เสน่ห์ของการอ่านหนังสือ เริ่มจากการพาดหัว ตัวอย่างจากปกศิลปวัฒนธรรม ฉบับ พ.ค.2563 พาดหัวตัวใหญ่ว่า ห่าระบาดใหญ่สมัยรัชกาลที่ 2 และจริงหรือ? ที่หายเพราะพระราชพิธีอาพาธพินาศสะดุดใจ แม้เคยอ่านแล้วก็ต้องรีบไปเปิดอ่านอีกรศ.นพ.เอกชัย โควาวิสารัช รพ.ราชวิถี เขียนเรื่องนี้ไว้ยาว ผมขออนุญาตเก็บความตามที่พอเข้าใจหมอเริ่มต้นว่า ไข้ห่าคราวนั้นมีความร้ายแรงขนาดที่ทำให้ประชากรสยามเสียชีวิต 2 คน จาก 10 คน หรือประมาณร้อยละ 20 ในระยะเวลาสั้นๆประมาณ 15 วันจากคำบอกเล่าของเจ้าพระยาพระคลัง คะเนว่าในกรุงเทพฯ มีคนอาศัยอยู่ราวครึ่งล้านคน เพราะฉะนั้นมีผู้เสียชีวิตประมาณ 1 แสนคนกล่าวกันว่าไข้ห่านี้เริ่มมาแต่เกาะหมาก เมืองไทรบุรีเข้ามายังเมืองสงขลา ระบาดอยู่ 1 ปี ระบาดในกรุงเทพฯ ระหว่าง 18 พ.ค.ถึง 29 พ.ค. พ.ศ.2363มีข่าวลือว่าโรคระบาดนี้เกิดขึ้นเพราะผีโกรธที่ไปขนเอาหินก้อนโตๆ มาสร้างพระราชอุทยานพระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 2 มีความตอนหนึ่งว่า คนครั้งนั้นยังโง่เขลามาก มิได้มีปัญญาเห็นว่าโรคอันนี้มีด้วยทั่วทั้งพิภพ ตั้งแต่ครั้งพระพุทธเจ้าก็มีขึ้นครั้งหนึ่งที่เมืองไพศาลีทั้งแผ่นดินฮินดูสถานเป็นต้นเหตุที่จะเกิดโรคนี้เนืองๆ เกิดขึ้นแล้วก็เที่ยวเป็นไป เมืองนั้นเมืองนี้บ้าง เมืองที่จะไม่พบโรคอย่างนี้ไม่มีเลย แต่แผ่นดินยุโรปได้ยินว่าเป็นเมืองๆ แผ่นดินจีนนั้นเป็นห่างๆรัชกาลที่ 2 โปรดให้มีพระราชพิธีอาพาธพินาศ ประกอบด้วย ตั้งพระราชพิธีอาฏานาฏิยสูตร ยิงปืนใหญ่รอบพระนครคืนยังรุ่ง อัญเชิญพระแก้วมรกต พระบรมธาตุ และพระราชาคณะออกแห่และโปรยทรายประน้ำพระมหากษัตริย์ทรงศีล ขุนนางตั้งใจทำบุญสวดมนต์ให้ทานประชาราษฎร์ห้ามไม่ให้เที่ยวฆ่าสัตว์ ให้อยู่แต่ในบ้านหมอเอกชัยตั้งคำถาม บางท่านอาจสงสัย เป็นไปได้หรือพระปริตรช่วยแก้ไขปัญหาไข้ห่าระบาด แล้วตอบเองด้วยการแสดงหลายเหตุผลที่ชี้ความเป็นไปได้เหตุผลหนึ่ง มนุษย์มีใจเป็นนาย กายเป็นบ่าว หากความศรัทธาและความเชื่อเกิดขึ้นในใจ ก็จะมีพลังมากแบบที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ ตัวอย่างหากเจองู ก็อาจจะวิ่งหนีได้เร็วกว่าที่เคยวิ่งในทางวิทยาศาสตร์ นี่คือผลจากฮอร์โมนอะดรีนาลิน ที่ทำให้ร่างกายมีพลังมากขึ้นอย่างเหลือเชื่อผู้ป่วยมะเร็งบางคนที่เสียกำลังใจก็มักอยู่ได้ไม่เกินหนึ่งปี แต่บางคนที่กำลังใจดีมากก็อาจอยู่ได้นานกว่านั้น หรือหายจากมะเร็งได้ก็เคยมีหมอสรุปทิ้งท้าย โรคห่าระบาดใหญ่ในสมัย ร.2 ระบาดอยู่ 15 วันก็หายไปโดยเร็วอย่างไม่น่าเชื่อ หลังพระราชพิธีอาพาธพินาศ โดยพลานุภาพของพระพุทธคุณ ธรรมคุณ และสังฆคุณผมแนะให้รีบไปหาศิลปวัฒนธรรมฉบับนี้อ่านอย่างใหญ่ นอกจากจะได้ความรู้เรื่องโรคห่าอย่างละเอียด อย่างน้อย เมื่อเห็นภาพหน้าปกก็จะรู้ว่า “เจ้าผีห่า” ที่กลัวกันว่า “กินเมือง” ได้นั้น หน้าตาเป็นเช่นนี้เอง.กิเลน ประลองเชิง