สถานการณ์ การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้สถานภาพของ บริษัทการบินไทย ย่ำแย่อย่างหนัก ซ้ำเติมวิกฤติการขาดทุนที่สะสม มาโดยตลอด วินาทีนี้ไม่ต้องคิดกันว่า การบินไทย จะมีกำไรอย่างไร ควรจะคิดว่า การบินไทย ที่เป็นสายการบินแห่งชาติ จะเอาชีวิตรอดอย่างไรมากกว่าเมื่อไม่กี่วันมานี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ร่วมประชุม คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ หรือ คนร. และเห็นชอบให้ กระทรวงการคลัง ค้ำประกันเงินกู้เพื่อเสริมสภาพคล่อง ให้การบินไทย ในการดำเนินงานและชำระหนี้ระยะสั้น เป็นเงินประมาณ 50,000 ล้านบาทไปเรียบร้อยปัจจุบัน การบินไทยมีหนี้สะสม อยู่ประมาณ 244,899.4 ล้านบาท หนักหนาสาหัสพอสมควร ถ้าเป็นคนอาการค่อนข้างจะโคม่า ประกอบด้วย หนี้สินหมุนเวียน ที่ 84,367 ล้านบาทและ หนี้สินที่สะสม อยู่นิ่งๆอีก 160,532.3 ล้านบาทที่ต้อง ชำระหนี้ระยะยาว ถึงกำหนดชำระภายใน 1 ปี จำนวน 21,730.7 ล้านบาท เป็น เงินกู้จากสถาบันการเงิน 3,768 ล้านบาท เงินกู้จากกิจการที่เกี่ยวข้อง 1,624.6 ล้านบาท หนี้ภายใต้เงื่อนไขสัญญาเช่าเครื่องบิน 7,253 ล้านบาท หุ้นกู้ อีก 9,085 ล้านบาทพอจะอนุมานได้ว่าที่การบินไทยยังรอดมาได้เพราะอาศัยการกู้ยืมมากกว่าการทำธุรกิจมี การกู้ยืมระยะสั้น จากสถาบันการเงินอีก 3,500 ล้านบาท มีภาษีค้างจ่ายอยู่อีก 1.13 ล้านบาท เงินปันผลค้างจ่ายอีก 57 ล้านบาท เมื่อรวมกับหนี้สินระยะยาว 122,121.3 ล้านบาท หนี้ภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี 1,856 ล้านบาท กองทุนบำเหน็จพนักงาน 3,673.7 ล้านบาท ประมาณการหนี้ผลประโยชน์พนักงานอีก 16,779.8 ล้านบาท หนี้เบ็ดเสร็จอื่นๆอีกนับหมื่นล้านเมื่อเทียบกับหนี้ เงินกู้ที่คลังค้ำประกันให้แก้ปัญหาเฉพาะหน้า 5 หมื่นล้านคงช่วยอะไรไม่ได้มากแผนการฟื้นฟูการบินไทย ที่ยึดหลักการเป็น สายการบินแห่งชาติ และ มีสถานะเป็นรัฐวิสาหกิจ ในที่สุดก็ เป็นการเลี้ยงไข้ไปเรื่อยๆ วิธีการรักษาตามอาการ โดยการกู้เงินเพื่อการฟื้นฟูกิจการมี กระทรวงการคลัง ค้ำประกันเงินกู้ เป็นแค่ยาสามัญประจำบ้าน เท่านั้นเมื่อเทียบกับวิกฤติที่เกิดขึ้นกับ อุตสาหกรรมการบินทั่วโลก จากผลกระทบของการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ด้วยแล้ว การฟื้นฟูการบินไทย แทบจะไม่มีทางออกนอกจากจะให้ออกซิเจนไปอย่างนี้ในวิกฤติที่ยังมีโอกาส การเปลี่ยนแปลงสถานภาพของการบินไทยโดยสิ้นเชิง การยอมให้มีการผ่าตัดครั้งใหญ่โดยไม่ยึดคำว่าสายการบินแห่งชาติคือทางรอดเดียวที่จะต้องเสี่ยงในยามนี้ก่อนที่การบินไทยจะหมดลมหายใจไปพร้อมๆกับความหายนะของเศรษฐกิจประเทศ.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.th