สถานการณ์ ไวรัสโควิด-19 ที่แพร่ระบาดอยู่ในขณะนี้ สะท้อนให้เห็นการแก้ปัญหาของหน่วยงานรัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ล้วนแต่มีปัญหาในการบริหารจัดการตั้งแต่ต้นทางไปถึงปลายทาง ที่เห็นชัดเลยคือ การบริหารจัดการ หน้ากากอนามัย โยนกันไปโยนกันมา ไม่รู้ใครพูดจริงพูดเท็จ ที่สำคัญคือไม่สามารถที่จะดำเนินการลงโทษกับผู้ที่กักตุนและทำความผิดต่อประกาศให้หน้ากากอนามัยเป็นสินค้าควบคุมได้เลย กลับกลายเป็นช่องทางทำมาหากินของคนที่มีอำนาจไปฉิบการจัดตั้ง ศูนย์ควบคุมเฝ้าระวังผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่เดี๋ยวสั่งปิดเดี๋ยวสั่งเปิด ไม่ใช่เฉพาะกรณีของ ผีน้อย เท่านั้นที่ชี้ให้เห็นถึง ความล้มเหลว ในการบริหารจัดการของรัฐ แต่การที่เปิดให้ชาวต่างชาติเดินทางมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยงเข้าประเทศไทยได้อย่างอิสระเสรี ชี้ให้เห็นถึงความล้มเหลวในการบริหารจัดการที่แท้จริงอันที่จริงจะว่าไปแล้ว รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา น่าจะมีศักยภาพในการบริหารจัดการกับโรคติดต่อร้ายแรงได้มากกว่าทุกรัฐบาลที่ผ่านมาด้วยซ้ำ เพราะมีความพร้อมทั้งกำลังพลและบุคลากรสูงสุด การรับสถานการณ์ในช่วงต้นก็ทำท่าจะเอาอยู่ แต่พอ การเมือง เข้ามามีส่วนร่วมเท่านั้น ป่าช้าแตก ทันที อีนุง-ตุงนังไปหมดขนาดบุคลากรทางการแพทย์ โรงพยาบาล ยังขาดแคลนหน้ากากอนามัย ชาวบ้านธรรมดาจะมีปัญญาไปหาหน้ากากมาจากไหน ที่สำคัญคือมีใบสั่ง ห้ามพูด เพราะจะกระทบกับ หน้าตาของคนในรัฐบาลบางคน ที่ได้รับอำนาจให้ไปควบคุมจัดการหน้ากากโดยตรงบุคลากรที่ทำงานรับมือกับโควิด-19 ถูกสั่งงานข้ามหน้าข้ามตา ข้ามหัวกันไปหมด ใครเสียงดังที่สุดก็มีสิทธิสั่งงานมากที่สุด อุปกรณ์ที่ใช้ในการป้องกันตัวเอง หน้ากากอนามัย เจลล้างมือ มีให้ใช้อย่างจำกัด ขออะไรก็ไม่ได้ จนในที่สุดเจ้าหน้าที่ติดเชื้อ แล้วมาโทษผู้บริหาร ถึงขั้นตัดใจประกาศลาออกจนบัดนี้ อุปกรณ์ในการป้องกัน อาทิ ชุดป้องกันไวรัส PPE หรือ ห้องแยกโรคความดันลบ เครื่องช่วยหายใจ หรือเตียงที่ต้องใช้กับผู้ป่วยไวรัสโดยเฉพาะยังไม่เพียงพอ จนบุคลากรสาธารณสุขประท้วงกันแล้ว จะไม่ฟังคำสั่งรัฐอีกต่อไปจากสถิติของ องค์การอนามัยโลก ผู้ป่วย 100 คนจะต้อง แอดมิต ในโรงพยาบาลมากกว่า 20 คน และในจำนวนนี้ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจมากกว่า 5 คน ถ้าพบผู้ป่วยเป็นร้อยในเวลาอันรวดเร็วจะรับมืออย่างไรหน้ากากก็ขาดแคลน การตรวจโรคในห้องปฏิบัติการมีเพียง 35 แห่งทั่วประเทศ ในขณะที่โรงพยาบาลเอกชนต้องเสียค่าใช้จ่ายในการตรวจเชื้อเป็นหลักหมื่น หมดปัญญาการประเมินสถานการณ์ที่ผิดพลาดนำมาสู่ความเสียหายที่ร้ายแรง การไม่เตรียมพร้อมที่จะรับมือในระยะต้นๆเพราะคิดว่า จะจำกัดวง ในที่สุดเอาไม่อยู่รอแค่ว่าจะยกเป็นระดับ 3 เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้นยิ่งพยายามปิดบังข้อมูลด้วยแล้ว มาด้วยกันก็ต้องไปด้วยกัน.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.th