นับเป็นวิกฤตการณ์ที่ส่งผลกระทบ ร้ายแรงที่สุดต่อประเทศไทยในรอบหลายทศวรรษที่ผ่านมา นักเศรษฐศาสตร์เชื่อว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 ถ้าปล่อยให้ยืดเยื้อยาวนาน จะทำให้เศรษฐกิจของชาติ เสียหายนับล้านล้านบาท กระทบถึงการเมืองและสังคม ก่อให้เกิดความขัดแย้งในรัฐบาล รวมทั้งความขัดแย้งในพรรค จากปัญหาหน้ากากอนามัยรัฐบาลอ้างว่าหน้ากากอนามัยมีใช้อย่างเพียงพอ แต่ในโลกแห่งความเป็นจริง หาซื้อยากและราคาแพง คนขายหน้ากากเกินราคาโดนคุกไปแล้ว 5 ราย มีคนใกล้ชิดรัฐมนตรีถูกสงสัยเกี่ยวข้องกับการกักตุนหน้ากากหรือไม่ แต่เรื่องเงียบหายไป กลายเป็นอธิบดีกรมการค้าภายในถูกเด้งฟ้าผ่า ต้องลาออกทั้งน้ำตา และพรรคประชาธิปัตย์แตกร้าวแต่มี ส.ส.คนรุ่นใหม่รับอาสาจะพิสูจน์ระบบรัฐสภาแก้ปัญหาของประเทศได้จริงหรือไม่ เพื่อไม่ให้ฝ่ายอำนาจนิยมยึดอำนาจซ้ำซาก โดยอ้างว่าระบบรัฐสภาล้มเหลว นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.พรรคก้าวไกล ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการใน กมธ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ประกาศจะกระชากหน้ากากอนามัยด้วยการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลและเจ้าหน้าที่รัฐ ที่สมคบคิดกักตุนหน้ากากอนามัยไปขายต่างประเทศมาตีแผ่ต่อหน้าประชาชน ต้องถือเป็นคำประกาศที่ห้าวหาญ เพราะนายธีรัจชัยเป็น ส.ส.ใหม่ สังกัดพรรคการเมืองใหม่ ที่แพแตกมาจากพรรคอนาคตใหม่ เป็นพรรคฝ่ายค้านเสียงข้างน้อยในสภา และเป็นเพียงประธานอนุ กมธ.ทั้งยังเป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการ ในคณะกรรมาธิการที่มี พล.ต.อ.เสรี-พิศุทธ์ เตมียเวส เป็นประธาน เป็น กมธ.ที่มีการทะเลาะกันทุกครั้งที่มีการประชุม จนเป็นที่เอือมระอาในหมู่ประชาชน อยู่ในช่วงปิดประชุมรัฐสภา อาจทำให้หาข้อมูลได้ยาก แต่ก็ขอเป็นกำลังใจให้ประสบความสำเร็จ ในการกระชากหน้ากากเพื่อสังเวยโคโรนาข่าวอื้อฉาวกรณีหน้ากากอนามัยขาดแคลน อาจไม่มีการทุจริตหรือมีการทุจริตเป็นได้ทั้งสองทาง แต่เรื่องนี้มีหลักเศรษฐศาสตร์ง่ายๆ เรื่องดีมานด์-ซัพพลาย ที่ใดมีความต้องการสินค้ามากกว่าสินค้าที่มีอยู่มาก ซ้ำยังควบคุมให้ขายตามราคาที่กำหนด สินค้าส่วนหนึ่งจะหายไปจากท้องตลาด หรือเข้าสู่ตลาดมืด เพื่อค้ากำไรเป็นธรรมดาเรื่องนี้จึงอาจไม่มีการทุจริต หรือมีการทุจริต ยังไม่มีการชี้แจงอย่างเป็นทางการจากรัฐบาล แม้แต่กรณีที่อธิบดีถูกสั่งย้ายฟ้าผ่า ก็ไม่มีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ในขณะที่เรื่องราวเกี่ยวกับคนใกล้ชิดของรัฐมนตรีก็เงียบหายไป โดยไม่มีการตรวจสอบและชี้แจงใดๆ ได้แต่หวังว่ารัฐบาลจะไม่ถูกกล่าวหา ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่.