ถือเป็นยุคแห่งการฟื้นฟูพรรคหลังการเลือกตั้งใหญ่ เคยทิ้งท้ายสร้างตำนานถอนตัวจากพรรคร่วมรัฐบาล พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ มูลเหตุจาก “บุพเฟต์คาบิเน็ต”กงล้อประวัติศาสตร์มีโอกาสซ้ำรอยแค่ไหนในสมัย “รัฐบาลลุงตู่” นายพนิช วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ สังกัดค่ายสีฟ้ามา 17 ปี เคยดำรงตำแหน่งสำคัญทางการเมืองทั้งเป็นรัฐบาลและฝ่ายค้านเป็น 1 ใน 4 ส.ส.ของพรรคยกมือสวนมติวิปรัฐบาล (คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล) และมติพรรค กรณีสนับสนุนการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาผลกระทบคำสั่งตามมาตรา 44เป็น 1 ใน 17 ส.ส.ของพรรคที่กล้าเปิดตัวขออนุญาตโหวตญัตติไม่ไว้วางใจ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ เริ่มต้นชี้ให้เห็นถึงรากเหง้าของพรรค มีหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นบทเรียนให้คนในยุคนี้ได้เห็นสิ่งที่เป็นอุดมการณ์ ทำให้ยืนหยัดอยู่ได้นาน 75 ปีทั้งหมดเกิดจากบุคลากรยึดมั่นในอุดมการณ์พรรค ชื่อสัตย์สุจริต เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์มองประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง ไม่สนับสนุนการปฏิวัติรัฐประหารทุกรูปแบบแต่เมื่อสมการทางการเมืองเปลี่ยน มีความจำเป็นเข้าร่วมรัฐบาล เพื่อให้ประเทศเดินต่อ โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แสดงสปิริตลาออกจากหัวหน้าพรรค และลาออกจาก ส.ส. เพราะไม่เห็นด้วยกับการเข้าร่วมรัฐบาลจุดนี้มีความสำคัญที่ละเอียดอ่อนต่ออุดมการณ์และแนวทางพรรคที่ยืนหยัดมา 75 ปีผู้สนับสนุนลดลงด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ หลายคนก็ทราบว่ามันเป็นเรื่องการเมืองที่แบ่งขั้วชัดเจนการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาพรรคประชาธิปัตย์อยู่ในจุดตรงกลาง ประชาชนคงไม่ต้องการจุดยืนในลักษณะนี้เมื่อเข้าร่วมรัฐบาลแล้วควรบริหารประเทศให้มีประสิทธิภาพ เพื่อฟื้นฟูความมั่นใจให้แก่ผู้สนับสนุนพรรคแต่พรรคยังตกอยู่ในสภาพเลือดไหลไม่หยุด นายพนิช บอกว่า ไม่ใช่อาการเลือดไหล แต่คงอิ่มตัวทางการเมืองในพรรค อยากมีความท้าทายงานการเมืองแบบอื่นหรือมีจุดยืนทางการเมืองที่แตกต่างกันทุกคนที่รู้จักส่วนใหญ่ก้าวออกจากชายคาไปไม่เคยต่อว่า ใครว่าพรรคเท่ากับคนนั้นไม่เคยเป็น ปชป.และวันนี้เศรษฐกิจกำลังถดถอยอย่างมหาศาล ผมเป็นผู้ประกอบการอาจออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลออกไป การออกมาเรียกร้องแบบนี้ยิ่งทำลายความเชื่อมั่นและเศรษฐกิจให้ทรุดไปอีก แต่ถ้ามีประชาชนออกมาเรียกร้องว่า ไม่ไหวแล้ว รัฐบาลทุจริตสินค้าที่ประชาชนต้องการ ตรงนี้เป็นประเด็น หลายคนในพรรคอาจมองว่าเป็นเรื่องเล็ก ปล่อยให้รัฐบาลเดินไปก่อน อย่าทำให้มีปัญหา มีเรื่องใหญ่กว่ากำลังรออยู่ เป็นมาตรฐานที่แตกต่างกันบางคนบอกว่าแก้รัฐธรรมนูญสำคัญกว่าบางคนบอกว่าภาวะเศรษฐกิจสำคัญกว่าบางคนบอกว่าทุจริตคอร์รัปชันสำคัญกว่าแล้วเรื่องไหนที่สำคัญกว่า นี่คือบทเรียน 75 ปีที่ผมเริ่มต้นบทเรียนประสบการณ์และความก้าวหน้าของประชาธิปไตย ซึ่งทำให้เกิดเรื่องเหล่านี้ ถ้าไม่เกิดขึ้นย่อมไม่เห็นจุดยืนสมาชิกพรรคมองแต่ละเรื่องเป็นอย่างไรแต่ถึงอย่างไรการเข้าร่วมรัฐบาลควรยึดกรอบเดิม โดยดูแลราคาสินค้าและการประกันรายได้เกษตรกร ทบทวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญและไม่มีการทุจริตคอร์รัปชันในรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม สร้างมาตรฐานไว้สูง โดยต่อว่านักการเมืองที่ทุจริต พวกเราคาดหวัง ครม.ต้องซื่อสัตย์สุจริต ไม่ด้อยไปกว่าผู้นำประเทศในฐานะ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลตามมารยาทหรือจริยธรรมย่อมสนับสนุนรัฐบาล แต่ที่สำคัญกว่าคือบทบาทของ ส.ส.ในพรรคร่วมรัฐบาล ต้องยึดความถูกต้องและเหตุผลเข้าร่วม รัฐบาลโดยไม่บิดพลิ้ว หากต้องการเป็น ส.ส.ทำหน้าที่สบายๆ คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) มีมติอย่างไร หรือพรรคที่สังกัดมีมติอย่างไร ก็ยกมือสนับสนุนหมดการเมืองในประเทศไทยควรมีอะไรที่มากกว่านี้เหมือนในประเทศอังกฤษ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล ย่อมสนับสนุนรัฐบาล และทำหน้าที่ ส.ส.เก้าอี้หลัง หรือ Government Backbencherประเด็นใดที่ไม่เห็นด้วย รัฐบาลทำอะไรไม่ถูกต้อง ไม่ชอบมาพากลส.ส.กลุ่มนี้จะมีจุดยืนทางการเมืองและสามัญสำนึกแสดงออกชัดเจนว่าไม่เห็นด้วยยิ่งมติการเข้าร่วมรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์มี 3 เรื่อง ถ้าเรื่องใดเรื่องนี้ไม่เกิดขึ้นหรือส่อให้สังคมเห็นว่าไม่เป็นไปตามนั้น ส.ส.ย่อมมีหน้าที่ส่งเสียงเตือนให้โอกาสรัฐบาลแก้ไขปัญหาฉะนั้น นักการเมืองรุ่นใหม่ควรทำหน้าที่ ส.ส.เก้าอี้หลัง โดยไม่ต้องการให้เปลี่ยนแปลงรัฐบาล ปรับ ครม. หรือยุบสภา แต่ต้องการให้นายกฯรักษามาตรฐานตั้งแต่เริ่มต้นการเข้าร่วมรัฐบาลผ่านมา 9 เดือนควรพิจารณาว่ามาตรฐานลดลงหรือไม่ ในฐานะผมเป็น ส.ส.ก็ต้องหยิบยกเรื่องนี้เข้าไปพูดคุยภายในพรรคว่า ผลงานรัฐบาลเป็นอย่างไร นายกฯทำงานเยอะมาก อะไรที่ดีต้องชมถ้ามาตรฐานลดลง ส.ส.ควรสะท้อนให้ ครม.และนายกฯทราบว่า อันนี้เป็นเรื่องไม่สมควร ส่วนท่านจะปรับหรือไม่ปรับ เป็นสิทธิการตัดสินใจของนายกฯคนเดียว พรรคประชาธิปัตย์ต้องยอมรับและสนับสนุนรัฐบาลในอนาคตถ้านายกฯดำเนินการอะไรตามความเหมาะสม อยู่ในจุดยืนการเข้าร่วมรัฐบาล ก็สนับสนุนรัฐบาลต่อไป จนกว่าสมการ 3 ข้อการเข้าร่วมรัฐบาลมันเปลี่ยนแปลง ซึ่งเราไม่สามารถยอมรับได้ถึงวันนั้นคงไม่โทษว่าใครผิด ใครถูก แต่ต้องชี้แจงจุดยืนของพรรคล่าสุดอาจเป็นเหตุบังเอิญหรือโชคไม่ดีของรัฐมนตรีท่านหนึ่ง ซึ่งมีคนของท่านอาจจะเกี่ยวข้องหรือไม่ ต้องรอหลักฐานเกี่ยวกับการกักตุนหน้ากากอนามัย ส.ส.เก้าอี้หลังหากปล่อยเฉยก็เหมือนไม่ได้ทำหน้าที่ ขณะเดียวกันก็ขอชื่นชมนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ที่แบกรับภาระอันหนักอึ้ง ทั้งในฐานะหัวหน้าพรรค ที่ผู้คนสบประมาทว่าจากพรรคต่ำร้อยจะกลายเป็นพรรคต่ำสิบ ต้องทำให้กลับไปเป็นพรรคที่ยิ่งใหญ่ เป็นที่พึ่งของประชาชนให้ได้ หวังและเชื่อมั่นท่านมีความตั้งใจที่จะทำต่อไปส่วนบทบาทรองนายกฯและ รมว.พาณิชย์ ก็ยิ่งใหญ่ไม่แพ้กัน ตอนนี้มีผลงานจับต้องได้ตามนโยบายที่รับปากกับประชาชนก่อนการเลือกตั้งท่านควรทำต่อไป เพราะถ้าไม่มีผลงานก็ไม่มีทางฟื้นศรัทธากลับคืนมาให้เป็นที่ยอมรับของประชาชนที่ผ่านมาทำได้ดีตลอด แต่ในจังหวะนี้ถูกกลบผลงานก็ขอให้ความเป็นธรรมกรณีเผชิญปัญหาการขาดแคลนหน้ากากอนามัย ในช่วงไวรัสโควิด-19 ระบาดในเมื่อท่านกำกับกรมการค้าภายในย่อมมีหน้าที่เข้าไปตรวจสอบถ้ามีข้อครหาว่ามีการกักตุน ปริมาณหน้ากากอนามัยในประเทศลดลง เพื่อให้เป็นที่ประจักษ์ต่อสาธารณชนว่า เรื่องนี้มีที่มาที่ไปอย่างไรที่สำคัญต้องไม่ยอมงอข้อให้ใคร ไม่ว่าคนในหรือคนนอกพรรคทีมข่าวการเมือง ถามว่า รัฐบาลกำลังเผชิญวิกฤติศรัทธา โดยเฉพาะมีรัฐมนตรีบางท่านถูกตั้งข้อสังเกตมีความไม่โปร่งใส สุ่มเสี่ยงผิดเงื่อนไขการเข้าร่วมรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะเป็น ส.ส.เก้าอี้หลังจะหยิบยกเข้าหารือในที่ประชุมพรรคอย่างไรนายพนิช บอกว่า หัวหน้าพรรคและคณะกรรมการบริหารพรรค ควรเรียกประชุมพรรคเป็นการภายในขอย้ำและเน้นว่าเป็นเรื่องภายในพรรค พิจารณาให้ตกผลึก ไม่ควรนำออกไปสู่สาธารณะหากปล่อยไปเรื่อยๆจนเกิดความแคลงใจซึ่งกันและกัน อาจทำให้เรื่องเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่ฉะนั้น ยิ่งกำหนดประชุมเร็วเท่าไหร่ ยิ่งได้ข้อสรุปเร็ว ไม่ขอพูดคำว่ามติพรรค เพราะต้องมีการลงคะแนนเรายึดมติพรรคครั้งสุดท้าย 61 ต่อ 16 เข้าร่วมรัฐบาลแต่สถานการณ์เปลี่ยนไป 9 เดือน ขอเน้นอีกครั้งสถานการณ์เปลี่ยนไป 9 เดือนมันถึงเวลาพิจารณาหรือไม่ว่า มาตรฐานการเข้าร่วมรัฐบาลยังเหมือนเดิมถ้ามาตรฐานยังดีเหมือนเดิมเราก็เดินหน้าต่อถ้ามาตรฐานการเข้าร่วมรัฐบาลลดลงพรรคมีมติออกมาอย่างไร ถือว่าจบ.ทีมการเมือง