น่าเห็นใจนายคารม พลพรกลาง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่ออดีตพรรคอนาคตใหม่ แสดงท่าทีอาจไม่เข้าร่วมพรรคก้าวไกล พรรคใหม่ที่ตั้งขึ้นรองรับ ส.ส.55 คน ที่ถูกยุบพรรคด้วยเหตุผลว่านโยบายของพรรคใหม่ ไม่ตอบโจทย์การพัฒนาภาคอีสาน โดยเฉพาะการลดความเหลื่อมล้ำ เชื่อว่าจะแก้ปัญหาประเทศได้มากกว่าครึ่ง เพราะอีสานเป็นภาคใหญ่ในฐานะที่เป็นคนอีสาน นายคารมจึงสนใจปัญหาอีสานเป็นธรรมดา เพราะอีสานมีประชากรมากที่สุด มี ส.ส.มากที่สุด แต่มีปัญหาความยากจนมากที่สุด เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่เป็นเกษตรกร ที่ทำนา ทำไร่ด้วยการพึ่งพาเทพยดาฟ้าดิน เพราะระบบชลประทานไม่ทั่วถึง นโยบายปฏิรูปกองทัพและแก้ไขรัฐธรรมนูญ จึงไม่ตอบโจทย์อีสานแต่มีความเห็นแย้งจากนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ เพื่อน ส.ส.ร่วมพรรคจาก กทม. ว่า พรรคอนาคตใหม่ให้ความสำคัญแก่ทุกภาคทั่วประเทศ มีนโยบายหลักอย่างหนึ่งคือ นโยบายอีสานคืนถิ่น เน้นการคืนอำนาจสู่ท้องถิ่น แก้ปัญหาภัยแล้งปัญหาที่ดินและการสร้างงานให้คนอีสาน และเตือนนายคารมว่าได้เป็น ส.ส.เพราะพรรค“อีสานแล้ง” เป็นปัญหาอมตะ นิรันดร์มาช้านาน ไม่มีรัฐบาลใดๆสามารถแก้ไข จนกระทั่งในปัจจุบันโดยเฉพาะปีนี้ ภัยแล้งไม่ได้กระจุกตัวอยู่แค่ภาคอีสาน แต่ลุกลามไปทุกภาคในยุคธุรกิจการเมืองเฟื่องฟู มีนักการเมืองเอาเงินไปแจก เพื่อซื้อเสียงและแก้ปัญหาความยากจน แต่แก้ปัญหาได้เพียงชั่วคราว ไม่มั่งคั่งยั่งยืนเคยมีพรรคการเมืองและนักการเมืองอีสานประกาศนโยบายแก้ไขปัญหาอีสาน จัดความแห้งแล้งให้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด จนชั่วกัลปาวสาน โดยผันน้ำในแม่น้ำโขงเข้าแม่น้ำสายสำคัญของอีสาน แม่น้ำชีกับแม่น้ำมูล เรียกว่า “โครงการโขง-ชี-มูล” แต่ไม่ประสบความสำเร็จ ใช้หาเสียงเลือกตั้งไม่ได้ ใช้วิธียอดขลัง “เงินมา” ดีกว่าแต่ความพยายามที่จะแก้ไขปัญหา อีสานยังคงเดินหน้ามาอย่างต่อเนื่อง อดีตผู้นำกองทัพท่านหนึ่งตั้งพรรคการเมือง ชูคำขวัญ “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” และประกาศนโยบายหลัก “อีสานเขียว” และชอบกล่าวปราศรัยหาเสียงด้วยการประกาศว่า ถ้าไม่สามารถทำให้อีสานเขียว ทำให้ชาวอีสานลืมตาอ้าปากไม่ได้ กระโดดแม่น้ำโขงตาย!ส.ส.คารมมีแนวคิด หรือนโยบาย ใดๆในการพัฒนาหรือลดความเหลื่อมล้ำในภาคอีสาน ที่แตกต่างไปจากนโยบายของพรรคอื่นๆ หรือคนอื่นๆ ถ้ามีแนวความคิดดีๆ น่าจะนำเสนอต่อพรรคใหม่ ที่คาดว่าจะมีนักการเมืองหนุ่มถ้า ส.ส.คารมมีแนวคิดดีๆในการพัฒนาและแก้ปัญหาอีสานให้มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน น่าจะนำเสนอต่อพรรคใหม่ เพื่อผลักดันให้เป็นนโยบายในการบริหารประเทศต่อไป หรืออย่างน้อยก็นำไปต่อยอดและผลักดัน ทำนโยบาย “อีสานคืนถิ่น” ให้เป็นจริง เชื่อว่าผู้นำพรรคใหม่น่าจะได้แก่นักการเมืองหนุ่ม ผู้มีความรู้และความสนใจปัญหาภาคการเกษตร.