“การยุบพรรคอนาคตใหม่ เป็นแรงกระตุ้นให้นักศึกษาออกมาเคลื่อนไหว”นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ ซึ่งเป็นนักการเมืองอีกคนที่เข้าใจบทบาทคนรุ่นใหม่ได้ เกริ่นถึงสถานการณ์แฟลชม็อบที่นับวันขยายวงกว้างออกไปเรื่อยๆขอให้เข้าใจก่อนว่าแกนนำนักศึกษาและนักศึกษาส่วนใหญ่เลือกพรรคอนาคตใหม่ทั้งหมดเชื่อว่าน้องๆ อาจจะยังไม่เข้าใจข้อกฎหมายดีพอที่ตัดสินชะตาพรรคในดวงใจของเขาคงเข้าใจว่าพรรคที่เป็นอนาคตของประเทศไทยโดนกระทำ เป็นการทำลายความรู้สึกและในจังหวะบรรดาแกนนำนักศึกษาสื่อสารถึงนักศึกษาส่วนใหญ่ ซึ่งอยู่ระหว่างการอ่านหนังสือเตรียมสอบ ไม่มีเวลาวิเคราะห์ถึงสิ่งที่แกนนำนักศึกษาพูดต่อๆ กันมาขณะเดียวกันมีปฏิบัติการไอโอ (อินฟอร์เมชัน โอเปอเรชัน) โดยสมัครใจของคนรุ่นใหม่และไอโอแบบมีการจ่ายค่าจ้างของพรรคการเมืองรัฐก็มีไอโอในมิติความมั่นคงเพื่อเอาไว้ต่อสู้ผ่านโซเชียลมีเดียการทำไอโอของแต่ละฝ่าย ถูกหรือผิดเป็นอีกเรื่องหนึ่งเช่น ฝ่ายที่ต้องการโจมตีกองทัพ ย่อมปฏิบัติการไอโอเต็มที่แถมมีกรรมการบริหารบางพรรคการเมืองอยู่เจนเอ็กซ์คาบเกี่ยวต่อเจนวาย ย่อมมีแนวคิดเหมือนกัน โดยส่งออกแนวคิดให้วัยรุ่น ซึ่งเป็นวัยชอบอยู่ในโลกโซเชียลมีเดียทำให้รับข้อมูลด้านเดียว กลายเป็นความเจ็บแค้น แต่คนเจนเบบี้บูมเมอร์ตามไม่ทันผนวกกับสภาพเศรษฐกิจไม่ดี ซึ่งกระทบทางอ้อมต่อนักเรียนอย่างน้อย 12 ล้านคนจังหวะมีการยุบพรรค และระดับแกนนำนักศึกษาบางคนเป็นขาประจำ มีแนวคิดทางการเมืองอีกแบบ มีความสัมพันธ์กับบางพรรคการเมือง แต่นักศึกษาส่วนใหญ่ไม่ได้มีแนวคิดทางการเมืองเช่นนี้รวมถึงแกนนำจัดชุมนุมของแต่ละมหาวิทยาลัย ส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นมติของคณะกรรมการองค์การนักศึกษาของแต่ละมหาวิทยาลัย ในการเลือกประเด็นหรือข้อเรียกร้องทางการเมืองทั้งให้นายกรัฐมนตรียุบสภา นายกฯลาออก การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในประเด็นที่มาของ ส.ว. แก้ไขที่มาขององค์กรอิสระและให้กรรมการองค์กรอิสระลาออกข้อเท็จจริงถ้านายกฯ ยุบสภา มีการเลือกตั้งใหม่ รัฐธรรมนูญและกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งยังคงใช้ฉบับเดิม ก็แก้ไขที่มาของ ส.ว.ไม่ได้ เพราะไม่มีสภาผู้แทนราษฎรและต้องอาศัยเสียง ส.ว.ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ฉะนั้นไม่เข้าใจว่ากลุ่มคนที่กุมความคิดให้มีการเคลื่อนไหว จะใช้ประโยชน์จากปัญหาเศรษฐกิจ ความอึดอัดของผู้ปกครองของนักศึกษา เป็นเครื่องมือทางการเมืองหรือเปล่า เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองหากกลุ่มคนที่กุมความคิด ต้องการให้แก้ไขรัฐธรรมนูญโดยไม่มีสภาฯจะทำได้วิธีเดียว คือ รัฐประหารโดยกองทัพกองทัพจะทำรัฐประหารได้ ต้องมีการทำให้นักศึกษาออกมาเคลื่อนไหวนอกรั้วมหาวิทยาลัยถึงจังหวะนั้นเมื่อไหร่ ฝ่ายกุมอำนาจรัฐต้องสู้เต็มที่สุดท้ายแกนนำนักศึกษาที่ล่วงรู้ข้อมูลก่อนปลอดภัย แต่น้องๆที่ไม่รู้ข่าววงในจะตกเป็นเหยื่อเหมือนในอดีตสิ่งเหล่านี้ ผมในฐานะตัวแทนของปวงชนชาวไทย นายพิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาธรรมไทย และนายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคไทยรักธรรมเห็นตรงกันว่าควรหากลไกคลายความรู้สึกและรับฟังเหตุผลของนักศึกษารัฐบาลอาจเปิดเวทีรับฟังเองก็ได้ แต่นายกรัฐมนตรีจะทนรับฟังนักศึกษาด่าได้อย่างไรรัฐบาลอย่าไปชนกับนักศึกษา ร้อนปะทะร้อน ประเทศพัง ผิดหลักการเจรจาทางการทูต ไม่มีทางจบ เพราะนักศึกษามาในนามส่วนบุคคล ไม่ได้เป็นมติของคณะกรรมการองค์การนักศึกษาของแต่ละมหาวิทยาลัยฉะนั้นหากต้องการให้เกิดความเปลี่ยนแปลงตามข้อเรียกร้องของนักศึกษา มีประตูเดียวผ่านระบบรัฐสภา โดยเฉพาะมี ส.ส. 350 คน ซึ่งเป็นผู้แทนของปวงชนชาวไทยเช่น การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในประเด็นที่มาของ ส.ว. ก็ต้องให้คนส่วนใหญ่เห็นด้วยหลังถกกันในรัฐสภาหากวันนั้นนายกฯแก้ปัญหานี้ไม่ได้ นักศึกษาไม่ยอม ก็ไม่จำเป็นเคลื่อนไหวลงถนนควรใช้วิธีการพูดคุยหรือบีบพรรคร่วมรัฐบาลให้ถอนตัว ในที่สุดนายกฯจะลาออกโดยปริยายขอเสนอให้นักศึกษา เคลื่อนไหวเรียกร้องผ่าน ส.ส.ในเขตเลือกตั้งของตัวเอง ให้ลงชื่อสนับสนุนเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ เพื่อพิจารณาข้อเรียกร้องของนักศึกษา ที่เป็นมติของคณะกรรมการองค์การนักศึกษาของแต่ละมหาวิทยาลัยวิธีนี้วิปวุฒิสภา วิปรัฐบาลและวิปฝ่ายค้านต้องเห็นด้วย หรือหากต้องการให้รวดเร็ว รัฐบาลควรเสนอเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญขอเตือนหากไม่ใช้กลไกรัฐสภา บ้านเมืองมีโอกาสเสี่ยงสูงเดินเข้าสู่วิกฤติ เกิดความวุ่นวายในประเทศอย่าลืมวันนี้การเปลี่ยนรัฐบาลไม่ใช่ทางออกของประเทศ เพราะเราเผชิญมรสุมหลายลูกซ้อนกันทั้งภัยแล้ง ไวรัสโควิด-19 ผลกระทบทางเศรษฐกิจเป็นโดมิโนแน่นอนต่อให้พรรคเพื่อไทย หรือพรรคอนาคตใหม่ หรือใครก็ได้เข้ามาเป็นรัฐบาลตอนนี้ ไม่มีทางแก้ไขปัญหาของประเทศได้ เพราะมันเป็นปัญหาระดับโลกโยงใยเชื่อมถึงกันหมดวันนี้ขอให้ทุกฝ่ายหยุดประหัดประหาร เพื่อเข้าสู่อำนาจและขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี เท่ากับหาเหาใส่หัวพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ก็ยังแก้ไขปัญหาไม่ได้ เพราะยังมึนรับศึกหลายด้าน ขอให้ทนไปก่อนทนมาได้ 5-6 ปีแล้วเมื่อทุกฝ่ายรู้ดีว่าใครมาเป็นผู้นำ ภาพรวมของประเทศก็เดินลำบากทหารจะฉวยโอกาสทำรัฐประหาร “ลุงแดง” (พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.) กล้าเหรอเศรษฐกิจเช่นนี้เข้ามาตายคาที่ ซ้ำเติมปัญหาเพิ่มขึ้นอีก ไม่สนุกเหมือนเป็น ผบ.ทบ.ถึงได้เสนอให้ทุกฝ่ายหยุด รวมถึงแฟลชม็อบ และนำปัญหาต่างๆ เข้าสู่รัฐสภาเป็นพื้นที่ตรงกลาง เพื่อตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาหาทางออกของประเทศร่วมจิตร่วมใจทุกฝ่ายฝ่าวิกฤติประเทศไปให้ได้ และค่อยรบทางการเมืองกันใหม่เท่าที่พูดคุยกับฝ่ายต่างๆแนวโน้มเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ มีโอกาสเกิดขึ้นได้แค่ไหน นายมงคลกิตติ์ บอกว่า รอฟังวิปของแต่ละฝ่ายว่ามีข้อสรุปอย่างไรเท่าที่ฟังในมุมมองของคนมีอำนาจเห็นว่า ไม่เหมาะที่จะเปิด เพื่อแก้ปัญหาแฟลชม็อบเรื่องเดียว เพราะมีปัญหาใหญ่กว่ารอแก้ไขอยู่ เช่น ไวรัสโควิด-19ฉะนั้นควรพิจารณาวิกฤติใหญ่ของประเทศ ทั้งแฟลชม็อบ ไวรัสโควิด-19 ภัยแล้ง เศรษฐกิจและออกพระราชกำหนดเงินกู้พิเศษวงเงิน 1.5 ล้านล้านบาทแก้ปัญหาเศรษฐกิจทั้งระบบ ซึ่งเป็นอีกวงเงินนอกเหนือจาก พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีเพื่ออัดฉีดในระบบเศรษฐกิจแบบทันที เช่น ประชาชนที่รับสวัสดิการแห่งรัฐ 15 ล้านคน ประมาณ 3 ล้านครอบครัว ปล่อยกู้ หรือแจกฟรีครอบครัวละ 2.5 แสนบาทต่อปี นำไปใช้ทำอะไรก็ได้ ใช้มาตรการนี้สัก 2 ปี จะกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ และเงินกู้ที่เหลือนำไปกระตุ้นเศรษฐกิจฐานกลางหากไม่ทำเช่นนี้รากหญ้าตาย ผู้ประกอบการตาย และธุรกิจเจ้าสัว 24 ตระกูลใหญ่เฉาตามฉะนั้นขอย้ำมีความจำเป็นต้องเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ เพื่อหาทางออกจากวิกฤติใหญ่ของประเทศโดยเฉพาะไวรัสโควิด-19 ภัยแล้ง วิกฤติเศรษฐกิจ แฟลชม็อบ และออก พ.ร.ก.เงินกู้การเปลี่ยนรัฐบาลชั่วโมงนี้ไม่ใช่ทางออกใครขึ้นเป็นผู้นำท่ามกลางวิกฤติย่อมไปไม่รอดการทำรัฐประหารไม่ใช่ทางออกของประเทศรอพ้นวิกฤติใหญ่ไปก่อน ถึงช่วงชิงเป็นนายกฯ กันใหม่.ทีมการเมือง