ความเคลื่อนไหวของ กลุ่มนักศึกษาปลดแอก มีเป้าหมายที่ชัดเจนคือ ต่อต้านเผด็จการ เรียกร้องให้มีการ ยุบสภา–แก้รัฐธรรมนูญกันใหม่ ให้เวลา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลตัดสินใจ 2 สัปดาห์ หรือประมาณต้นเดือน ส.ค. จะมีการนัดชุมนุมกันอีกระลอก เป็นการชุมนุมแบบปักหลักพักค้าง ไม่ใช่มาเล่นๆถ้าดูตามไทม์ไลน์แล้ว ก็เป็นช่วงที่ฝั่งรัฐบาลเองก็กำลังวุ่นๆ พอดี เริ่มจากใน พรรคพลังประชารัฐ หักเหลี่ยมเฉียดคมกับ สี่ยอดกุมาร นำโดยอดีตรองนายกฯ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เป็นการเรียบร้อยถอยไปจนสุดซอย ยกธงขาวให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐโดยสมบูรณ์ ทำให้การเมืองในพลังประชารัฐกับเสถียรภาพของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ไม่มีอะไรน่ากลัวอีกต่อไปเพราะอย่างไรเสีย พล.อ.ประยุทธ์ ก็ได้ พี่ใหญ่ คอยปกป้องจากภัยการเมืองทุกรูปแบบ วางกำลังเอาไว้หลายชั้น การเมืองจะปรี๊ดปร๊าดเป็นบางครั้งบางคราว เชื่อขนมกินล่วงหน้าว่า พล.อ.ประวิตร และ พล.อ.ประยุทธ์ เอาอยู่ ไม่เฉพาะพรรคพลังประชารัฐ เท่านั้น แม้กระทั่ง พรรคร่วมรัฐบาล เองก็เถอะ ใครจะกล้าหือมี พรรคอะไหล่ รอเสียบมากมาย ส.ส.ไม่ไร้เท่าใบพุทรา จะมาขู่ถอนตัวถอนยวง ไม่มีความหมายเพราะฉะนั้น เมื่อ พล.อ.ประวิตร พูดว่า อำนาจตัดสินใจปรับครม. เป็นเรื่องของ พล.อ.ประยุทธ์ รวมทั้งเจ้าตัว พล.อ.ประยุทธ์ ก็พูดเองว่า การปรับ ครม.เป็นอำนาจของนายกฯ แต่เพียงผู้เดียว โฉมหน้า ครม.ประยุทธ์ 2/2 จะออกมาอย่างไร ก็อย่างนั้น คือยึดจากข้อตกลงและวิเคราะห์จากสถานการณ์แวดล้อมเพียงแต่ว่า ทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร ก็ต้องบวกลบคูณหารให้ดีว่า ปรับ ครม.แล้ว จะมีผลต่อการบริหารประเทศอย่างไร ในทุกด้าน การเมือง เศรษฐกิจ สังคม ต้องนึกถึง ภาพพจน์ ด้วย การเมืองไทยภาพพจน์มาก่อนผลงานเสมอ ปรับแล้วคนชื่นชม ก็อยู่ไปได้อีกนาน ถ้าปรับแล้วเข้าทางกลุ่มตรงกันข้ามที่จ้องจะไล่รัฐบาล ก็จะเจอปัญหาความวุ่นวายตามมาอีกหลายระลอก เผลอๆตกม้าตายเอาง่ายๆเสถียรภาพรัฐบาล ในที่นี้หมายถึงเสถียรภาพของ สาม ป. ด้วยไม่ใช่ จากมือ ส.ส.ที่สนับสนุนในสภา แต่เป็น มือของประชาชนนอกสภา ความเสี่ยงจากผลกระทบของ การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ตามด้วยการชะลอตัวของ เศรษฐกิจโลก ปัญหาปากท้อง และปัญหาการเมือง จะเป็นตัวเร่งให้รัฐบาลต้องตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่งเปลี่ยนนายกฯ เปลี่ยนรัฐบาล หรือยุบสภาตราบใดที่ เสียง ส.ว. 250 เสียง ยังแน่นเหนียว รัฐบาลไม่กลัวการยุบสภา โอกาสที่ฝ่ายการเมืองจะรวมตัวกัน เพื่อโค่นอำนาจ สาม ป. คงยาก อย่าไปคิดถึงหมากเกมนี้ให้เมื่อยตุ้มระหว่างการที่ คนนอกปฏิเสธที่จะเข้าร่วมทีมเศรษฐกิจ กับการที่ ส.ส.ออกมาทวงโควตา รมต. พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตรก็ต้องเอามาชั่งน้ำหนัก ยังไม่ถึงเวลาหักด้ามพร้าด้วยเข่า ปล่อยให้เป็นการเมืองใต้น้ำไปเรื่อยๆก่อนแต่ปัญหาเฉพาะหน้ามีชาวบ้านจุดชนวนออกมาไล่รัฐบาลกันพร้อมหน้าพร้อมตาในสถานการณ์ที่ล่อแหลมจะประมาทไม่ได้ ระหว่างยุบสภาวันนี้กับการที่ต้องจนมุมยุบสภาในอนาคต เป็นการบ้านที่ สาม ป.ต้องคิดหนัก.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.th