รัฐบาล จอมพล ป.พิบูลสงครามหลังการรัฐประหาร พ.ศ.2490 สิ้นสุดคณะราษฎรสายพลเรือน (ปรีดี พนมยงค์) เริ่มต้นคณะราษฎรสายทหาร เด็กๆรุ่นผมก็มีลิเกวิทยุ (ฟังจากบ้านเถ้าแก่ข้างบ้าน) เป็นสิ่งบันเทิงคณะหอมหวล คณะสุชิน เทวผลิน หรือคณะบุญสม อยุธยา (พร ภิรมย์) ลิเกชั้นครูที่มีลีลา ได้ฟังบ้างแต่น้อยกว่าลิเกคณะที่ไม่ร้องยืดยาว เดินเรื่องเร็ว ฟังสนุก อย่างคณะบุญเชิด ท่วมศิริ คณะบุญยัง กลั่นจิต คณะฉลาด เค้ามูลคดี ฯลฯคณะฉลาด ใช้ลูกชายสองคน รอง คนพี่ โต้ง คนน้อง เป็นตัวชูโรงเรียกน้ำย่อยลิเกที่ขึ้นหม้อ เป็นที่นิยมชมชอบของชาวบ้าน ตอนนั้น ผมก็เพิ่งรู้ตอนแก่ รัฐบาลท่านสนับสนุน มีเป้าหมายแฝงให้ช่วยต่อต้านคอมมิวนิสต์ส่วนคนชั้นสูง รัฐบาลท่านก็สนับสนุนให้มีละคร แต่ไม่ใช่ละครชาตรีที่ตัวพระตัวนางใส่มงกุฎใส่ชฎา เป็นละครเวที หลายเรื่องที่โด่งดัง อย่างเรื่องอานุภาพพ่อขุนรามคำแหง ก็มีเพลงประกอบ ที่ต่อมาดังกว่าละครคือเพลง ต้นตระกูลไทย ท่อนแรก...ลองทบทวน ร้องกันดูอีกสักที“ต้นตระกูลไทย ใจท่านเหี้ยมหาญ รักษาแผ่นดินไทย ไว้ให้ลูกหลาน สู้จนสูญเสียแม้ชีวิตของท่าน เพื่อรักษาบ้านเมืองไว้ให้เรา ลุกขึ้นเถิดพี่น้องไทย อย่าให้ชีวิตสูญเปล่า รักชาติยิ่งชีพของเรา เหมือนดังพงศ์เผ่าต้นตระกูลไทย”ร้องแล้ว จินตนาการเสียงดนตรี ตึง ตะลึง ตึงๆๆ ที่เร้าใจตามไปด้วยลองทวน ท่อนต่อๆมา เท่าที่ผมพอจำได้บ้าง...สีหราชเดโช ผจญสงครามใหญ่โต ต่อตีศัตรูแพ้พ่าย พระยาโกษาเหล็ก ท่านเป็นแม่ทัพ ชั้นเอก ของสมเด็จพระนารายณ์...ร้องถึงท่อนนี้ ผมก็เพิ่งมาเห็น พระยาโกษาเหล็ก เอาในละครทีวี เรื่องบุพเพสันนิวาส ว่าเนื้อตัวหน้าตาคงประมาณนั้นรัฐบาลสั่งให้ใช้เพลงต้นตระกูลไทย เป็นเพลงสำหรับพิธีการ ทั้งยังให้กระทรวงศึกษาสั่งไปยังโรงเรียนต่างๆ ให้ถือว่าเป็นเพลงสำคัญ รองจากเพลงชาติ มีคนฟังไปร้องไป ขนลุกเพราะซาบซึ้งก็ไม่น้อย เบื่อบ้างเพราะฟังซ้ำเกินไปก็มีตามธรรมดา ไม่ว่านโยบายอะไรๆของรัฐบาล ก็ต้องมีฝ่ายค้านม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ท่านเล่นบทฝ่ายค้านแล้ว เขียนบทความค่อนขอดรัฐบาล เมื่อปี 2496 ว่าตั้งแต่เราได้เริ่มมีการต่อต้านคอมมิวนิสต์กันมาในเมืองไทย ด้วยการเล่นยี่เกบ้าง ปิดโปสเตอร์ขำๆบ้าง และด้วยวิธีอื่นๆมาจนถึงบัดนี้ก็ร่วมๆสามปีเข้ามาแล้วผู้เขียนเข้าใจเอาเองว่า คนไทยเป็นจำนวนมาก ซึ่งแต่ก่อนไม่เคยรู้ว่าคอมมิวนิสต์มีในโลกนี้ บัดนี้ก็ได้รู้แล้วว่า คอมมิวนิสต์นั้นมีจริงๆผมฟื้นความหลังสมัยเด็กแล้ว ก็คิดว่านโยบายใช้ลิเก ละคร หรือเพลงปลุกใจ ที่รัฐบาลทหารสมัยนั้นตั้งใจใช้ต่อต้านคอมมิวนิสต์ บางเรื่องสมัยนี้ ก็น่าจะเอามาใช้ได้อีกเช่นเพลง ต้นตระกูลไทย ทำให้นึกได้ว่ากว่าเราจะลงหลักปักฐาน เป็นชาติไทยได้นั้น บรรพบุรุษของเรา ได้ต่อสู้แลกเนื้อแลกชีวิตกันมาไม่น้อยเด็กรุ่นผม รุ่นที่โตมากับลิเกต้านคอมมิวนิสต์ คิดได้อย่างนี้ส่วนเด็กรุ่นใหม่ ที่โตมากับไอโฟน คิดว่าพระยาสีหราชเดโช พระยาโกษาเหล็ก เป็นพระเอกในละครทีวี ก็คิดไป บ้านเมืองถึงเวลาก็ต้องเปลี่ยนแปลงนี่นา.กิเลน ประลองเชิง