มช.นำที่เชียงใหม่ การเมืองตามโหน ปชป.ล่อกันเองยับได้ทีขี่แพะไล่ “สิระ” แก้บนไข่ไก่ 9 พันฟอง-หัวหมู 2 หัว ไล่ 4 กุมารสำเร็จ “อนุดิษฐ์” ดักคอ “บิ๊กตู่” บริหารเหลวอีกต้องรับผิดชอบ โฆษก พท.เย้ยทีม ศก.ชุดใหม่คนไม่ร้องว้าวมีแต่ยี้ ปชป.ป่วนหนัก “อันวาร์” ไล่เลกเชอร์ รมต.รายคน ฉะคนปัญญาอ่อน หาจะไปแย่งชามข้าวใคร ลั่นไม่ใช่ คนชั่วขี้นินทาลับหลัง “จุรินทร์” ปลุกลูกพรรคเป็น เอกภาพเดินสู่อนาคตร่วมกัน เตือน “อันวาร์” อย่า พาดพิงคนอื่น บิ๊ก ปชป.ดาหน้าโต้เดือด “เฉลิมชัย” ตอกอย่าเอาดีใส่ตัวฯซะเอง เยาวชนปลดแอกยุติชุมนุม กลางดึก แกนนำหวั่นไม่ปลอดภัย ลามถึงกระบี่ 2 หนุ่ม-สาวชูป้ายไล่นายกฯ บช.น.จ่องัดข้อกฎหมายเอาผิดม็อบเด็ก “ณัฐชา” บอกประชาชนมองข้าม “บิ๊กตู่” ไปแล้ว “เสรีพิศุทธ์” เชื่อมีพลัง นศ.ออกมา เรื่อยๆ “เทพไท” จี้ รบ.รีบรับข้อเสนอแก้ รธน. “ศรีฯ” บี้ ตร.เอาผิดแกนนำจากศึกแย่งชิงชามข้าวจนกลายเป็นปัญหาภายในของพรรคพลังประชารัฐ เรื่องทำท่าจะขยายลามไปถึงพรรคร่วมรัฐบาล ระหว่างการประชุมใหญ่สามัญของพรรคประชาธิปัตย์ นายอันวาร์ สาและ รองเลขาธิการพรรค ไล่ชำแหละผลงานรัฐมนตรีของพรรคเป็นรายคน จนถูกดาหน้าตอบโต้กับอย่างดุเดือด พปชร.ย้ำอำนาจนายกฯตั้ง รมต.เมื่อวันที่ 19 ก.ค. นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวว่า การประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค พปชร. ในวันที่ 21 ก.ค. จะมีการพิจารณารายชื่อผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.ประยุทธ์ 2/2) เพื่อมีมติให้หัวหน้าพรรคดำเนินการส่งรายชื่อให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป สำหรับรายชื่อรัฐมนตรีขึ้นอยู่กับดุลพินิจของนายกฯพิจารณา และในวันดังกล่าวจะมีการเปิดตัว พล.ต.อ.ยงยุทธ เทพจำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ อดีตหัวหน้าพรรคประชานิยม เข้าเป็นสมาชิกพรรคพปชร. หลัง กกต. ประกาศให้พรรคประชานิยมสิ้นสภาพ โดย พล.ต.อ.ยงยุทธสมัครเป็นสมาชิกพรรคแล้ว และ พล.ต.อ.ยงยุทธทำหนังสือเรียนถึงประธานสภาผู้แทนราษฎรเรียบร้อยแล้ว“สิระ” แก้บนไล่สี่กุมารสำเร็จวันเดียวกัน เวลา 09.00 น. นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรค พปชร. นำไข่ไก่จำนวน 9,000 ฟอง พร้อมหัวหมู 2 หัว ถวายแก้บนศาลเจ้าพ่อสมบูรณ์ และศาลพ่อปู่ชัยมงคล ที่บริเวณชุมชนเคหะหลักสี่ นายสิระกล่าวว่า การถวายไข่ไก่และหัวหมูแก้บนครั้งนี้ สืบเนื่องจากที่ตนได้ขอไว้ว่าให้กลุ่ม 4 กุมาร ลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีภายในเดือน ก.ค. ส่วนการสรรหาผู้ที่เหมาะสมมาเป็น ครม.ชุดใหม่ เป็นอำนาจของนายกฯที่จะใช้ดุลพินิจเลือกใคร แต่เชื่อว่านายกฯจะเลือกคนที่มีความเหมาะสม ส่วนตัวอยากเห็นคนที่มาเป็น รมว.พลังงานคนใหม่ สามารถทำให้ราคาน้ำมันปรับลดลงมีราคาใกล้เคียงกับประเทศเพื่อนบ้านได้ รวมถึงต้องการเห็นนโยบายการพัฒนาพลังงานทดแทนมาใช้แทนน้ำมัน เพราะขณะนี้คนที่รวยที่สุดคือ ปตท. หรือกลุ่มพลังงาน ดักคอ “บิ๊กตู่” ต้องรับทั้งผิด–ชอบน.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การปรับ ครม.เอาใครเข้าใครออกเป็นอำนาจของนายกฯ เพราะการบริหารประเทศเป็นความรับผิดชอบของนายกฯโดยตรงแต่เพียงผู้เดียว ไม่ว่าเป็นเรื่องอะไรทั้งผิดหรือชอบ จะปฏิเสธความรับผิดชอบที่เกิดขึ้นจากการบริหารของตัวเองไม่ได้ และหลังจากปรับ ครม.ไปแล้ว หากการบริหารประเทศเป็นไปด้วยดี พล.อ.ประยุทธ์ก็รับความชอบไป แต่ถ้าการบริหารราชการแผ่นดินล้มเหลวเหมือนที่ผ่านมา ทำให้ประชาชนเดือดร้อนในเรื่องเศรษฐกิจเหมือนทุกวันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ก็ต้องรับผิด เพราะท่านเลือกคนไม่มีความรู้ความสามารถมาทำงาน ก็ต้องรับผิดชอบในการตัดสินใจ และหากการบริหารประเทศยังล้มเหลวซ้ำซากอยู่แบบนี้ การปรับ ครม.ครั้งต่อไปคนที่ควรถูกปรับออกมากที่สุด คือตัว พล.อ.ประยุทธ์เองเย้ยประชาชนไม่ร้องว้าวมีแต่ยี้นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ถึงวันนี้กลุ่ม 4 กุมารน่าจะโล่งใจมากกว่าเสียใจที่หลุดพ้นจากวังวนความล้มเหลวของหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ การปรับ ครม.เศรษฐกิจยกชุดครั้งนี้ เป็นยิ่งกว่าคำสารภาพว่า นโยบายด้านเศรษฐกิจตั้งแต่ คสช. มาจนถึงรัฐบาลสืบทอดอำนาจ ล้มเหลวไร้ประสิทธิภาพ ขนาดนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีต รองนายกฯ ที่เข้าใจเศรษฐกิจการตลาดยังยอมยกธงขาว คนอื่นที่มารับเผือกร้อนแทนจะไหวหรือ จึงไม่แปลกใจที่มีข่าวคนที่ถูกทาบทามพากันปฏิเสธ สุดท้ายแล้วการลงทุนสร้างสถานการณ์เพื่อขับไล่กลุ่ม 4 กุมารของนักการเมืองพันธุ์โบราณ ที่สร้างมุ้งแย่งชามข้าว อาจกลายเป็นการตีงูให้กากิน มีแต่เสียไม่มีได้ ภาคธุรกิจให้โจทย์ว่า ครม.ใหม่ที่ประกาศชื่อออกมาต้องว้าว แต่ถ้าดาหน้าปฏิเสธกันหนักขนาดนี้ สุดท้ายจะได้ ครม.ที่ประชาชนยี้ น่าเสียดายที่ พล.อ.ประยุทธ์ไม่รู้ว่าปัญหาอยู่ตรงไหน เพราะถ้ารู้ตัวว่า พล.อ.ประยุทธ์คือศูนย์กลางของปัญหาและความขัดแย้ง ต้องลาออกไปนานแล้วคนรุ่นใหม่มองอนาคตเหลื่อมล้ำขณะที่สำนักวิจัยซูเปอร์โพลเปิดผลสำรวจความเห็นประชาชนจำนวน 1,243 คน เรื่องเสียงคนรุ่นใหม่ต่อการปรับ ครม. พบว่าเสียงส่วนใหญ่ของคนรุ่นใหม่ ไม่มีความเชื่อมั่นว่าคนที่จะมาแทนรัฐมนตรีกลุ่ม 4 กุมาร จะไม่มีประวัติด่างพร้อย และไม่เชื่อมั่นว่าจะเสียสละเพื่อชาติบ้านเมือง ไม่กอบโกยผลประโยชน์ นอกจากนี้ที่น่าเป็นห่วงคือมุมมองของคนรุ่นใหม่ต่ออนาคตของประเทศชาติ พบว่าส่วนใหญ่ร้อยละ 87 มองว่ายังมีความเหลื่อมล้ำ คนจนจนมากขึ้น รองลงมาคือเด็กและเยาวชนไม่มีพื้นที่ที่แสดงออกในเวลาที่ไม่เห็นด้วยกับผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่ให้ความสำคัญกับเด็กและเยาวชนน้อย เอาความอยู่รอดของตัวเองและพรรคพวกเป็นใหญ่ ผู้ใหญ่หลงตัวเองคิดว่าตัวเองดี ตัวเองเก่งมากกว่าเด็ก และใช้อำนาจควบคุม มากกว่าใช้อำนาจให้เกิดความไว้วางใจ “อันวาร์” พกหมวกกันน็อกประชุมเมื่อเวลา 09.00 น. ที่โรงแรมรามา การ์เด้นส์ มีการประชุมใหญ่สามัญพรรคประชาธิปัตย์ประจำปี 2563 มีบรรดาแกนนำคนสำคัญ อาทิ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค นายชวน หลีกภัย ประธานสภา ที่ปรึกษาพรรค นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรค ส.ส. อดีต ส.ส. และสมาชิกพรรคจากทั่วประเทศทยอยเข้าร่วมประชุมคึกคัก ขณะที่นายอันวาร์ สาและ ส.ส.ปัตตานี รองเลขาธิการพรรค เดินทางมาด้วยรถมอเตอร์ไซค์ฮาร์เลย์ พร้อมถือหมวกกันน็อกมาใส่โชว์ผู้สื่อข่าวอ้างว่าต้องพกหมวกกันน็อกมาเพราะกลัวโดนรุมในช่วงที่จะแสดงความเห็นเปิดแผนยุทธศาสตร์“จุรินทร์” ปลุก ปชป.เป็นเอกภาพต่อมาเวลา 10.10 น. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวเปิดการประชุม หลังรับฟังรายงานผลการดำเนินการประจำปี และแผนยุทธศาสตร์พรรคแล้ว นายชนะ รุ่งแสง สมาชิกอาวุโส ได้สอบถามว่าพรรคมีคนดีคนเก่ง ทำหน้าที่และภารกิจอย่างภาคภูมิสมเกียรติมากน้อยเพียงใด นายจุรินทร์ชี้แจงว่า มั่นใจว่าพรรคจะเติบโตต่อไปได้ในอนาคต แต่ต้องวิเคราะห์ว่ามีปัจจัยใดบ้าง นอกเหนือจากอุดมการณ์ ต้องมีผลงาน ความเป็นเอกภาพ ยืนยันว่าพรรคยังคงอุดมการณ์เดิม แต่ด้วยโลกเปลี่ยน การเมืองเปลี่ยน อุดมการณ์ต้องบวกความทันสมัย ผลงานต้องเกิดจากการกระทำจริงไม่ใช่คำพูด เข้าร่วมรัฐบาลวันนี้เพิ่งครบขวบปี ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ แม้เราจะมุ่งมั่นในอุดมการณ์เพียงใด สร้างผลงานแค่ไหน ถ้าขาดความเป็นเอกภาพก็ใช่ว่าจะนำพรรคไปสู่ความสำเร็จได้ เพราะความไม่เป็นเอกภาพคือตัวบั่นทอนพรรค ขอให้ทุกคนจับมือเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เดินไปสู่อนาคตร่วมกัน“อันวาร์” ของขึ้นฉะคนปัญญาอ่อนผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศเริ่มดุเดือดขึ้น เมื่อนายอันวาร์ สาและ ส.ส.ปัตตานี รองเลขาธิการพรรค หยิบยกปัญหาภายในพรรคชำแหละเป็นข้อๆ ว่าพรรคมีแนวโน้มจะตกต่ำลงต่อเนื่อง ไม่มีวี่แววพลิกฟื้น เหตุแห่งความตกต่ำมาจากประชาชนผิดหวัง ไม่สามารถลบล้างข้อครหาตราบาปเรื่องดีแต่พูด เอาดีใส่ตัวเอาชั่วให้เพื่อนได้ ภาพพจน์ของรัฐบาลเห็นกันชัดว่าดีหรือไม่ดี เราเป็นพรรคร่วมรัฐบาลแต่ได้ทำหน้าที่ตามระบอบประชาธิปไตยแล้วหรือไม่ หรือว่าพรรคทำตามสั่ง เดิมก็ตกต่ำอยู่แล้ว แต่พอเข้าร่วมรัฐบาลภาพลักษณ์จะเป็นอย่างไรต่อ “ผมประกาศว่าไม่ขอรับตำแหน่งใดๆทั้งสิ้นใน ครม. ไม่ต้องกังวลว่าจะแย่งของใคร มีข่าวลือที่เป็นเรื่องปัญญาอ่อน ผมไม่ใช่คนชั่ว ไม่ได้เป็นคนเก่งเหมือนกับคนที่เอามาพูด พวกนั้นเก่งแต่นินทาลับหลัง ผมไม่ต้องการให้พรรคเราเลือดไหล ทุกวันนี้หลายคนรู้ว่าพรรคตกต่ำแต่ไม่เคยเสนอทางแก้ ใครออกมาเสนอก็โดนใส่ร้าย”ไล่กราดรัฐมนตรีโดนกันถ้วนหน้านายอันวาร์กล่าวอีกว่า รัฐมนตรีของพรรคทำงานเต็มที่แต่ไม่มีกระแส มีประเด็นหน้ากากอนามัย และสินค้าขาดตลาดในช่วงโควิด ยังไม่ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชน ในขณะที่พรรคล้มเหลวตกต่ำในช่วงเลือกตั้ง แต่นายจุติ ไกรฤกษ์ อดีตเลขาธิการพรรค กลับได้เป็น รมว.การพัฒนาสังคมฯ ทั้งที่ภาคเหนือได้เพียงที่นั่งเดียว หรือนายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข มีหลายคนบอกว่าทำงานเหมือนข้าราชการประจำ ส่วนนายถาวร เสนเนียม รมช. คมนาคม ทั้งที่เป็นคนทำงานแต่ไม่มีกระแส เพราะรัฐมนตรีว่าการแอ็กชันแรง สำหรับกระทรวงมหาดไทย นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย และรองหัวหน้าพรรค เคยทำโพลก่อนการเลือกตั้งมาว่าตนจะสอบไม่ผ่าน จะไม่ให้ลงสมัครแบบเขต และกรณีนี้เกิดขึ้นกับอีกหลายคน เป็นการทำโพลเพื่อคัดเลือกคนมาลงสมัครรับเลือกตั้งผิด เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้พรรคแพ้การเลือกตั้ง“จุรินทร์” เตือนอย่าพาดพิงคนอื่นขณะที่นายจุรินทร์ชี้แจงโต้แย้งว่า นายอันวาร์ เป็น ส.ส. เป็นรองเลขาธิการพรรค พูดอะไรต้องใช้ดุลพินิจ ไม่ควรพาดพิงพรรคอื่นหรือคนอื่น ต้อง ไตร่ตรองว่าควรหรือไม่ควร แต่นายอันวาร์ยังคงยืนยันว่าสิ่งที่พูดเป็นไปตามข่าว พร้อมกล่าวต่อว่า ต้องทำให้พรรคประชาธิปัตย์เป็นที่หวังและพึ่งได้ ยึดมั่นสัญญากับประชาชน และยึดมั่นการปกครองในระบอบประชาธิปไตย พรรคจะเติบโตได้ต้องมีเนื้อหา และการสื่อสารที่เข้าถึง ถ้าวันหนึ่งประชาชนหันหลังให้เรา เราก็ไม่มีอำนาจนั้น ประชาธิปัตย์หมายถึงประชาชนคงไว้ซึ่งอำนาจอธิปไตย เราต้องคงสิ่งนี้ไว้ อำนาจอธิปไตยคืออำนาจของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชนผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่นายอันวาร์แสดงความคิดเห็นอยู่นั้น บรรดา ส.ส.ต่างลุกขึ้นประท้วงเป็นระยะ ว่าการเลือกตั้งที่ผ่านมาเป็นเรื่องในอดีต และ เป็นเรื่องของกรรมการบริหารชุดที่แล้ว ไม่ควรมาพูดถึงคนที่ได้คะแนนน้อย และสิ่งที่พูดไม่อยู่ในประเด็น บิ๊ก ปชป.ดาหน้าโต้กลับดุเดือดจากนั้นบรรดารัฐมนตรี ส.ส. และอดีต ส.ส. กลุ่มที่สนับสนุนนายจุรินทร์ สลับกันลุกขึ้นตอบโต้อย่างดุเดือด อาทิ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค ตอบโต้กลับว่า เราพ่ายแพ้ได้และควรยอมรับ ไม่ใช่มาด่ากันเองแล้วตีกันกันเอง การร่วมรัฐบาลเป็นไปตามข้อบังคับพรรคทุกประการ การเอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่คนอื่นก็เหมือนกัน ถ้าไม่ให้คนอื่นพูดต้องหยุด เราต้องไม่ทำเอง ไปถามคนข้างนอกก็จะรู้ว่าคบตนได้หรือไม่ ไม่คิดว่าพรรคตกต่ำถึงขนาดที่วิจารณ์ ยืนยันไม่มีใครสั่งพรรคเราในสิ่งที่ไม่ถูกต้องได้นายถาวร เสนเนียม รมช.คมนาคม กล่าวว่า ตนเป็นรัฐมนตรีมีศักดิ์ศรีของความเป็นประชาธิปัตย์ ไม่มีใครสั่งให้หันซ้ายหันขวาหันได้ นายอันวาร์อย่าพูดลอยๆ ต้องมีข้อเท็จจริง ด้านนายธนา ชีรวินิจ ผู้ช่วย รมว.เกษตรฯ กล่าวว่า เสียใจที่นายอันวาร์พาดพิงถึงอดีตผู้สมัครสอบตก ทุกคนมีศักดิ์ศรีเท่าเทียมกัน ทำไมไม่พูดที่เกาะเสม็ด จ.ระยอง ที่เป็นการประชุมเเบบพี่น้อง แต่เลือกมาพูดต่อหน้าสื่อวันนี้ ต้องการอะไรกันแน่ วิธีนี้ไม่ได้ช่วยพรรค แต่เป็นการทำลายพรรคให้ยิ่งเจ็บปวดมากขึ้นลงชื่อค้านเปลี่ยนโลโก้กลัวขัด ก.ม.นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.กทม. ให้ สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า มีสมาชิกพรรคส่วนหนึ่ง เข้าชื่อในจดหมายเปิดผนึกถึงหัวหน้าพรรค ขอให้กรรมการบริหารพรรคดำเนินการเปลี่ยนโลโก้พรรคในเพจและสื่อออนไลน์ ให้กลับมาเป็นตราพรรคแบบเดิมตามกฎหมาย มีสมาชิกพรรคจำนวนมากไม่เห็นด้วย เพราะไม่ผ่านประชาพิจารณ์ภายในพรรค และอาจผิดกฎหมายพรรคการเมือง รวมถึงขัดข้อบังคับพรรค เพราะเพจที่แสดงสัญลักษณ์ของพรรคประชาธิปัตย์ต้องใช้สิ่งที่จดทะเบียนไว้ตามกฎหมาย ด้านนายนราพัฒน์ แก้วทอง รองหัวหน้าพรรค กล่าวว่า ยืนยันว่าพรรคไม่ได้เปลี่ยนโลโก้ แต่เป็นการนำไปใช้ในบางพื้นที่ ฝ่ายกฎหมายพิจารณาแล้วว่านำไปใช้ได้ แต่ถ้าอยู่ในเฟซบุ๊กหรือสื่อออนไลน์ของพรรค อันนี้ก้ำกึ่ง ต้องให้คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพิจารณา ส่วนการทำของที่ระลึกมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย ซึ่งไม่ใช่เอกสารสำคัญที่ส่งต่อ กกต.“ดำรงค์” ฟุ้งพรรคเดียวไม่กินกล้วยวันเดียวกันที่โรงแรมนภาลัย จ.อุดรธานี นายดำรงค์ พิเดช หัวหน้าพรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย กล่าวระหว่างเป็นประธานการประชุมใหญ่พรรค ว่า พรรคเรามี 2 เสียงยืนยันว่าเราเป็นพรรคเล็กที่ไม่ได้กินกล้วย และยังมีจุดยืนในเรื่องป่าอย่างมั่นคง พรรคกำลังผลักดันเรื่องใหญ่ คือ การให้ราษฎรยากจนเช่าป่าสงวนแห่งชาติได้ เช่น คนจนที่บุกรุกป่าสงวนฯ ปลูกยางพารา จะให้เช่าไร่ละ 10 บาท เป็นเวลา 30 ปี เพื่อแก้ปัญหาให้กับราษฎรไม่ให้ถูกจับกุมดำเนินคดี และยังเตรียมผลักดันเรื่องการปลูกป่าเพื่อสร้างรายได้ โดยตั้งกองทุนโลกร้อนขึ้นมา ทำให้ประชาชนมีรายได้จากการปลูกป่ามากกว่าการปลูกข้าว ข้าวโพด หรือยางพาราเยาวชนปลดแอกยุติชุมนุมกลางดึกสำหรับการนัดชุมนุมไล่รัฐบาลโดยสหภาพนักเรียนนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนท.) และกลุ่มเยาวชนปลดแอก-Free YOUTH ตั้งแต่ช่วงเย็นจนถึงดึกของคืนวันที่ 18 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยแกนนำประกาศจะอยู่ชุมนุมข้ามคืน แต่สุดท้ายต้องประกาศยุติการชุมนุมลงตอนกลางดึก เนื่องจากเกรงจะเกิดความไม่ปลอดภัย หลังมีผู้พยายามสร้างสถานการณ์วุ่นวายเป็นระยะ อาทิ มีชายฉกรรจ์คนหนึ่งอ้างตัวเป็นการ์ด ได้นำผ้าไปปิดกล้องวงจรปิดรอบพื้นที่ชุมนุม จนทำให้มีผู้ชุมนุมรายหนึ่งเกรงจะทำให้เกิดความเสียหาย จึงล็อกตัวมาสอบถามว่าใครสั่ง และพยายามนำตัวไปที่บริเวณเวที แต่ชายคนดังกล่าวเกิดต่อสู้แล้วหนีไปได้ ผู้ชุมนุมซึ่งไม่ทราบเรื่องคิดว่าเจ้าหน้าที่พยายามจะจับกุมผู้ชุมนุม จึงพากันกรูเข้ามารุมทำร้ายชายผู้หวังดีจนอ่วม เกิดความชุลมุนถึงขั้นเต็นท์หน้าเวทีพังลงมา แต่สุดท้ายก็ควบคุมสถานการณ์ได้แกนนำหวั่นความไม่ปลอดภัยนายทัตเทพ เรืองประไพกิจเสรี เลขาธิการกลุ่มเยาวชนปลดแอก ให้สัมภาษณ์ว่า เหตุที่ต้องยุติชุมนุมก่อนกำหนด เพราะมองว่าภารกิจลุล่วงประสบความสำเร็จ และต้องการให้ผู้ชุมนุมทุกคนได้รับความปลอดภัยมากที่สุด แต่ยังคงยืนยันหนักแน่นในข้อเรียกร้องทั้ง 3 ข้อที่ส่งถึงรัฐบาลคือ ให้ยุติการคุกคามประชาชน ยุบสภา และร่าง รธน.ใหม่ โดยให้เวลา 2 สัปดาห์ หากไม่มีการตอบรับจะกลับมาชุมนุมอีก และครั้งหน้าจะยกระดับขึ้น เชื่อว่าต้องมีผู้เข้าร่วมมากกว่าเดิม ส่วนสถานที่ชุมนุมคงใช้บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเช่นเดิม เมื่อถามว่า หลังจบม็อบกังวลเรื่องคดีความที่จะตามมาหรือไม่ นายทัตเทพตอบว่า ถ้ารัฐบาลรับข้อเสนอเราเรื่องการยุติการคุกคามประชาชน ก็ต้องไม่ตั้งข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินหากยังตั้งข้อหานี้เล่นงานเรา แสดงว่าการคุกคามประชาชนยังคงมีอยู่ พ.ร.ก.ฉุกเฉินมีไว้ควบคุมโรค ทางกลุ่มเรามาชุมนุมตามสิทธิรัฐธรรมนูญ พร้อมต่อสู้คดีตามกระบวนการปกติหนุ่ม–สาวชาวกระบี่ไล่นายกฯขณะเดียวกัน แนวร่วมของ สนท.และกลุ่มเยาวชนปลดแอก-Free YOUTH เริ่มขยายตัวในต่างจังหวัด วันเดียวกันที่ จ.กระบี่ มีเยาวชนชาย-หญิง 2 คน ยืนถือป้ายขับไล่รัฐบาล ถ่ายคลิปพร้อมกับตะโกนขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่บริเวณลานรูปปั้นปูดำ ถนนอุตรกิจเขตเทศบาลเมืองกระบี่พร้อมประกาศย้ำข้อเรียกร้อง 3 ข้อต่อรัฐบาล คือให้หยุดคุกคามประชาชน ให้ยุบสภา และร่างรัฐธรรมนูญใหม่ โดยจุดดังกล่าวเป็นจุดเช็กอิน และเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของตัวเมืองกระบี่ ทำให้เกิดเสียงวิจารณ์ทั้งชื่นชม และตำหนิถึงความไม่เหมาะสม ต่อมามีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองกระบี่ เข้ามาห้ามให้หยุดกิจกรรมดังกล่าว ลามเชียงใหม่ชุมนุมไล่รัฐบาลเวลา 17.00 น. วันเดียวกันที่ลานข่วงประตูท่าแพ กลางเมืองเชียงใหม่ มีกลุ่มประชาชน นักเรียน นักศึกษา มาชุมนุมกันกว่า 1,000 คน เรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภาฯ ต้องการรัฐธรรมนูญที่เป็นของประชาชนโดยแท้จริง มีการถือป้ายชุมนุม ชูสามนิ้ว และเขียนข้อความปลดแอกการเมืองไทย โดยมีตัวแทนนักศึกษาประชาชนสลับกันขึ้นกล่าวโจมตีรัฐบาล โดยมี พ.ต.อ.ภูวนาถ ดวงดี ผกก.สภ.เมืองเชียงใหม่ ประกาศผ่านเครื่องขยายเสียงเตือนให้ผู้ร่วมกิจกรรมเว้นระยะห่าง ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 แต่ถูกโห่ไล่ดังสนั่น นายธนาธร วิทยเบญรงค์ ผู้นำกลุ่มพรรวิฬาร์ นักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า กิจกรรมวันนี้จะมีการยืนร่วมไว้อาลัยให้กับบุคคลที่ถูกทำให้สูญหายจากการกระทำของรัฐ พร้อมเรียกร้องตาม สนท. และกลุ่มเยาวชนปลดแอก โดยใช้เวลาประมาณชั่วโมงครึ่ง จากนั้นผู้ร่วมกิจกรรมแยกย้ายกันกลับ โดยไม่มีความรุนแรงเกิดขึ้นตร.รอหารือเอาผิดม็อบเยาวชนด้าน พ.ต.อ.อิทธิพล พงษ์ธร ผกก.สน.สำราญราษฎร์ กล่าวว่า การปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจต่อผู้ชุมนุม เน้นแนวทางละมุนละม่อม ไม่ให้เกิดการกระทบกระทั่ง มีการยื้อยุดฉุดกระชากกันบ้างแต่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ ยืนยันว่ายังไม่ได้จับกุมใครมาดำเนินคดี ไม่ได้คุกคามกลุ่มผู้ชุมนุม ทั้งนี้ กลุ่มผู้ชุมนุมไม่มีการขออนุญาตชุมนุม จะมีความผิดฐานชุมนุมในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินหรือไม่นั้น ต้องประชุมหารือก่อน เนื่องจากพื้นที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เป็นพื้นที่รอยต่อ 3 สน.คือ สน.สำราญราษฎร์ สน.นางเลิ้ง และ สน.ชนะสงคราม ขณะนี้ยังไม่มีการออกหมายเรียกหรือหมายจับใคร ส่วนกรณีกลุ่มผู้ชุมนุมที่ประกาศยุติการชุมนุม โดยอ้างว่ามีกลุ่มมือที่สาม ชายชุดดำ เข้ามาปั่นป่วน ข่มขู่ คุกคาม และอาจมีความไม่ปลอดภัยนั้น ยืนยันว่าไม่มีน.1 สั่งสแกนผู้ชุมนุมตัวบุคคลที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. กล่าวว่า สั่งการให้ พล.ต.ต.สันติ ชัยนิรามัย ผบก.สส.บช.น. พล.ต.ต.สำเริง สวนทอง ผบก.น.1 พล.ต.ต.เมธี รักพันธุ์ ผบก.น.6 รวบรวมพยานหลักฐานพิสูจน์ทราบรายละเอียดตัวบุคคลว่ามีใครเข้าไปในพื้นที่บ้าง เข้าไปทำกิจกรรมอะไร เพื่อมาพิจารณาว่าผู้ที่มาชุมนุมปฏิบัติตามมาตรการการควบคุมโรคหรือไม่“บิ๊กปั๊ด” นัดถกข่ายความผิดมีรายงานว่า บช.น.เตรียมออกคำสั่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนขึ้นมาโดยเฉพาะเนื่องจากเป็นคดีที่คาบเกี่ยวหลายท้องที่ มอบหมายให้ พล.ต.ต.สมประสงค์ เย็นท้วม รอง ผบช.น.รับผิดชอบงานความมั่นคง เป็นหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวน พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รอง ผบช.น. รับผิดชอบงานสืบสวน เป็นหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวน ในวันที่ 20 ก.ค. พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. นัดประชุมที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวน (บก.สส.) นำพยานหลักฐานที่รวบรวมได้มาดูว่าพฤติกรรมของแกนนำและผู้ชุมนุมเข้าข่ายความผิดอะไรบ้าง ก่อนพิจารณาดำเนินคดีตามกฎหมาย จากเหตุการณ์ชุมนุมที่เกิดการผลักดันแผงเหล็กกระแทก ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ อคฝ.หญิง หรือกองร้อยน้ำหวาน ได้รับบาดเจ็บ 5 นาย ทั้งหมดได้ไปตรวจร่างกายที่ รพ.ไว้เป็นหลักฐาน อยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะมีการร้องทุกข์กล่าวโทษเอาผิดหรือไม่“ณัฐชา” ชี้มองข้าม “บิ๊กตู่” ไปแล้วนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. โฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวว่า หลังจากเสร็จภารกิจที่ จ.เชียงราย และคอยติดตามสถานการณ์การชุมนุมตั้งแต่ลงเครื่องที่ดอนเมือง จึงเดินทางไปเพื่อสังเกตการณ์ และรับฟังความคิดเห็นและให้กำลังใจผู้มาร่วมชุมนุม สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นผลมาจากการบริหารที่ล้มเหลวของรัฐบาล สะสมตั้งแต่สมัยรัฐบาล คสช. ยังไม่สามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่เป็นปัญหาหลักได้ แม้นายกฯจะลาออกก็ยังไม่สามารถแก้ปัญหาตรงนี้ได้ เพราะประชาชนมองข้าม พล.อ.ประยุทธ์ไปแล้ว มีแต่ต้องยุบสภาเท่านั้น นอกจากนี้ในส่วนของสภาผู้แทนราษฎรเอง มีการพยายามตั้ง กมธ.รับฟังความคิดเห็นของนักศึกษา ตั้งแต่สมัยประชุมที่แล้ว แต่ตนได้กลิ่นมาว่า รัฐบาลมีความพยายามจะไม่ให้มี กมธ.ชุดดังกล่าว นั่นหมายความว่าพวกเขาไม่อยากรับฟังความเห็นของนักศึกษาแค่ร่วมสังเกตการณ์ไม่ครอบงำนายณัฐชากล่าวอีกว่า สิ่งที่แตกต่างจากการชุมนุมทางการเมืองครั้งที่ผ่านๆมา คือการชุมนุมครั้งนี้ไม่ได้ทำเพื่อบุคคลใดบุคคลหนึ่ง หรือเพื่อพรรค การเมืองใด หรือเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองเหมือน กับการชุมนุมทางการเมืองที่ผ่านมา นับตั้งแต่ปี 2549 แต่การชุมนุมในครั้งนี้คนที่ออกมา ออกมาเพื่อตัวพวกเขาเอง จากหลายๆปัจจัยที่สะสมมาต่อเนื่อง เช่นเดียวกับเรื่องการจัดการที่แสดงให้เห็นถึงความบริสุทธิ์ โดยไม่มีวาระซ่อนเร้นทางการเมือง อย่างการจัดเตรียมพื้นที่ การรักษาความปลอดภัยสำหรับผู้ที่จะร่วมชุมนุม หรือการจัดประเด็นการพูดให้มวลชนที่มาฟัง ถือเป็นความสวยงามของประชาธิปไตย ตนและพรรคก้าวไกลขอยืนยันว่าเราจะไม่แทรกแซงการชุมนุม ไม่มีการให้คำแนะนำแต่อย่างใด เพราะเราอยากเห็นบรรดาแกนนำเดินหน้าเรื่องนี้อย่างเต็มที่ จากพลังที่บริสุทธิ์ โดยเราจะเป็นเพียงผู้สังเกตการณ์เท่านั้น เชื่อมีพลัง นศ.ออกมาอีกเรื่อยๆพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย กล่าวว่า การชุมนุมที่เกิดขึ้นแสดงว่าเยาวชนไม่อดทนเเล้ว แม้ตำรวจจะบอกว่าอาจผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และกฎหมายอื่น แต่เยาวชนและประชาชนหลายพันคนยังออกมาและยุติการชุมนุมโดยสงบ เข้าใจว่าตำรวจต้องทำตามหน้าที่แต่ควรฟังเสียงประชาชนและเยาวชนด้วย อย่าเหมาว่าเป็นม็อบการเมืองหรือม็อบรับจ้าง ดูเจตนาคนที่มาชุมนุมด้วย เยาวชนที่มาชุมนุมป้องกันตัวเองเป็นอย่างดี รัฐบาลอย่าอ้างโรคโควิด-19 เพราะเหตุทหารอียิปต์กับลูกทูตซูดานนั้น เป็นเพราะรัฐบาลการ์ดตกเอง อย่านำกรณีการชุมนุมครั้งนี้มาตีกิน ความวิตกต่อการชุมนุมครั้งนี้ แสดงว่าฝ่ายเผด็จการกลัวเสียอำนาจเพราะประชาชนและเยาวชนออกมาขับไล่ และน่าจะออกมาเรื่อยๆ นายกฯได้ยินเสียงสังคมหรือไม่ หรือสนใจแค่คนของตัวเองที่กำลังต่อรองเก้าอี้ ครม.เท่านั้น วันนี้สังคมไม่อดทนกับพวกคุณแล้ว ควรพิจารณาตัวเอง ขอแนะนำ พล.อ.ประยุทธ์อย่าดื้อดึงเลยให้กำลังใจหนุนทวงคืน ปชต.นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้าน โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า “อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ที่สูญเสียคุณค่าและความหมายลงไปนาน จากความพยายามทำลาย ของเหล่าผู้มีอำนาจ กลับมีความงดงามขึ้นอีกครั้ง เมื่อเยาวชน ประชาชน ใช้เป็นเวทีต่อสู้เพื่อทวงคืนประชาธิปไตย ขอเป็นกำลังใจให้การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ประสบความสำเร็จ และขอเป็นกำลังใจให้ทุกคน”“เทพไท” จี้ รบ.รีบรับข้อเสนอ นศ.นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เข้าใจและยอมรับการแสดงออกทางการเมืองของกลุ่มนักศึกษา การชุมนุมครั้งนี้อยู่ภายใต้กรอบกฎหมาย แม้จะอยู่ภายใต้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินแต่ก็ชุมนุมอย่างสงบ สำหรับข้อเรียกร้อง 3 ข้อ คือ 1.ประกาศยุบสภา 2.หยุดคุกคามประชาชน 3.ร่างรัฐธรรมนูญใหม่นั้น ถ้ามีการแก้ไขหรือยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่เป็นประชาธิปไตย และยึดโยงกับประชาชน ก็ตอบโจทย์ข้อเรียกร้องของทุกฝ่ายได้ทั้งหมด แม้ว่าจะมีคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์ และแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว ตนในฐานะที่เป็น กมธ.คนหนึ่ง เห็นว่าการดำเนินงานเป็นไปด้วยความล่าช้า ไม่ทันต่อสถานการณ์ ไม่เป็นไปตามแนวนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลที่แถลงต่อสภาฯ จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลเสนอตัวเป็นเจ้าภาพแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เสร็จโดยเร็วที่สุด เพื่อปลดล็อกทางการเมือง ไม่ให้บ้านเมืองเดินไปสู่ทางตัน และเป็นการเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ไม่ใช่รัฐธรรมนูญฉบับสืบทอดอำนาจของกลุ่มใด“ธนกร” สอน นศ.อย่าให้ใครจูงนายธนกร วังบุญคงชนะ อดีตโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า กรณีที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า เชิญชวนประชาชนร่วมชุมนุมเรียกร้องไม่เอารัฐบาลสืบทอดอำนาจนั้น นายธนาธรผ่านการเลือกตั้งมา แต่ในหัวคิดอยู่ 2 อย่าง คือ บ้านเมืองไม่เป็นประชาธิปไตย สืบทอดอำนาจเผด็จการ แต่ไม่เคยคิดที่จะทำประโยชน์อะไรให้ประเทศชาติและประชาชน ไม่เคยคิดนโยบายทำให้ประเทศก้าวหน้า ประชาชนอยู่ดีกินดี วันนี้ออกมาปลุกระดมประชาชนอีก การชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยแม้จะเป็นพลังบริสุทธิ์ของนักศึกษา แต่มีพลังที่แอบแฝงอยู่มาก แกนนำที่เคลื่อนไหวหลายคนเป็นกลุ่มเดิมๆ อยากแนะนำนักศึกษาขอให้ไตร่ตรอง มีข้อมูลที่ชัดเจนในการตัดสินใจ อย่าปล่อยให้พลังที่ไม่บริสุทธิ์มาครอบงำ และควรใช้กลไกรัฐสภาดีกว่าปลุกม็อบลงถนน “ศรีฯ”บี้ ตร.เอาผิดแกนนำม็อบด้านนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กล่าวว่า การจัดชุมนุมดังกล่าวเข้าข่ายความผิดหลายข้อหา อาทิ ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 215 และยังมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 209 และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเร่งออกหมายเรียก และติดตามจับกุมแกนนำม็อบทั้งหมดมาดำเนินการสอบสวน รวมถึงออกหมายเรียกแกนนำกลุ่มการเมือง และ ส.ส.บางคน ที่ให้ท้ายการชุมนุมดังกล่าว ถึงขั้นเตรียมการจะใช้ตำแหน่ง ส.ส.ประกันตัวให้ล่วงหน้า มาดำเนินการสอบสวนส่งอัยการฟ้องต่อศาลอาญาต่อไป เพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่างต่อบุคคลอื่น ที่ริอ่านจะจัดการชุมนุม อันเป็นการสร้างความวุ่นวายให้เกิดขึ้นในสังคม และสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ใช้รถใช้ถนนต่อไปรองโฆษก ทบ.แจ๋นใส่ม็อบมุ้งมิ้งขณะที่ พ.อ.หญิง นุสรา วรภัทราทร รองโฆษกกองทัพบก โพสต์ลงเฟซบุ๊กระบุว่า “เป็นการชุมนุมแบบมุ้งมิ้ง ตีกันเอง ระแวงกันเอง สลายชุมนุมกันเอง ข้อเรียกร้องต้องยุบสภา อีก 2 ปีครึ่ง ก็เลือกตั้งใหม่แล้วต้องแก้รัฐธรรมนูญ อันนี้งงมาก แค่เหตุผลของ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน น้องยังไม่เก็ตเลย ตอนนั้นที่ทำประชาพิจารณ์และลงมติรับรัฐธรรมนูญกัน น้องๆทำอะไรกันอยู่คะ และต้องเลิกคุกคามประชาชน น้องคะถ้าประชาชนไม่ทำผิดกฎหมาย ใครหน้าไหนก็ทำอะไรไม่ได้ วิธีคิดของพวกที่อยู่เบื้องหลังของม็อบน้อง ก็แค่ต้องการให้มีเคสบูชายัญเท่านั้นแหละ จะได้มีเหตุออกมาเรียกร้องต่อ ตอนนี้ประเทศเรากำลังไปได้ดี น้องๆไปเตรียมดูช่องทางทำมาหากินดีกว่า”ออกหมายเรียก 2 หนุ่มไล่นายกฯวันเดียวกัน พ.ต.ท.วรวุฒิ มีไล้ รอง ผกก. (สอบสวน) สภ.เมืองระยอง กล่าวถึงความคืบหน้าคดีนายภานุพงศ์ จาดนอก และนายณัฐชนน พยัฆพันธ์ สองหนุ่มที่ถือป้ายไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ขณะเดินทางลงพื้นที่ จ.ระยอง ว่า ได้ออกหมายเรียกทั้ง 2 คน มารับทราบข้อกล่าวหา 4 ข้อหา คือ 1.ทำกิจกรรมที่อาจทำให้เกิดการแพร่ระบาดของโรค ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินมาตรา 92.ฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานโรคติดต่อ ตาม พ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อ 3.ขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน โดยไม่มีเหตุอันสมควร และ 4.หลบหนีการจับกุมระหว่างการสืบสวน โดยให้มาพบพนักงานสอบสวนในวันที่ 23 ก.ค. หากมามอบตัวภายในวันเวลากำหนด ก็ไม่จำเป็นต้องประกันตัวด้านนายภานุพงศ์กล่าวว่า ตนและนายณัฐชนนได้รับหมายเรียกแล้ว เตรียมปรึกษาทนายความเพื่อเข้ารับทราบข้อกล่าวหาต่อไป