ตอนที่คุณสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เล่นบท “พิโรธวาทัง” หลุดประโยคขึงขัง “ใครที่อยู่แล้วทำดีไม่ได้ก็ออกไป ใครอยากเข้ามาก็ควรจะรู้ตัวว่า ทำได้หรือไม่” คนไกลศูนย์อำนาจอย่างผม ยังไม่รู้เหนือใต้จะเดาเอง พูดเพราะรู้ว่าตัวเอง ต้องไปหรือพูดเพราะมั่นใจแล้ว ว่าตัวเองต้องอยู่ ก็ไม่แน่ใจถามน้องที่อยู่ในแวดวงรัฐบาล ได้คำตอบ ท่านขู่เพราะรู้ว่าจะต้องไปวันต่อมาดูทีวีได้ยินอาจารย์สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ บอก คุณสมคิดพูดอย่างนี้แสดงว่าอยู่ ผมปักใจเชื่อว่าท่านต้องอยู่ แต่ก็มีปมสงสัยคาใจปกติวิสัย ดร.สมคิดไม่เสียงดังกับใครก็นาน...หลายวันกว่าจะตามเรื่องนี้ทัน เหตุที่คุณสมคิดเสียงดังเข้าใส่ก็เพราะ “ใคร” ที่เป็นเป้า เป็นคนรุ่นน้อง อยู่ในชุดเด็กปั้นเดินตามคุณสมคิดมาก่อนรุ่นๆเดียวกับคุณอุตตม สาวนายน คุณสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์เพียงแต่คุณอุตตมได้เป็นรัฐมนตรีคลัง คนสนธิรัตน์ได้เป็นรัฐมนตรีพลังงาน...แต่เธอไม่ได้เป็นอุตส่าห์ลาออกจาก ส.ส.มานั่งเก้าอี้โฆษกรัฐบาล หวังบทบาทนี้จะเป็นบันไดไต่เต้า...แล้วเธอก็ไต่ถึงบันไดขั้น พลเอกประวิตร จนเริ่มมีเสียงทัก ตกลงเธอเป็นโฆษกรัฐบาลหรือโฆษกข้างตัวพลเอกประวิตรเวลาผ่านไป ภาพก็ชัดเจน เธออยู่ในกลุ่มการเมือง กลุ่มที่กำลังสำแดงพลัง ผลักไสคุณสมคิดและทีมเศรษฐกิจ การเมืองมีความเปลี่ยนแปลงเป็นธรรมดา เพื่อหนทางใหม่ที่คิดว่าดีกว่า เธอเปลี่ยนข้างได้จนกระทั่งมีข่าวเธอเป็นแกนนำทางเศรษฐกิจชุดใหม่ของรัฐบาลชื่อเธอกลายเป็นตำบลกระสุนตก...มีดีแค่ไหนจึงกล้าเสนอตัวมาแทนคุณสมคิด เซียนเศรษฐกิจ ระดับถือแส้ ผ่านวิกฤติเศรษฐกิจมานับครั้งแทบไม่ถ้วนข้อแก้...เป็นแค่หัวหน้าทีมเศรษฐกิจของพรรค “ฟังได้ แต่ใครจะเชื่อ”ยิ่งมีกรณีคุณฌอน...รับงานสร้างภาพน่ารักๆให้พลเอกประวิตร ถูกโหมกระหน่ำเป็นภาพลบในโลกออนไลน์ ก็ยิ่งยืนยัน ข้างที่เลือก...ในความคิดของคนกลุ่มใหญ่...นั้น ไม่ใช่ทางเลือกที่ดีแม้เธอจะชิงเสนอประวัติการศึกษา การทำงาน และภูมิรู้ขั้นสูง ก็ไม่ช่วยให้ภาพลักษณ์ที่ย่ำแย่กระเตื้องขึ้น คนเราเป็นเช่นนี้ ลงเมื่อมีอคติ รักใคร ชังใคร แล้วก็เปลี่ยนใจยากงานนี้แสดงว่ามีคนรักคุณสมคิดมากกว่าผมใจอ่อนกับผู้หญิง...พยายามคิด ความรู้ระดับนั้น ทำไม ไม่ใช้ความรู้สอนนิสิตนักศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัย ทำไม จึงออกมาเพ่นพ่านในการเมือง ที่รู้กันดี เป็นสมรภูมิทำลายคนดีให้เป็นคนไร้ค่ามานับไม่ถ้วนคนเคยเข้าวัดก็คงเคยฟังมงคลสูตร ที่พระท่านสวดขณะพระผู้ใหญ่พรมน้ำมนต์ ข้อ อะเสวะนา จะ พาลานังฯ กันทั้งนั้น ผมเปิดหนังสือบทอาขยานภาษาไทย หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551เจอมงคลสูตรคำฉันท์ บทอาขยานเด็กมัธยมศึกษาปีที่ 6 รัชกาลที่ 6 ทรงแต่งเป็นอินทรวิเชียรฉันท์หนึ่งคือบ่คบพาล เพราะจะพาประพฤติผิด หนึ่งคบกะบัณฑิต เพราะจะพาประสบผล หนึ่งกราบและบูชา อภิปูชนีย์ชน ข้อนี้แหล่ะมงคล อดิเรกอุดมดีตามคำสวดภาษาบาลี ข้อไม่คบคนพาล ให้เลือกคบบัณฑิต บูชาคนควรบูชา...ท่านรวมไว้เป็นคาถาบทที่ 1 ซึ่งแสดงว่า เป็นข้อสำคัญที่มนุษย์ควรจดจำและทำตามที่สุด.กิเลน ประลองเชิง